แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนตระหนี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนตระหนี่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566

คนดี (ไม่อาจหนีวัด) ปัญญาทราม ใจดำกระด้าง ถึงได้ฟังคำสอนสั่ง พระชินเจ้า พระสัทธรรม ก็ยังไม่เข้า ยังเขลา ยังห่างไกล คล้ายดินกับฟ้า

 คนดี
(ไม่อาจหนีวัด)

ปัญญาทราม ใจดำกระด้าง
ถึงได้ฟังคำสอนสั่ง พระชินเจ้า
 พระสัทธรรม ก็ยังไม่เข้า 
ยังเขลา ยังห่างไกล คล้ายดินกับฟ้า
ใจกระด้าง ด้วยตระหนี่
เห็นว่าทานไม่ดี มิมีประโยชน์
ใจจึงไม่นุ่มนวล ขี้โกรธ
เหมือนทัพพี ไม่รู้รส น้ำแกง
ปัญญาทราม จาคะไม่มี
กิเลสตัวดี ตัณหาอุปาทาน
ติดโลกโลกีย์ มืดมนอนธกาล
ทางสุขสว่างนั้น ทางธรรม
ใจกระด้าง เป็นนิสัย
ซึมซับพระธรรมไม่ได้ คล้ายทัพพี
น้ำแกง เค็มจืด ไม่รู้ไม่ชี้
เพียงมีหน้าที่ ตักๆคนๆ
คนเหมือนกัน แม้ใกล้กัน
แต่นิสัยต่างกัน ปานคนละโลก
คนดีเข้าวัด ฝึกหัดตน ดูตลก
อยู่กันคนละโลก กับปุถุชน
 กัลยาณมิตร พาชีวิตพลิกผัน
ปุถุชนหัวเราะลั่น เห็นพระนั้นตลก
ไม่ดูแลครอบครัว ทำตัวหลุดโลก
แต่พระไม่ตลก ด้วยนรก มีจริง
เป็นคนดี มีหมู่คณะ
บำเพ็ญตะบะ โดดเดี่ยว ยาก
แม้ราชสีห์ ยังหนีหมู่สุนัก
 จึงต้องรู้จัก เข้าวัด ปฏิบัติธรรม

;;;;;;;;;; 

วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ตระหนี่มีโลภะ (ศรัทธาไม่เกิด) ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ รู้ไม่ชัด ไม่ซาบซึ้ง ถึงคำสอนสั่ง จึงไม่เกิดฉันทะ ได้แต่ฟัง สติไม่ตั้ง ไม่หยั่งลงสู่ศรัทธา

 ตระหนี่มีโลภะ
(ศรัทธาไม่เกิด)

ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ
รู้ไม่ชัด ไม่ซาบซึ้ง ถึงคำสอนสั่ง
จึงไม่เกิดฉันทะ ได้แต่ฟัง
สติไม่ตั้ง ไม่หยั่งลงสู่ศรัทธา

ประมาทดูเบา ในคำสอน
ด้วยใจมีตะกอน ตัณหา
ยึดติดโลกภายนอก ที่หลอกตา
ชอบสนุกสนานเฮฮา ไปวันๆ
ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม
ใจมืดดำ ไร้สติปัญญา
ขาดสติ มีความเห็น เป็นมิจฉา
ไม่ต่างจากไก่กา ปลาในน้ำ
โลภ ตระหนี่ มีแล้วไม่ให้
ไม่สละออกไป ใจจึงติดโลกโลกีย์
ใจไม่นุ่มนวล จึงไม่อาจหนี
อวดมั่งอวดมี ลาภยศสรรเสริญ
ความโลภครอบงำ เมื่อใด
มีใจต่ำใจดำ ขาดเมตตา
ดูดาย เห็นใครเดือดร้อน ไม่นำพา
สมน้ำหน้า สุขอุราสมใจ
โลกโลกีย์ ตัณหามี ไม่รู้
หลังตาย ทุกผู้ ไปสู่อบาย
น่าเวทนา สรรพสัตว์ทั้งหลาย
พากันเวียนว่าย ในอบายภูมิ
ความมืดมิด ย่อมมีเมื่อนั้น
เมื่อความโลภ..โมโทสัน ปรากฎ
ใจมืดสนิท ไม่ใสไม่สด
บังบด คุณธรรม คำสอน

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ชัยชนะ (มากับความดี) พึงเอาชนะ คนตระหนี่ ด้วยการให้ ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รักใคร่ ของผู้รับ เหมือนพ่อแม่ บุตรไม่มีข้อแม้ ก้มกราบ ซึมซับ พระคุณ อบอุ่นหลาย

 ชัยชนะ
(มากับความดี)


พึงเอาชนะ คนตระหนี่ ด้วยการให้
ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รักใคร่ ของผู้รับ
เหมือนพ่อแม่ บุตรไม่มีข้อแม้ ก้มกราบ
ซึมซับ พระคุณ อบอุ่นหลาย

พระคุณพ่อแม่ บุตรแน่ๆ ต้องบำรุงท่าน
มิฉนั้น มันอกตัญญู
เป็นบาป กรรมวิบาก มีอยู่
การเป็นผู้..ให้ จึงไม่.. ธรรมดา

พึงเอาชัย คนไม่ดี ด้วยความดี
เอาบุญบารมี ปราบพาลีพ่าย
ชนะโดยไม่ต้องรบ ชนะใจ
กลับกลาย..เป็นรัก สมัครสมาน

ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
อดทนเข้าไว้ ชนะใจแน่นอน
สุขทั้งตน และคนอื่น ไม่เดือดร้อน
บุญชนะบาปแน่นอน เหมือนน้ำดับไฟ

พึงเอาชนะคนโกรธ ด้วยไม่โกรธตอบ แต่ปราณี
น้ำเย็น เท่านั้นที่ ดับกระหายได้
น้ำร้อนดับร้อน ไม่ได้
ความโกรธเป็นไฟ ดับได้ ด้วยใจเมตตา

มีสันโดษสมถะ ใจเมตตาเกิด
เป็นผู้ประเสริฐ ฝึกตนฝึกใจ
เจริญสติภาวนา หรือสมาธิ เป็นนิสัย
ชนะโกรธได้ ขวัญใจมหาชน

 ชนะคนพูดปดได้ ด้วยพูดแต่จริง
ความจริง มีสัจจะ อานุภาพ
เป็นสิ่งไม่ตาย คนพาลไม่ทราบ
ใครๆไม่อาจ พูดปดกับ ผู้มีศีล

จะเกิดความเร่าร้อน ไม่อาจผ่อนคลาย
ไม่อาจสะบาย จนกว่าจะได้ขอขมา
มีตำนานเล่าขาน เรื่องพระพุทธาฯ
ใครๆไม่กล้า..พูดปด มีโทษศีรษะแตก

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สมชีวิตา (ถ้าอยากจะเป็นเศรษฐี) หัวใจเศรษฐี อยู่ที่ สมชีวิตา คือใช้ชีวา..ให้พอดี ไม่มีหนี้สิน ไม่เห็นแก่กินแก่นอน ทำตัวติดดิน การมีหนี้สิน เป็นทุกข์ในโลก

สมชีวิตา
(ถ้าอยากจะเป็นเศรษฐี) 


หัวใจเศรษฐี  อยู่ที่ สมชีวิตา
คือใช้ชีวา..ให้พอดี ไม่มีหนี้สิน
ไม่เห็นแก่กินแก่นอน ทำตัวติดดิน
การมีหนี้สิน เป็นทุกข์ในโลก

เมื่อมีทุกข์ ใจจะไม่สุกใส
ความเจ็บป่วยไข้ โชคร้าย จะตามมา
ถ้าไม่รู้จักบุญบาป ถึงกับ เป็นคนชั่วช้า
เข้ารกเข้าป่า แสวงหาอเวจี

 การกู้ทรัพย์มา เพียงว่ากินใช้
มีแต่ตายกับตาย ถ้ากินใช้ไม่ประมาณ
จงประหยัดสุดประโยชน์สูง อดทนอดกลั้น
ใช้ปัญญาจัดการ บริหารชีวิต

มีน้อยใช้น้อย ค่อยบรรจง ปลงชีวิต
ในอดีต เราเคยทำผิด..ทำพลาด
เป็นคนตระหนี่ ถี่เหนียว น่าอนาถ
เกิดเป็นมนุษย์ ได้โอกาศ ขจัดตระหนี่

คนจนมีสามชนิด จงพิจารณาให้ดี
หนึ่ง คนยากจน คือคนเคยตระหนี่
สอง คนอยากจน คือคนตระหนี่ วันนี้
สาม คนจนยาก คือคนที่ บำเพ็ญทาน

ผู้ไม่บำเพ็ญทาน ท่านว่า มีสองประเภท
จงสังเกต หนึ่งเพราะความตระหนี่
สอง ด้วยประมาท ดูเบา ความเขลามี
 ทานบารมี เป็นกิจกรณีย์ ของบัณฑิต

เมื่อมีความตระหนี่ ทรัพย์มี ก็ไม่ให้
หวงคือไล่ ให้คือเรียก เป็นธรรมดา
เมื่อไม่ให้ชาตินี้ ก็จะไม่ได้ในชาติหน้า
อย่าลืมว่า ชีวา ไม่อาจหนีกรรม

ทานบารมีนำหน้า ชีวาสะบาย
ปัญหาทั้งหลาย หายสูญ
คิดทำอะไร ง่ายไปหมด ลาภยศเพิ่มพูน
หมดอาดูร มีแต่สุขสำราญ บานหทัย

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

คนตระหนี่ (รักของมากกว่าคน) :: ทางสายกลาง ทางแห่งสุขสำเร็จ การให้เป็นต้นเหตุ สุขสำเร็จจึงมี ขยายใจให้กว้าง ดังมหานที ความตระหนี่ ร้ายนัก สุดจักบรรยาย

คนตระหนี่
(รักของมากกว่าคน)
ทางสายกลาง ทางแห่งสุขสำเร็จ
การให้เป็นต้นเหตุ สุขสำเร็จจึงมี
ขยายใจให้กว้าง ดังมหานที
ความตระหนี่ ร้ายนัก สุดจักบรรยาย

คนตระหนี่ รักไม่ถูกที่ รักของมากกว่าคน
รังแกตน กลายเป็นคน โดดเดี่ยว
ไม่รักหมู่คณะ บ้าอยู่คนเดียว
เปล่าเปลี่ยวเดียวดาย ตายไม่ดี
ให้แล้วสุข ห่างไกลจากสนุกทางโลก
สนุกทางโลก ชุ่มโชกตัณหา
อิ่มไม่เป็น เช่นคนติดยา
ได้มามาก ยิ่งอยากมาก หนักยิ่งกว่าเดิม
รับใช้ตัณหา กระทั่งกล้าทำผิด
ใจอำมหิต ผิดคน
น่าสงสารเหลือล้น
คนไม่รู้จักบุญบาป
ให้อาหาร นั้น ชื่อว่าให้กำลัง
ให้เสื้อผ้า ดุจดัง ให้วรรณะ
ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้สุขะ
ให้ประทีปโคมไฟนั่นหละ ชื่อว่าให้จักษุ
ให้ทุกสิ่งอย่าง ใช่ เท่ากับให้ ที่พักอาศัย 
 อติถิพลี ให้ การต้อนรับแขก
อยู่ในพลีห้า จึงว่าไม่แปลก
การต้อนรับแขก จึงสุดยอด
ขยายใจให้กว้าง คือทาน
ทำใจให้สูง ประสาน คือศีล
ใจสว่างใสว กิเลศสิ้น
คือภาวนา เป็นอาจิน ไม่ประมาท
ศีล เทียบชั้น เท่ากับการให้อภัย
ให้ยิ่งใหญ่ หลุดไป ความโกรธ
ไม่ก่อเวรก่อกรรม อดโทษ
ภัยทั้งหมดในวัฏฏะ ไม่อาจจะทำอันตราย
ภาวนาเกิดปัญญารู้คุณท่าน
เป็นการให้ที่สำคัญ ใจบูชา
เทิดคุณท่าน ด้วยการ ปฏิบัติธรรมสุดชีวา
ใจสว่างจ้า บรรลุธรรมาพิศสมัย

;;;;;;;;;;