แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทานบารมี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทานบารมี แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ทักษิณาทาน (เข้าใจได้ ไม่ธรรมดา) ยามข้าวยากหมากแพง ดินแห้ง แตกระแหงไปทั่ว ขัดสน ข้นแค้นมืดมัว ตัวสั่นกลัว ตัวใครตัวมัน

ทักษิณาทาน
(เข้าใจได้ ไม่ธรรมดา)


ยามข้าวยาก..หมากแพง
ดินแห้ง แตกระแหงไปทั่ว
ขัดสน ข้นแค้นมืดมัว
ตัวสั่นกลัว ตัวใครตัวมัน
ในยามเช่นนี้ นี่แหละสำคัญ
พระพุทธองค์ท่าน ทรงชี้ นี่คือโอกาส
เป็นกาลทาน อย่าพลาด
 นี้เป็นโอกาส..ทอง ของชีวิต

สั่งสมทานบารมี เป็นที่พึ่ง
โอกาศมาถึง เป็นหนึ่งไม่มีสอง
เปิดยุ้งฉางแจกจ่าย ประคอง
คนแซ่ซ้อง เช่น เมณฑกเศรษฐี
ยังมีที่ลำบาก ยากยิ่งกว่านี้
นั่นคือที่ ปรโลกยาวนานหลาย
หลังหมดลม ต้องก้มหน้า เดินทางไกล
แดนอันตราย ในอบายภูมิ

ถ้าไม่ใช่นักสร้าง ทางบารมี
จะเดินทางแบบนี้ ทั้งนั้น
ด้วยคนทั้งหลาย ประมาทกัน
ไม่ผายผัน มุ่งมั่นบารมี

ยกเว้นไว้ มีผู้อุทิศ
 ญาติสนิท อุทิศบุญไปให้
ทำทักษิณาทาน อันยิ่งใหญ่
แด่สงฆ์ไท้ ในพุทธศาสนา
ทักษิณาทานเท่านั้น บุญอนันต์ ส่งถึงได้
บุญอย่างอื่นไซร้ ส่งไป ไม่ถึง
ทั้งผู้ให้ และผู้รับ ต่างทราบซึ้ง
ได้บุญใหญ่เป็นที่พึ่ง อจินไตย
ทักษิณาทาน ผู้ทำได้ ไม่ธรรมดา
 มีปัญญา ศรัทธา พระรัตนตรัย
 เป็นเสบียงเลี้ยงตน เดินทางไกล
วัฏฏะร้าย คุกประหาร

 ทักษิณาทาน คือทานให้สงฆ์
ไม่เจาะจง สงฆ์รูปใด
แม้ในอนาคตนานไกล
สงฆ์ไท้..ทุศีล มีเพียงเศษชิ้นผ้าฯ
นี้ก็ใช่ ยังได้ชื่อว่า
มีอานิสงส์ไม่อาจประมาณ 
 นักบุญนอกศาสนา ไม่เทียมทัน
แม้ประพฤติพรหมจรรย์ ได้ฌาณขั้นสูง
เป็นเครื่องชี้ว่า ผ้าจีวรนั้น สำคัญยิ่ง
เป็นสิ่ง แทนพระพุทธองค์
พญาช้างฉัตรทันต์ ยอมปลง
วางชีวิตลง ปล่อยให้นายพรานตัดงา
สงฆ์ทั้งหลายในพุทธศาสนา 
จึงเป็นเนื้อนา..บุญอันยิ่ง
ด้วยอำนาจพุทธคุณ..มีจริง
ผ้าจีวรเป็นสิ่ง แทนพุทธองค์

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565

บุญมีจริง (อจินไตย) ขจัดโลภได้ทรัพย์ กำกับด้วยทาน ช่างน่าอัศจรรย์ ทานแล้วได้ทรัพย์ ความตระหนี่ เป็นภัย สุดจะนับ ใจแคบใจคับ ดับชีวิต

 บุญมีจริง
(อจินไตย)


ขจัดโลภได้ทรัพย์ กำกับด้วยทาน
ช่างน่าอัศจรรย์ ทานแล้วได้ทรัพย์
ความตระหนี่ เป็นภัย สุดจะนับ
ใจแคบใจคับ ดับชีวิต

ชาวเรา ปลูกข้าวได้ข้าว
ชาวเขาปลูกงาได้งา

 ให้ทรัพย์ ได้ทรัพย์ จึงเป็นธรรมดา
 รักษาพระศาสนา ได้อริยทรัพย์หรือบุญ

ทรัพย์ธรรมดา ไม่อาจจะ ทำให้ปลื้ม
เหมือนคนใคร่ดื่ม..น้ำเย็น ดับกระหาย
ทำงานกลางแดด แผดเผา เหงื่อไหล
ดับตัณหาไม่ได้ ด้วยโลกียทรัพย์

กลายเป็นคนตระหนี่ ยิ่งมียิ่งอยากได้
ผิดศีลผิดธรรม ไม่อาย ใช่อมนุษย์
หน้าเป็นคน ใจไม่ใช่ ผีร้ายผุด
และที่สุด ก็ไปสู่อบาย คุกประหาร

ทรัพย์ จึงมีไว้ให้ ไว้ทำทานการกุศล
ได้อริยทรัพย์ ปีติล้น ทนตัณหา
ทรัพย์เก่าไหลไป ทรัพย์ไหม่ไหลมา
เป็นธรรมดา อจินไตย ไม่สิ้นสุด

กฏแห่งกรรม เป็นธรรมชาติ
ทำดีได้ดีชัด อยากได้สมบัติ ต้องทาน
ควรรู้ อยู่เบื้องหลังการทำงาน
ทำอย่างมีอุดมการณ์ ต้องใจกว้าง

ทำงานด้วยอุดมการณ์ เรียกว่าฉันทะ
มีปัญญา มีศรัทธา มีกตัญญู
มีใจอยู่ในตน เปี่ยมล้นกำลังใจ สู้
วิริยะ จิตตะ วิมังสา เป็นลู่ สู่ความสำเร็จ

ทำทานกระทั่งเป็นนิสัย ใช่ ทานบารมี
มีปีติ เต็มที่ ไม่ขาดสาย
มีทรัพย์เป็นอัศจรรย์ ทันใช้
เป็นอจินไตย ไม่ธรรมดา

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สมชีวิตา (ถ้าอยากจะเป็นเศรษฐี) หัวใจเศรษฐี อยู่ที่ สมชีวิตา คือใช้ชีวา..ให้พอดี ไม่มีหนี้สิน ไม่เห็นแก่กินแก่นอน ทำตัวติดดิน การมีหนี้สิน เป็นทุกข์ในโลก

สมชีวิตา
(ถ้าอยากจะเป็นเศรษฐี) 


หัวใจเศรษฐี  อยู่ที่ สมชีวิตา
คือใช้ชีวา..ให้พอดี ไม่มีหนี้สิน
ไม่เห็นแก่กินแก่นอน ทำตัวติดดิน
การมีหนี้สิน เป็นทุกข์ในโลก

เมื่อมีทุกข์ ใจจะไม่สุกใส
ความเจ็บป่วยไข้ โชคร้าย จะตามมา
ถ้าไม่รู้จักบุญบาป ถึงกับ เป็นคนชั่วช้า
เข้ารกเข้าป่า แสวงหาอเวจี

 การกู้ทรัพย์มา เพียงว่ากินใช้
มีแต่ตายกับตาย ถ้ากินใช้ไม่ประมาณ
จงประหยัดสุดประโยชน์สูง อดทนอดกลั้น
ใช้ปัญญาจัดการ บริหารชีวิต

มีน้อยใช้น้อย ค่อยบรรจง ปลงชีวิต
ในอดีต เราเคยทำผิด..ทำพลาด
เป็นคนตระหนี่ ถี่เหนียว น่าอนาถ
เกิดเป็นมนุษย์ ได้โอกาศ ขจัดตระหนี่

คนจนมีสามชนิด จงพิจารณาให้ดี
หนึ่ง คนยากจน คือคนเคยตระหนี่
สอง คนอยากจน คือคนตระหนี่ วันนี้
สาม คนจนยาก คือคนที่ บำเพ็ญทาน

ผู้ไม่บำเพ็ญทาน ท่านว่า มีสองประเภท
จงสังเกต หนึ่งเพราะความตระหนี่
สอง ด้วยประมาท ดูเบา ความเขลามี
 ทานบารมี เป็นกิจกรณีย์ ของบัณฑิต

เมื่อมีความตระหนี่ ทรัพย์มี ก็ไม่ให้
หวงคือไล่ ให้คือเรียก เป็นธรรมดา
เมื่อไม่ให้ชาตินี้ ก็จะไม่ได้ในชาติหน้า
อย่าลืมว่า ชีวา ไม่อาจหนีกรรม

ทานบารมีนำหน้า ชีวาสะบาย
ปัญหาทั้งหลาย หายสูญ
คิดทำอะไร ง่ายไปหมด ลาภยศเพิ่มพูน
หมดอาดูร มีแต่สุขสำราญ บานหทัย

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ความจน (หนีพ้น ด้วยทานบารมี) คนจนมีสามประเภท สังเกตให้ดี หนึ่ง คนยากจน สตางค์ไม่มี อดมื้อกินมื้อ หน้ามืด สอง คนอยากจน คนตระหนี่ ขี้ตืด สาม คนจนยาก ยึดมั่น ทานกุศล

 ความจน
(หนีพ้น ด้วยทานบารมี)

คนจนมีสามประเภท สังเกตให้ดี
หนึ่ง คนยากจน สตางค์ไม่มี อดมื้อกินมื้อ หน้ามืด
สอง คนอยากจน คนตระหนี่ ขี้ตืด
สาม คนจนยาก ยึดมั่น ทานกุศล

คนยากจน คือคนตระหนี่ ในอดีต
ใจมืดมิด ด้วยฤทธิ์ ของความตระหนี่
ใจไม่เปิดอ้า รับบุญญา คุณความดี
ชาติก่อนกี้ เจ้าไม่ให้ แล้วจะเอาอะไรอีกล่ะ

คนอยากจน คือคนตระหนี่ในปัจจุบัน
ชาวบ้านเขาทำทานกัน แต่ท่าน ไม่ทาน แถมยังขัดขวาง
ชอบเอาลัดเอาเปรียบ โกงสารพัด หัดรู้ไว้บ้าง
จะมาอ้าง ว่าไม่มีทรัพย์ รับไม่ได้

คนจนยาก คือคนรักการทำบุญ
มีศรัทธาหนุน ทำบุญไม่หยุดยั้ง
มีสัมมาทิฏฐิ รู้จักบุญดี จึงทุ่มสุดกำลัง
เอาปณิธาณตั้ง สร้างบารมี สู่สุดธรรม

เราเกิดมาเพื่อว่า ทำพระนิพพานให้แจ้ง
บุญแสวง ทุ่มสุดแรง เร่งสร้างบารมี
ด้วยชีวิตเป็นของน้อย ไม่อาจนอนคอย ฤกษ์งามยามดี
ทุกอนุวินาที เรานี้ใช้บุญ

ชีวิตไม่อาจประมาท สังสารวัฏฏ์ ไม่ใช่เรื่องเล่น
ทุกข์เลือดตากระเด็น พระเตมีย์ท่านเห็น จึงแกล้งเป็นใบ้
ไม่อยากเป็นพระราชา ที่สั่งฆ่าใครต่อใคร
เพิ่งพ้นนรกมาใหม่ๆ พระองค์ไท้ ไม่เอาอีกแล้ว

ความตระหนี่ นี้เป็นมหาภัย
ตายแล้วไปอบาย ทุกข์หลายอย่างที่ว่า
หัวเดียวกระเทียมลีบ ใครๆก็ไม่เอา เศร้าเหลือคณา
บำเพ็ญทานบารมีอย่างว่า จึงจะพ้น คนตระหนี่

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ทานบารมี (เป็นที่หนึ่ง) การสร้างบารมี ต้องมีทานบารมี นำหน้า เปรียบว่า สร้างเจดีย์สูงใหญ่ ต้องใส่ใจฐานกว้าง เป็นต้นไม้ใหญ่จ้าวป่า ยืนต้นอยู่ท่ามกลาง แม้กระทั่ง พระเจ้าจักรพรรดิ์ แน่นขนัดด้วยบริวาร

 ทานบารมี
(เป็นที่หนึ่ง)


การสร้างบารมี  ต้องมีทานบารมี นำหน้า
เปรียบว่า สร้างเจดีย์สูงใหญ่ ต้องใส่ใจฐานกว้าง
เป็นต้นไม้ใหญ่จ้าวป่า ยืนต้นอยู่ท่ามกลาง
แม้กระทั่ง พระเจ้าจักรพรรดิ์ แน่นขนัดด้วยบริวาร


ทานบารมีนี้ เป็นเครื่องหมาย ของผู้ที่เป็นใหญ่
มีผู้รู้ใจ เป็นหมู่คณะ หาญกล้าท้าพญามาร
การงานน้อยใหญ่ สำเร็จทุกสิ่งอัน
การมีหมู่คณะนั้น สำคัญ จึงนำด้วยทานบารมี

อีกอย่าง ทานนั้น แม่นมั่นมีอานิสงส์
สูงส่ง คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ
สรุปรวม คือ สุขุมาลชาติ ที่ยากพบพาน
แต่นั่นคือทาน ให้อานิสงส์

ผู้ที่ไม่ทำทาน เป็นคนพาล มีลูกน้อง
สรรเสริญแซ่ซร้อง อย่างไม่จริงใจ
มีสุขร่วมด้วย แต่มีทุกข์ไม่เอาด้วย ทิ้งไป
ทานบารมีจึงสำคัญหลาย ของผู้สั่งสมบารมี

ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรี ไว้ได้
สำคัญหลาย ที่จะได้ ความจริงใจจากคน
ได้เพื่อนดี มีสุข ทุกข์ภัย
พ้น
ตัดไมตรีคน โง่ล้นเหลือหลาย


รักษาไมตรี ในทิศทั้งหก อย่างเต็มที่ 
หนึ่ง ปุรัตถิมทิศ หมายถึงทิศเบื้องหน้า บิดามารดา
สอง ทักขิณาทิศ ครูอาจารย์ ทิศเบื้องขวา
สาม สามีภรรยา ปัจฉิมทิศ ทิศเบื้องหลัง

สี่ อุตรทิศ ทิศเบื้องซ้าย หมายถึงเพื่อน
ห้า ไม่แชเชือน ในเหฏฐิมทิศ ทิศเบื้องล่าง ลูกจ้างกับนายจ้าง
และหก อุปริมทิศ ทิศเบื้องบน สมณะพราหมณ์ จงระวัง
รักษาไมตรี อย่าละวาง ชีวิตสมหวังปลอดภัย


มารดา คือมหามิตร ในเรือนตน
สหายเป็นมิตรของคน ที่ยังดิ้นรนอยู่
ผู้ไม่ทำร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในทิศทั้งปวง ทุกผู้
ย่อมผ่านพ้นสตรู คือผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร 


ผู้ประทุษร้ายมิตร อำมหิตแท้
มีมิตรเลวเพื่อนเลว ย่อมแน่ มีมารยาทเลว
ภรรยา เป็นเพื่อนสนิท คิดดี ไม่มีเหลว
ความเป็นสหาย ในคนเลวคนพาล ไม่มี


เมื่อมีความต้องการเกิดขึ้น สหายย่อมตื่นสนอง
เมื่อมีสหายดี ต้องตั้งสติ ดีกับเขา
ถ้าหาสหายดีไม่ได้ จงเที่ยวไปเดียวดาย พึ่งตัวเรา
พึ่งตัวเก่า เท่านั้น อย่าคบมัน  คนพาล

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ทานบารมีสำคัญนัก (แม้ปัญญาบารมีจักสำคัญยิ่ง) ทานบารมี นำหน้า ในบารมีสิบประการ สุเมธดาบสท่าน ซาบซึ้ง ถึงความสำคัญ ขาดทานบารมี ชีวิตนี้ เหมือนตายทั้งเป็น อย่างนั้น

ทานบารมีสำคัญนัก
(แม้ปัญญาบารมีจักสำคัญยิ่ง)

ทานบารมี นำหน้า ในบารมีสิบประการ
สุเมธดาบสท่าน ซาบซึ้ง ถึงความสำคัญ
ขาดทานบารมี ชีวิตนี้ เหมือนตายทั้งเป็น อย่างนั้น
ด้วยอานิสงส์ของทาน คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ

ศีลบารมีมาที่สอง ด้วยว่า ต้องเกิดเป็นมนุษย์ 
แสวงบุญสร้างบารมี นี้สำคัญสุด ภูมิมนุษย์เท่านั้นทำได้
ภูมิอื่น รับวิบากอย่างเดียว และก็อายุนานหลาย
สุขก็สุขหลาย ทุกข์ก็ทุกข์หลาย หลังตายจากมนุษย์

  บารมีอีกแปดบารมี ที่ต่อจาก ศีลบารมี 
เป็นคุณสมบัติที่สุดดี ของมนุษย์
ถ้าขาดคุณสมบัติ ก็ไม่ต่างกับสัตว์นรกผุด
เป็นอมนุษย์ สุดร้าย ทำลายล้าง

พัฒนาคุณสมบัติ ต้องฝึกหัด ฝึกใจ
ก่อนอื่นใด ฝึกให้ได้ ใจบริสุทธิ์
ขจัดตัณหา ความทยานอยาก ใจจึงจะหยุด
พูดถึงที่สุด ต้องหยุดโลกีย์ ใช้ชีวีสันโดษสมถะ

ดังนั้น  ต่อจากศีลบารมี สุดดี ก็คือเนกขัมมบารมี
ทำตัวเรานี้ บริสุทธิ์ หลุดจากโลกธรรม

 สันโดดสมถะ หรือประหยัดสุดประยชน์สูง จงจำ
 ขอย้ำ มิใช่ทรมานตน หรือเพียงหนีคนไปอยู่ป่า

เมื่อใจหมดอยาก จะหยุด แล้วหลุดเข้าข้างใน
มีใจสว่างใส รู้อะไร ได้ลึกซึ้ง
มีความเคารพ น้อมนบผู้รู้ โดยไม่คำนึง
 ทำประหนึ่ง..ว่า พระบิณฑบาต ไม่อาจเลือก

ปัญญาบารมี จึงรอ ต่อจาก เนกขัมมบารมี
ปัญญาบารมีนี้ เป็นยอดคุณธรรม
เหมือนเป็นทัพหลวง อยู่เบื้องหลัง คอยชี้นำ
 
เป็นหัวใจ เป็นหลักชัยค้ำ กองทัพ

คนมีปัญญา จะมีความสุข และอุตสาหะ
 มีฉันทะวิริยะ เสียสละ ขยันและกล้าหาญ 
นั่นคือวิริยะบารมี อันเป็นบารมีที่สี่ นั้น
เป็นเครื่องหมายสำคัญ ของผู้มีปัญญา

มีวิริยะ ขยัน หมั่น ไม่ท้อแท้
มีข้อแม้ เพียงแต่ต้องมีปัญญากำกับ
โง่แล้วขยัน น่าโศกศัลย์ 
เมื่อปัญญาดับ
หมู่คณะพังยับ เหมือนกับ ตัวปลวกกินบ้าน


ขันติขาดปัญญา นั่นหรือ คือดื้อด้านดื้อดึงดันทุรัง
สัจจะขาดปัญญา น่าชัง ไว้วางใจไม่ได้
อธิษฐานขาดปัญญา อ้อนวอน ไม่ทำดี แต่อยากมีหลาย
เมตตาและอุเบกขา  จะอ่อนแอและดูดาย ถ้าขาดปัญญา

;;;;;;;;;;