แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญวาสนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญวาสนา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565

บุญวาสนาไหลรื่น (ถ้าตื่นบุญ) ทุกคนมีบุญวาสนา แต่ออกมา ไม่ได้ ห่างออกไปๆ ไม่กลับมา เพราะเราประมาท ขาดความอดทน นั่นหละ ก่อบาปหยาบช้า กิเลสตัณหา จึงมากั้นไว้

บุญวาสนาไหลรื่น
(ถ้าตื่นบุญ)

ทุกคนมีบุญวาสนา แต่ออกมา ไม่ได้
ห่างออกไปๆ ไม่กลับมา
เพราะเราประมาท ขาดความอดทน นั่นหละ
ก่อบาปหยาบช้า กิเลสตัณหา จึงมากั้นไว้
บุญบาปอยู่ในใจ แย่งกันเป็นใหญ่ ในนั้น
เข้าบงการ ให้คิด ให้พูด ให้ทำ
ผู้ประมาทขาดสติ จึงก่อกรรม
ชักนำ กรรมวิบาก อุปสรรคปัญหา

พระเอกนางเอก ก็เฉกเช่น คนทั่วไป
เพียงแต่ไม่โวยวาย อดทนไว้ รักษาความดี
ถูกโขกถูกสับ ก็ไม่โต้กลับ สำรวมกายวจี
รักษาความดี บุญวาสนาได้ที ไหลมาช่วย

จรดที่ศูนย์กลางกาย บุญใหญ่ ใครคิดไม่ถึง
เป็นที่ซึ่ง เชื่อมบุญวาสนา ที่มารออยู่
ใจหยุดใจนิ่ง จึงยิ่งใหญ่ ใดไม่สู้
บุญวาสนารออยู่ ช่วยเรา กู้ภัย

 จะจรดใจไว้ได้ จะต้องไม่ ร้อนรน
จึงต้องเป็นคน ไม่ลนลาน มีวินัย ใจรักศีล
รักสะอาด มีระเบียบ มีมารยาท เป็นชีวิน
เป็นอาจิน ตรงต่อเวลา และนั่งสมาธิ

รักษาศีลยาก ถ้าหาก มัวเมากามคุณ
จึงต้องมีสิ่งหนุน คือทาน 
 คบหากัลยาณมิตร ร่วมคิดร่วมฝัน 
การเข้าวัด ปฏิบัติธรรมนั้น จึงจำเป็น

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

วิบากกรรมเก่า (เจ้าจัดสรรเอง) ทุกสิ่งอย่าง ถูกจัดสรรไว้เรียบร้อย ติดตามต้อย คอยตาม ดังเงา จนกว่าจะได้ส่งผล บันดาลดลให้เรา ก็คือ วิบากกรรมเก่า ของเรานั่นเอง

 วิบากกรรมเก่า
(เจ้าจัดสรรเอง)

ทุกสิ่งอย่าง ถูกจัดสรรไว้เรียบร้อย
ติดตามต้อย คอยตาม ดังเงา
จนกว่าจะได้ส่งผล บันดาลดลให้เรา
ก็คือ วิบากกรรมเก่า ของเรานั่นเอง


กรรมดี มีคุณ คือบุญวาสนาบารมี
บาปกิเลสอัปปรี คือกรรมชั่ว
เกิดวิบาก ไม่อยากก็ต้องได้ อย่างไม่รู้ตัว
คนยิ้มหัวหรือร้องไห้ เป็นไปตามวิบาก

บุญกับบาปในปัจจุบัน สำคัญมาก
คอยนำชัก วิบากกรรมดีหรือชั่ว
ถ้าเป็นบุญ บุญวาสนา ก็จะมาถึงตัว
วิบากกรรมชั่ว ถอยไป ไม่อาจอยู่

กรรมวิบาก จักส่งผลเป็นระบบระเบียบ
กฎแห่งกรรม ทำไว้เนียบ เรียบร้อย
ไม่สับสน เป็นเหมือนสูตรสำเร็จ ที่ทำไว้คอย
ขึ้นกับกรรมใหญ่น้อย และดีหรือชั่ว

ที่น่าเป็นห่วง คือบุญส่งผล ทนต่อบาปปัจจุบันได้
แม้กินเหล้าเมามาย ร่างกายก็ยังดี
คนจึงประมาท ชาติพาลี
กว่าจะรู้ตัวดี ก็เมื่อสาย แก้ไขไม่ได้แล้ว 

กิเลสกรรมวิบาก วัฏฏจักร จึงยากนักจักออก
สรรพสัตว์เหมือนวอก ถูกหลอกหลอน
แม้เข้าสู่คุกประหาร ถูกไฟนรกเผาผลาญ สุดร้อน
แต่ก็ยังย้อน..กลับไปใหม่ อย่างไม่รู้ตัว

ดังนั้น เข้าพระนิพพาน เท่านั้น จึงจะพ้นมันวัฎฎะ
ขจัดกิเลสะ โลภโกรธหลง
ทานศีลภาวนา เข้าวัด ปฏิบัติตรง
ผ่านศูนย์กลางกาย ชี้บ่ง ว่าใช่ไปพระนิพพาน

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565

ชีวิตพลิกผัน (สุดบรรยาย):: ในตำนาน มีกล่าวขานไว้ว่า กำลังพละ ของพระพุทธองค์ เหลือหลาย พญาช้างฉัททันต์ ๑๐ เชือก ประมาณได้ หรือคน ๑๐ พันโกฏิ มากมาย ไกลเกินคิด

ชีวิตพลิกผัน
(สุดบรรยาย)

ในตำนาน มีกล่าวขานไว้ว่า
กำลังพละ ของพระพุทธองค์ เหลือหลาย
พญาช้างฉัททันต์ ๑๐ เชือก ประมาณได้
หรือคน ๑๐ พันโกฏิ มากมาย ไกลเกินคิด
แม้แต่นางวิสาขา ก็มีพละกำลัง๕ช้างสาร
นี่แหละท่าน อัศจรรย์มีจริง
เรื่องของบารมี นี้เป็นไปได้ทุกสิ่ง
มีจริงๆ ทุกสิ่งที่กล่าวไว้ในตำนาน
ทุกสิ่ง พิสูจน์ได้ จับต้องได้
อย่าหนีไป แล้วบอกว่าไม่เชื่อ
 คนทั้งหลาย ถูกมารปิดหูปิดตา น่าเบื่อ
หลงเชื่อข่าวลือ ดึงดื้อ ถือดี
บารมี นิสัยดี หรือบุญวาสนา
สิ่งนี้หละ ที่ติดมากับชีวิต
นำพาสิ่งที่ดีมาให้ ตามที่เราลิขิต
เป็นบุญในอดีต ตามติดอุปถัมภ์
คนไม่เชื่อ เมื่อไม่เห็นกับตา
 นึกว่า หนึ่งสมองสองมือของตน
ลืมนึกไปว่า คนขยันหรือขี้เกียจ ก็จน
คนชั่วหรือดีล้น ก็รวยได้
แสดงว่า ปัจจัย ที่ทำให้มีหรือจน
ไม่ได้ตั้งอยู่บน..เวลา ณ ปัจจุบัน
แต่เป็นวาสนา บันดาล
โง่แล้วขยัน ก็รู้กัน มันเมื่อยเปล่า

 
อดเปลี้ยวไว้กินหวาน หมั่นทานศีลภาวนา
ซึ่งผู้มีศรัทธา จึงจะทำได้
หรือกตัญญูต่อบิดามารดา พระคุณใหญ่
ก็จะขยันอดทนได้ และใส่ใจ ทานศีลภาวนา
อดทนและขยัน อยู่บนฐาน สำเร็จและชัยชนะ
หรือ มีสติสัมปชัญญะ นั่นเอง
รักษาใจไว้ในตน ให้ใสเป่ง
ความสำเร็จและชัยชนะ จะมีมาเองง่ายๆ
อันนี้หละ ขยันและมีปัญญา ของแท้
ขยันทำความชั่ว นั้นแน่ รอดแต่ตัว
หลงกลมาร เข้าสู่แดนประหาร คนชั่ว
รู้ตัว..เมื่อสาย ตอนจะตายนั่นเอง
 
อดทนขยัน ทานศีลภาวนา
สุขสมปราถนา ชีวาพลิกผัน สุดบรรยาย

สุดอัศจรรย์ อจินไตย 
ปุถุชน คิดไม่ได้ รู้ไม่ทัน

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2565

ดื้อเป็นควาย (ตีให้ตายก็ไม่เชื่อ) บุญโปรแกรมสำเร็จ เป็นจีพีเอส เครื่องนำทาง แต่บาปเข้าขวาง ไม่ให้เดินทาง สู่ที่หมาย บุญบาป รบรุกรับ ขับสู้กัน อยู่ภายใน ใครชนะ มีสิทธิ์ได้ ใจเป็นทาส

 ดื้อเป็นควาย
(ตีให้ตายก็ไม่เชื่อ)

บุญโปรแกรมสำเร็จ เป็นจีพีเอส เครื่องนำทาง
แต่บาปเข้าขวาง ไม่ให้เดินทาง สู่ที่หมาย
บุญบาป รบรุกรับ ขับสู้กัน อยู่ภายใน
ใครชนะ มีสิทธิ์ได้ ใจเป็นทาส
บาป เป็นไวรัส เข้าขัดขวางบุญ
มีกามคุณ เป็นเหยื่อล่อ ปลายตะขอเบ็ด
คนทั้งหลาย เอาใจไว้นอกตัว เป็นเสร็จ
เป็นปลาติดเบ็ด ไม่เคยเข็ด กามคุณ
ใจก็คือเรา แต่เขลาหรือไม่เขลา อยู่ที่มีบุญ
โง่เง่าเต่าตุ่น ถ้าไม่เร่งลุ้น แสวงบุญสร้างบารมี
สรรพสัตว์ ขาดศรัทธา เหมือนคนตาบอดสี
อะไรดีไม่ดี ไม่ใส่ใจ ขอกินได้เป็นพอ
ใจชื่อว่าจิต เพราะรู้จักคิดเป็น
ใจไม่อาจขาดสติ นี้ต้องเน้น เป็นพิเศษ
ใจขาดสติ คิดร้าย บาปหลายนัก น่าสังเกต
การพูด การกระทำ เป็นเหตุ เพียงเล็กน้อย
บุญโปรแกรมชีวิต มุ่งสู่ทิศ พระนิพพาน
ไม่กันดาร ทั้งสว่าง เส้นทางบุญ
ทางเอกสายเดียว ไม่คดเคี้ยว คนไม่คุ้น
มารหัวหมุน กีดกันหนัก นักสร้างบารมี
บุญวาสนา ชตา ชีวิต
ตนเองลิขิต ด้วยคิด พูด ทำ
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กฎแห่งกรรม
ทุกข์ทั้งหลายกระหน่ำ เราทำเอง
พระเจ้านั่นหรือ ก็คือ บุญวาสนา
เทพไท้เทวา ก็มีทั้งดี และไม่ดี
ผีสางมารร้าย มีมากมาย เหลือที่
ผู้สั่งสมบุญวาสนาไว้ดี จึงจะหนี ภัยนี้ได้
ความคิดเห็น เป็นนิสัย ที่ก่อไว้ในอดีต
ความเห็นผิด เดินทางผิด ชีวิตตกต่ำ 
พบกัลยาณมิตรเท่านั้น จึงสามารถกลับลำ 
มิฉนั้น ชีวิตมืดดำ ดื้อเป็นควาย ตีให้ตาย ก็ไม่เชื่อ

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

จิตเมตตา (บุญวาสนาไหลมาไม่ขาด) ผู้มีจิตเมตตา ดุจมารดา หาได้ยาก ใจต้องสว่างมากๆ รักการปฏิบัติธรรม ทานศีลภาวนา กิจวัตร ประจำ

จิตเมตตา
(บุญวาสนาไหลมาไม่ขาด)

พระสารีบุตร อรหันต์ ท่านเลิศทางปัญญา
เอตทัคคะ เบื้องขวา ของพระพุทธเจ้า
 ท่านอ่อนน้อม ถ่อมตน มีเรื่องเล่า
 มีสามเณรน้อย ๗ ขวบ กล่าว..เตือน

ว่า ผ้านุ่งแลบออกมา นะ พระอาจารย์
 ท่านยิ้มขันๆ แล้วหัน หาที่เหมาะ
จัดแจงผ้านุ่ง ให้เรียบร้อย จำเพาะ
แล้วถามล้อๆ และขอขอบคุณ

พระอาจารย์ เป็นอย่างไร ดีไหมอย่างนี้
ขอบคุณที่ช่วยชี้ นี้เป็นมหากรุณา
พร้อมกับยกมือไหว้ ด้วยใจเมตตา
ดูเหมือนง่ายๆ แต่ว่า ยากนัก

ผู้ไม่เกลี้ยวกลาด เมื่อมีผู้บังอาจตักเตือน
เป็นผู้ใหญ่ หรือเพื่อน ก็ยังไม่เป็นไร
นี้เป็นผู้น้อย ต้อยต่ำ ช่างกล้าหลาย
ท่านสารีบุตร ท่านมียศใหญ่ ใจเมตตา

มิน่า ท่านเอตทัคคะ ทางปัญญา
มีใจสว่างเจิดจ้า ยิ่งกว่าพระอาทิตย์
ใจมีแต่เมตตา ดุจมารดาทุกขณะจิต
แม้ลูกน้อยจะออกฤทธิ์ จิต ก็ไม่หวั่นไหว

ความโกรธเกลียดอาฆาต ขจัดออกสิ้น
เหมือนผลไม้น่ากิน มีรสซาบซ่าน หวานสนิท
มีรสอร่อย และมีคุณไม่น้อย เกินคิด
 มหาชนตามติด แสวงหา

ผู้มีความเกลี้ยวกลาด ด้วยจิตขาดเมตตา
สิ่งที่ตามมา คือใจหมองหม่น
ความสุขหดหาย ความโชคร้าย หนีไม่พ้น
เป็นคนเหมือนไม่ใช่ ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ถอยห่าง

ผู้มีจิตเมตตา ดุจมารดา หาได้ยาก
ใจต้องสว่างมากๆ รักการปฏิบัติธรรม
ทานศีลภาวนา กิจวัตร ประจำ
มีบุญวาสนาค้ำ มีแต่ความสุขสำเร็จ

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564

สุขสำเร็จอยู่ที่ใจ (ที่นิ่งใส ในกายตน) สุขทุกข์อยู่ที่ใจ ไม่ขึ้นกับอะไร ภายนอก สิ่งที่ได้มาหรือเสียไป ขอบอก ล้วนออกจากใจ เป็นวาสนาบารมี หรือกรรมวิบาก ก็ได้ รีบแสวงบุญเร็วไว ชิงแก้ไขกรรมวิบาก

สุขสำเร็จอยู่ที่ใจ
(ที่นิ่งใส ในกายตน) 


สุขทุกข์อยู่ที่ใจ ไม่ขึ้นกับอะไร ภายนอก
สิ่งที่ได้มาหรือเสียไป ขอบอก ล้วนออกจากใจ 
 เป็นวาสนาบารมี หรือกรรมวิบาก ก็ได้
รีบแสวงบุญเร็วไว ชิงแก้ไขกรรมวิบาก

โลกคือโรงละครใหญ่ ทุกคนใช่ นักแสดง
บุญทำกรรมแต่ง กำกับ บังคับให้เป็นไป
มีความสุขความทุกข์ สนุกหรือร้องไห้
คนทั้งหลาย ละม้าย คล้ายหุ่นยนต์


ดังนั้น การแสวงบุญสร้างบารมี เป็นชีวิต
กฏแห่งกรรมลิขิต..ชีวิต ให้เป็นไป
ผู้ไม่ประมาท มีโอกาศ ไปสู่สุคติ หลังตาย
คนส่วนใหญ่ ประมาทหลาย ไปทุคติ

ไม่เชื่อตอนเป็น จะไปเห็นตอนตาย
ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ เมื่อเกิดใหม่ ก็ลืมหมด
จึงเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ไม่ละลด
น่าเวทนา น่าสลด ไม่มีวันจบสิ้น

หลวงปู่ฯท่านรู้ท่านเห็น จึงขอเป็นผู้ปราบมาร
ตั้งเป็นขบวนการ ปราบมารโดยเฉพาะ
จะไปให้ถึงสุดธรรม ปราบไอ้ดำผู้ก่อ
นักสร้างบารมีก็ไม่ย่อท้อ ขอติดตามท่าน

ใจเป็นธาตุสำเร็จ ทุกอย่างเสร็จที่ใจ
คิดดีได้ดี คิดร้ายได้ร้าย สมใจนึก
คิดร้ายนั้นง่าย ด้วยใจขุ่นอยู่แล้ว ไม่ต้องฝึก
แต่คิดดีต้องตรึกแล้วตรึก ตรองแล้วตรอง ประคองใจ

วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา ท่านเรียกว่า องค์ฌาณ
เป็นการฝึกใจ ให้อยู่ให้หยุดให้ใส กระทั่งได้ดวงสว่าง
ได้ดวงแล้วอย่าปัดทิ้ง เสียดายจัง
ดวงธรรมนี้เปรียบดัง..ประตู สู่พระนิพพาน

ฝึกสติเจริญภาวนา ฝึกใจ ให้อยู่ในกาย
นิ่งแน่นไม่ไปไหน สว่างไสวอยู่อย่างนั้น
ชีวิตสุขสมปราถนา ทุกสิ่งอัน
ชีวิตเหมือนฝัน สุขสันติ์ตลอดกาล

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

แสวงบุญไม่ขาด (ชีวาต ไม่ขาดบุญวาสนา) บุญวาสนา จะไหลมา เมื่อเวลาทำบุญ ทำบุญเป็นสาย บุญวาสนาก็ไหลไม่ขาด วังวนแห่งกิเลสกรรมวิบาก ถูกตัด แสวงบุญไม่ขาด จึงจัด เป็นกิจกรณีย์

แสวงบุญไม่ขาด
(ชีวาต ไม่ขาดบุญวาสนา)
จงมีสติเตือนตน ให้ทนกับเหตุการณ์ภายนอก
ล้วนเป็นภาพหลอกๆ ออกมาจากจิต
เป็นภาพเก่าๆของเรา ที่ทำไว้ ในครั้งอดีต
จงอดทนอดกลั้น แต่งจิต คิดพูดทำแต่ดีดี
เราเกิดมาสร้างนิสัย หรือแต่งใจแต่งจิต
เปลี่ยนแปลง ตบแต่งชีวิต เราลิขิตเอง
ชาตินี้ จึงทนทำดี หนีกรรมเก่า เสงเครง
อย่าเพิ่งเสง..สู้ใคร อ่อนน้อมถ่อมตนเข้าไว้ เป็นดี
เป็นกรรมวิบาก นำชักให้ปรากฎ ชดใช้กรรม
ในอดีตเคยทำกรรม ต่ำทราม จึงรับกรรมชาตินี้
แม้เคยทำกรรมดีไว้ ก็อย่าได้ประมาท เมื่อสุขี
จงตั้งสติ อย่าหลงระเริง คึกคนอง ลำพองขน
เหตุการณ์ภายนอกนั้น คล้ายกัน กับเราฝันไป
ตื่นขึ้นมาก็หาย คล้ายเป็นจริงเป็นจัง
ชีวิตคนก็เปลี่ยนไปทุกวินาที คล้ายฉายหนัง
เป็นจริงเป็นจัง กระทั่ง เราหลงเชื่อ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  กฎไตรลักษณ์
กิเลสกรรมวิบาก ชักใย อยู่เบื้องหลัง
คนที่อยู่ในกระแสกิเลส เห็นเหตุการณ์ เป็นจริงเป็นจัง
ที่แท้กำลังดูหนัง ที่ฉายไม่หยุดยั้ง ออกจากใจ
ถ้าใครรู้เท่าทัน จะปล่อยวางมัน แล้วตั้งสติ
อดทนเต็มที่ ถ้ามี อุปสรรคปัญหา
ถ้าได้ลาภยศ ก็ไม่ลิงโลด อุเบกขา
ตั้งหน้า แต่จะทำความดี อย่างพลีชีพ
 ด้วยรู้ว่า การตบแต่งชีวิต มีสิทธิ์ทำได้ เพียงชาตินี้
และชีวี ก็เป็นของน้อยนิด เหมือนรอยกรีดน้ำ
เมื่อเทียบกับเวลาหลังตาย เปรียบไม่ได้ มากเหลือล้ำ
ซึ่ง พระพุทธองค์ ทรงย้ำ อยู่เสมอๆ
บุญวาสนา จะไหลมา เมื่อเวลาทำบุญ
ทำบุญเป็นสาย บุญวาสนาก็ไหลไม่ขาด
วังวนแห่งกิเลสกรรมวิบาก ถูกตัด
แสวงบุญไม่ขาด จึงจัด เป็นกิจกรณีย์

 ;;;;;;;;;;