แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัฏฏสงสาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัฏฏสงสาร แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566

นามรูปดับ (ขยับมิติ) นามรูป ดับได้ ไม่มีเหลือ น่าเหลือเชื่อ เรื่องชีวิต นี้เป็นความสามารถ ทางจิต เมื่อใจหยุดสนิท จิตก็ดับ

 นามรูปดับ
(ขยับมิติ)

นามรูป ดับได้ ไม่มีเหลือ
น่าเหลือเชื่อ เรื่องชีวิต
นี้เป็นความสามารถ ทางจิต
เมื่อใจหยุดสนิท จิตก็ดับ

เมื่อจิตดับ กลับเคลื่อนได้
สู่มิติใหม่ ที่สดใส ยิ่งกว่าเดิม
เป็นขั้นตอน สมาธิเพิ่ม
กลางของกลาง ที่เดิม เรื่อยไป
รูปคือกาย กายในกาย ซ่อนซ้อน
เมื่อใจละเอียดอ่อน เข้าถึง กายภายใน
ใจทำให้ละเอียด ขึ้นเรื่อยๆได้
กายยิ่งโตใหญ่ พร้อมอานุภาพ
กายทุกมิติ จะมีภพรองรับ
พร้อมกับ สมบัติ ที่เหมาะสม
กฎแห่งกรรม ทำหน้าที่ สุขหรือระทม
อย่างเหมาะสม เหมาะแท้ แน่นอน
ภพที่เวียนไปเกิด สังสารวัฏ
แบ่งกันชัด ด้วยมิติ
ไปมาหาสู่กันได้ ด้วยฤทธี
ผู้มีบารมี เข้าถึง พระธรรมกาย
กฎแห่งกรรมจัดวิบาก ประกบ
ประจำภพ หรือมิติ อัตตโนมัติ
แม้แต่การคิดพูดทำ ก็อยู่ในอาณัติ
วิบากจัด สรรพสัตว์ไม่เป็นอิสระ
เป็นพระธรรมกาย จึงได้อิสระ
ผ่านศูนย์กลางกายา จึงจะได้
นามและรูป เกิดดับๆ ถึงธรรมกาย
ทำพระนิพพาน ให้แจ้งได้ เป็นอิสระ

;;;;;;;;;; 

วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

วัฏจักรโหด (โคตรคุกประหาร) กิเลสกรรมวิบาก วัฏฏจักรโหด เป็นโคตร ของคุกประหาร มันมีจริงๆ คนทั้งหลายไม่รู้ จึงเป็นผู้ประมาท อย่างยิ่ง ก็ด้วยอวิชชาเข้าสิง เมื่อเกิดใหม่ ลืมไปหมด

 วัฏจักรโหด
(โคตรคุกประหาร)

กิเลสกรรมวิบาก วัฏจักรโหด
เป็นโคตร ของคุกประหาร มันมีจริงๆ
คนทั้งหลายไม่รู้ จึงเป็นผู้ประมาท อย่างยิ่ง
ก็ด้วยอวิชชาเข้าสิง เมื่อเกิดใหม่ ลืมไปหมด

เมื่อเราทำบุญหรือบาป ไม่ว่าที่ลับหรือแจ้ง
บุญบาปนั้น จะแฝงอยู่ใน ดวงธรรม
บาปเป็นกิเลส บุญเป็นบารมี จงจำ
ถ้าดวงธรรมหมองคล้ำ กิเลสเจ้ากรรม จะเป็นใหญ่

ส่งผลให้ ใจขาดสติ มิอยู่ในตน
กลายเป็นคน..เสเพล โง่เขลาเบาปัญญา
ก่อกรรม เกิดวิบาก ติดตามมา
เกิดในอบายอย่างว่า คุกประหาร

รับวิบากในอบาย วนเวียนไป อนันตกาล
เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย สัตว์นรก
ยากยิ่งกว่ายาก จะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์โลก
แม้เกิดใหม่ในโลก ก็ยังตกอยู่ในกระแสกิเลส 

เกือบร้อยทั้งร้อย ประมาท ชาติคนพาล
ไม่รู้จักทาน การแสวงบุญสร้างบารมี
ตกอยู่ในกระแสกิเลส ต้องก่อกรรม ซ้ำอย่างขาดสติ
ยากเหลือที่ จะเข้าสู่ทางธรรม

ได้พบกัลยาณมิตร จึงมีสิทธิ์ พลิกผัน
มีชีวัน แสวงบุญสร้างบารมี
เข้าวัดปฏิบัติธรรม เลิกละโลกีย์
ติดตามมหาปูชนี..ยาจารย์ สู่สุดธรรม

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564

คุกประหาร (คือมัน กรรมวิบาก) กรรมวิบาก เหมือนกันนัก กับฝนตกหนัก ทั่วอนันตจักรวาล ไม่มีหยุด สม่ำเสมอ อนันตกาล สรรพสัตว์ รู้ไม่เท่าทัน ยอมรับมัน เป็นชีวิต

คุกประหาร
(คือมัน กรรมวิบาก)

กรรมวิบาก เหมือนกันนัก
กับฝนตกหนัก ทั่วอนันตจักรวาล
ไม่มีหยุด สม่ำเสมอ อนันตกาล 
สรรพสัตว์ รู้ไม่เท่าทัน ยอมรับมัน เป็นชีวิต

หารู้ไม่ว่า การคิดพูดทำนั้น มันมาจากกรรมวิบาก
เราเป็นเพียงหุ่นกระบอก ให้มารชัก เท่านั้น
นี้เป็นความจริง เป็นสิ่งน่าอัศจรรย์
เป็นภัยมหันต์ ของชีวิต

แม้ทุกข์ท่วมท้น ก็ไม่ดิ้นรนหนีมัน
ไม่มีความอดทนอดกลั้น ดื้อรั้น ไม่ฟังพระ
ไม่ยอมทิ้งมัน โลภโกรธหลง น่าเวทนา
ทำตัวเป็นไก่กา ตื่นขึ้นมา ก็คุ้ยเขี่ยหากิน

พระพุทธองค์ ทรงตรัส ในโอวาทปาฏิโมกข์
ทรงยก ขันติ เป็นไฟอย่างยิ่ง จงอดทน
แม้มีกรรมวิบาก เกิดความทุกข์ยาก จะพ้น
ขอเพียงให้เป็นคน..ดี จะได้บารมี หนีกรรมวิบาก

ความอดทนนี้ มีหลักการ
ไม่ทำบาปทุกสิ่งอัน ให้รู้จักทำแต่ดี
 ให้ผ่องแผ้ว ทำใจเรานี้
มี ปลายทาง สุดดี พระนิพพานเมืองแก้ว

กิเลสกรรมวิบาก วัฏฏจักร อำมหิต
คนไร้ศรัทธาหมดสิทธิ์ ออกจากสังสารวัฏฏ์
วนเวียนไป ใน๓๑ภูมิ เหมือนจมปลัก
เหมือนกันนัก กับปลักโคลนดูด ที่ยากสุดจะออก

วัฏฏสงสาร ก็คือคุกประหาร ดีดีนี่เอง
หลังตาย ไปแน่คนอวด
เก่ง อวดดี
ไม่เชื่อคำพระ ประมาทในชีวี
ไม่ตั้งใจแสวงบุญสร้างบารมี ไม่อาจหนี คุกประหาร

ทางหนีไป จากมหาภัยวัฏฏสงสาร นั้นมีอยู่
ไม่อุดอู้ แต่มีอยู่เป็นสาย คล้ายอุโมง
เป็นที่ปลอดภัย แสนสุขสบาย ปลอดโปร่ง
ทางไม่โค้ง เป็นทางตรง สว่างไสว ไปสู่พระนิพพาน

ทางนี้ยังมี สมบัตินาๆ มหาศาล
 ยังพ้นบ่วงมาร พ้นกฎไตรลักษณ์ พ้นกฎแห่งกรรม
ขอเพียงมีศรัทธา เท่านั้นหละ สุขล้ำ
ทุกเช้าค่ำ ปฏิบัติธรรม แสวงบุญสร้างบารมี

ขณะที่ยังเวียนว่าย เลือกได้ ไปดุสิตบุรี
มีสติดี มีศรัทธา เมื่อกลับลงมาเกิดใหม่
เข้าสู่เส้นทางสายกลาง ทานศีลภาวนา ได้ทันใด
สุขสวัสดีมีชัย คนเหนือคน

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564

รถด่วนขบวนสุดท้าย (หนีภัยวัฏฏะ) หลุมหลบภัย ในวัฏฏสงสาร คือการ ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี ภัยต่างๆ ไม่ว่าโควิด๑๙ บรรดามี ล้วนไม่อาจที่ ทำอันตราย ให้ระคายเคือง

รถด่วนขบวนสุดท้าย
(หนีภัยวัฏฏะ)

หลุมหลบภัย ในวัฏฏสงสาร
 ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี
ภัยต่างๆ ไม่ว่าโควิด๑๙ บรรดามี
ล้วนไม่อาจที่ ทำอันตราย ให้ระคายเคือง


สวดมนต์นั่งสมาธิ จึงเป็นกิจกรณียะ
อย่าเลยละ ประมาท ชีวาตอันตราย
พัฒนาสติ คือตรึกตรอง ประคองใจ อย่างสะบาย
อยู่ในกาย ให้สม่ำเสมอ

ทางสายกลางนี้ ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
ไม่สู้ ไม่ว่าร้ายทำร้าย, ไม่หนี สู้อยู่ในศีล 
 ทำดีเรื่อยไป สวดมนต์นั่งสมาธิ เป็นอาจิน
หมู่มารและภัยทั้งสิ้น พ่ายแพ้ แก่ขันติบารมี 

หยุดเป็นตัวสำเร็จ เสร็จกิจทุกอย่าง
หยุดที่ทางสายกลาง บุญประดัง ทะลักล้น
ภัยใดๆไม่อาจเข้าใกล้ แพ้พ่าย ความอดทน
ขันติบารมีเหลือล้น พ้นภัยมาร

อุปสรรคปัญหา แม้หนักหนา มาแพ้ง่ายๆ
กลับคล้าย..ผงเข้าตา เท่านั้นเอง 
แม้ง่าย แต่ไม่ง่าย ด้วยคนทั้งหลาย อวดเก่ง 
ประมาทดูเบา เบื่อเซ็ง พระธรรม
คำสอน

พระพุทธองค์ ทรงตรัสว่า มิจฉาทิฏฐินี้ สุดร้าย
เป็นมหาภัย ใหญ่สุด ของสรรพสัตว์
เป็นไก่เห็นพลอย เขี่ยทิ้งจ้อย พระไตรรัตน์
เป็นมนุษย์ได้โอกาศ แต่ไม่ยอมปฏิบัติ เต็มที่

ทางสายสมบัติ คือทางสายกลาง ทางสร้างบารมี
อยากรวยเหลือที่ มีทางนี้เท่านั้น
ทางอื่นรวยได้ แต่ไม่ใช่สมบัติ ที่ต้องการ
เป็นวิบัติเหยื่อมาร เป็นเหยื่อล่อ ตะขอเบ็ด 

นอกทางสายกลาง เป็นที่ตั้ง กระแสกรรมวิบาก
มีกิเลสนำชัก เป็นดังปลักโคลนดูด
ให้ก่อกรรม แล้วเกิดวิบาก เป็นวัฏฏจักร ยากจะหลุด
สรรพสัตว์ ทุกข์สุดสุด แต่ยากจะหลุดจากตัณหา

สรรพสัตว์ติดตัณหา เหมือนว่า ลิงติดตัง
ไม่มีทาง อย่าหวัง จะออกไป
ยกเว้นวาสนามาถึง จึงพบกัลยาณมิตรได้
ตอนนี้ รถด่วนขบวนสุดท้าย หลวงพ่อไท้ มารับ

;;;;;;;;;; 

วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2564

หมู่ชนประมาท (อวดฉลาด ไม่รู้ว่า ตนเองไม่รู้) ชีวิต ถูกลิขิต ให้เดินทาง เพื่อไปยัง แดนบรมสุข อมตะ พระนิพพาน

หมู่ชนประมาท
(อวดฉลาด ไม่รู้ว่า ตนเองไม่รู้)
ชีวิต ถูกลิขิต ให้เดินทาง
เพื่อไปยัง แดนบรมสุข อมตะ พระนิพพาน
ตามทางสายกลาง ทางบริสุทธิ์ ทางหลุดพ้น เท่านั้น
ต้องอดทนอดกลั้น ไม่ล้างผลาญ ไม่เบียดเบียน
ไม่ทำบาปทั้งปวง ไม่ล่วงอกุศลกรรมบท
ไม่ละลด ทำความดีให้ถึงพร้อม
กลั่นจิตของตนให้ผ่องแผ้ว ทะนุถนอม
ตะล่อมใจ ให้หยุดให้นิ่ง ดิ่งเข้ากลาง
คนทั้งหลาย คล้ายปลาตาย ไหลตามน้ำ
ทำตามๆกัน วันยังค่ำ ทำมาหากิน
บุญไม่สร้าง แต่หวังจะรวย ทั้งสิ้น
ใช้ชีวิตอย่างนี้จนชิน เกือบทั้งสิ้นไปสู่อบาย
 เวียนวน หนีไม่พ้น วัฏฏสงสาร
วิบากกรรม ดัดสันดาน ทุกข์ทั้งนั้น น้ำตานอง
มีแต่ทุกข์กับทุกข์ สุกๆดิบๆ สยดสยอง
แต่ชนทั้งผอง ก็ยังประมาท ขาดสติอยู่นั่นเอง
วัฏฏสงสาร ก็คือคุกประหารดีดี นี่เอง
คนพาลทำเป็นเก่ง รวยทางลัด ประมาทในชีวิต
หลงเดินตาม เหยื่อเบ็ดมาร อำมหิต 
กว่าจะคิดได้ ตอนจะตาย ก็สายแล้ว
หลังตาย ไหลไปตาม วิบากกรรมที่ทำไว้
วนเวียนไป ในวัฏฏะ นับกาลไม่ได้
ซาบซึ้งในบุญ ลุ้นให้หมู่ญาติ ส่งบุญไปให้
อยากเกิดเป็นมนุษย์สุดใจ จะได้สร้างบารมี
บุญส่ง ได้เกิดมาใหม่ ที่ตั้งใจไว้ ลืมไปหมด
ด้วยมารใช้อวิชชาบังบด ลืมหมด เหมือนเกิดใหม่
ทำอย่างเคย ใช้ชีวิตเช่น เป็นปลาตาย
น่าเวทนาหลาย หลวงปู่ฯจึงได้ ไปสู่สุดธรรม 
 คนต่างกับสัตว์ รู้จักฝึกหัดตน
มีเหตุมีผล ทนทุกข์ได้
มีวินัย มีศีลมีสัจจ์ น่าไว้ใจ
เอื้ออาทร ละมุนละไม มนุสสเทโว
กายวาจาใจ ใช้ แสวงบุญ
สร้างบารมี เร่งลุ้น ช้าไม่ได้
อายุไข น้อยนัก จักต้องตาย
ชาติหน้า ฟ้าใหม่ มีแน่อน
หนีวัฏฏะ ต้องละ ตัณหา
 กายวาจาใจ มุมานะ ทำความดี
สำคัญสุด ใจหยุด ตรงที่
สัมมาสมาธิ เกิดมี ที่ศูนย์กลางกาย

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

อยู่ในคุกประหาร (ยังเบิกบานกันอยู่ได้) ชีวิตคือการเดินทางขึ้นสูง หมายมุ่ง พระนิพพาน แต่คนส่วนใหญ่นั้น ไหลลงต่ำ ตามกันเหมือนน้ำ ตามกระแส กิเลสกรรมวิบาก ชักนำ ทุกข์กระหน่ำ ดำดิ่ง ในวัฏฏสงสาร

 อยู่ในคุกประหาร
(ยังเบิกบานกันอยู่ได้)

ชีวิตคือการเดินทางขึ้นสูง หมายมุ่ง พระนิพพาน
 แต่คนส่วนใหญ่นั้น ไหลลงต่ำ ตามกันเหมือนน้ำ
ตามกระแส กิเลสกรรมวิบาก ชักนำ
ทุกข์กระหน่ำ ดำดิ่ง ในวัฏฏสงสาร

วัฏฏสงสาร ก็คือคุกประหาร นั่นเอง
คนเก่งๆ มีน้อยนัก ที่จะออกจากคุกนี้ได้
ด้วยพญามาร ใช้อวิชชา ปิดบังตาไว้
สั่งสอนไม่ได้ ดื้อหลาย บอกเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เชื่อ

ทางสายกลาง เอกานยมรรค ทางออกจากวัฏฏะ
เป็นทางเอกะ อริยมรรค สายเดียว
ผ่านศูนย์กลางกาย ภายในตน คนไม่เฉลียว
เหมือนหญ้าปากคอก นั่นเทียว วัวควายไม่เหลียวแล

วัฏฏสงสาร มีทั้งหมดด้วยกัน 31 ภูมิ
แบ่งเป็นสองกลุ่ม สุคติ กับทุคติ
สวรรค์6 รูปพรหม16อรูปพรหม4 และมนุษย์ภูมิ1 คือสุคติ
ส่วนทุคติ อบายภูมิ4 นั่นเอง

ใน31ภูมินี้ มีเพียงภูมิมนุษย์ ดีสุด แสวงบุญได้
นอกนั้นโชคร้าย เสวยผล ได้อย่างเดียว
เหมือนชาวนา เลิกทำนา เอาแต่เล่นแต่เที่ยว
มีมนุษย์ภูมิ ภูมิเดียว ที่ทั้งแสวงบุญและเสวยผล

บนสวรรค์ สุขสำราญ ด้วยเสวยผลบุญอย่างเดียว
เมื่อบุญหมดหน้าเขียว วิบากกรรมเหนี่ยว ลงอบาย
เหล่าเทวดา อิจฉา เหล่ามนุษย์ที่แสวงบุญได้
หิวกระหาย..บุญนัก ด้วยไม่อยากไปทุคติ

 ภูมิมนุษย์ก็อายุน้อยเหลือใจ คล้ายฟองน้ำฝนฟองหนึ่ง
เมื่อเทียบกับฟองน้ำฝน ซึ่ง ตกทั่วจักรวาล
น่าประหลาดใจ ที่ต่างกันไกล ปานนั้น
ก็ด้วยพญามารกีดกัน การแสวงบุญ สร้างบารมี

วัฏฏสงสาร คุกประหาร ยากแก่การหลบหนี
เนื่องด้วยมี วัฏฏะ กิเลสกรรมวิบาก สุดยากจะออก
เพราะมีตัณหา ความทยานอยาก ยากจะสำรอก
ใจคนชอบออก อยู่ภายนอก ตามอารมณ์โลภโกรธหลง

ใจขาดสติ นี้คือเหตุใหญ่ ใจไม่อยู่ในตัว
ใจจึงมืดมัวซัว ด้วยกิเลส เหตุ
ก่อกรรมวิบาก
เป็นวัฏฏะ วนไปมา ซ้ำซาก
ยิ่งนาน กิเลสยิ่งมาก ทับทวี

ใจจะมีสติ ต้องมีกัลยาณมิตร ผู้ประเสริฐ
ที่มีบารมีเลิศ ก่อเกิดศรัทธา
มหาปูชนียาจารย์ ทุกท่านไม่ธรรมดา
ท่านลงมา ปราบมาร โดยเฉพาะ

;;;;;;;;;;