สร้างบารมี
(เพื่อที่จะช่วยสรรพสัตว์)
;;;;;;;;;;
สร้างบารมี
(เพื่อที่จะช่วยสรรพสัตว์)
;;;;;;;;;;
บุญคือสมบัติ
(สมบัติคือบุญ)
คนทั้งหลาย ที่ไร้ศรัทธาในบุญ
มีชีวิต ที่วุ่น กับการทำมาหากิน
ไม่รู้ว่า ทรัพย์ที่ได้ ใช้บุญทั้งสิ้น
การทำมาหากิน ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
บุญคือสมบัติ สมบัติ ก็คือบุญ
บุญถึง จึงได้สมบัติ
แม้ ทุนทีมเทค ถึง ไม่ขาด
สมบัติก็ไม่ได้ ถ้าบุญไม่ถึง
หนึ่งสมองสองมือ คนถือนัก
จงรู้จัก ถ้าขาดบุญ คุณจะไม่ได้
เป็นภาพลวงตา ได้ทรัพย์มากินมาใช้
คนปัญญาใส จึงรู้ได้ รู้ทันชีวิต
ชีวิตของสรรพสัตว์ ไม่อาจหนี
กฎแห่งกรรมมี นี้เป็นกฎหลัก
มีสังสารวัฏ คุกประหาร ทุกข์นัก
มีกิเลสกรรมวิบาก วัฏฏจักรเวียนว่าย
สิ่งที่ได้ ล้วนไหลมาจากอดีต
เมื่อถึงขีด..ถึงคราว เราก็จะได้เอง
การทำงาน นั้นภาพลวงตา ไม่ใช่เก่ง
เป็นผลบุญของเราเอง คนเก่งทำไว้
บุญจะไม่ให้ผลทันใด คล้ายกับไม้ผล
ต้องอดทน..รอนาน จนถึงกาลจึงได้
หน้าที่ ต้องดูแล ทุกวันไป
นั่นแหละใช่ คือการแสวงบุญ
บารมี เป็นบุญใหญ่ เหมือนไม้ต้นใหญ่
ให้ผลทันใช้ ในปัจจุบัน
สร้างบารมี จึงเป็นกิจกรณีย์ ชีวัน
ที่สุดดีนั้น ติดตามท่าน สู่สุดธรรม
;;;;;;;;;;
บุญถึง
(จึงสำเร็จ)
;;;;;;;;;;
บุญเป็นที่พึ่ง
(หนึ่งเดียวในวัฏฏะ)
ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ใครๆเขาก็รู้
ใจเป็นผู้..สั่งการ เสนาใหญ่
จะพูด จะทำ ประการใด
แล้วแต่ใจ สั่งมาอย่างไร กายก็ทำอย่างนั้น
การเป็นกู จึงไปอยู่ที่ใจ
กูก็คือใจ แต่ก็ยังไม่ใช่ ยังมีนาย
มีบุญบาป แย่งชิงกัน กำกับใจ
อยู่ภายใน อันเป็นตัวแทนของพระกับมาร
ขณะใด ที่บาปครองใจของเรา
จะเกิดปัญญาเบา เป็นคนโง่เขลา ปัญญาอ่อน
คิดพูดทำ นำมาแต่สิ่งที่เดือดร้อน
ใจย่อมแน่นอน อยู่ภายใต้ กฎไตรลักษณ์
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ดังนั้นหนา ใจ ไม่ใช่อัตตา ตัวกู
ตราบได ที่บาป กำกับอยู่
ไม่ใช่ตัวกู ผู้ที่จะเป็นที่พึ่งได้
บุญ คล้ายเป็นกัลยาณมิตร ที่ยิ่งใหญ่
ใจเป็นอัตตาตัวกูได้ ด้วยบุญ
เป็นนิจจัง สุขัง อัตตา เที่ยงแท้ ไม่มีสูญ
พ้นกฎแห่งกรรม บริบูรณ์ ด้วยสุขสมปราถนา

ที่สุดแล้ว บุญนั้นหรือ คือธรรมธาตุ
บริสุทธิ์สะอาด พ้นกฎไตรลักษณ์
กฏแห่งกรรม ก็ทำอะไรไม่ได้ จงประจัก
มีอุปการะมาก หนึ่งเดียวในวัฏฏะ ชนะมาร
;;;;;;;;;;