วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ไม่ประมาท (ศาสตร์ครองชีวิต) ท่านทั้งหลาย จงใส่ใจ ในความไม่ประมาท ตามรักษาอาตม์ คือจิต ให้ตระหนัก จงถอนตนขึ้นจากหล่ม คือกิเลส แม้ยาก เหมือนช้างจมปลัก แม้ยากนัก ฉะนั้น

 ไม่ประมาท
(ศาสตร์ครองชีวิต)


ท่านทั้งหลาย จงใส่ใจ ในความไม่ประมาท
ตามรักษาอาตม์ คือจิต ให้ตระหนัก
จงถอนตนขึ้นจากหล่ม คือกิเลส แม้ยาก
 เหมือนช้างจมปลัก สุดยาก แต่ยังรักชีวิต

กิเลสตัณหาอุปาทาน สติเท่านั้น สู้มันได้
การฝึกสติ จึงยิ่งใหญ่ คนไม่รู้
เป็นกรณียกิจ ของชีวิต ทุกผู้
เกิดมาต้องรู้ มาฝึกสติ

ใจของคน ซนมาก ยังกะลิง
ยากจริงๆจะหยุดนิ่ง แต่ลิงก็ยังฝึกได้
ใจของคนแม้ซุกซน ก็ยังไหว
เกิดเป็นคน จึงโชคใหญ่ คนไม่รู้

การได้สติฝึกตน เป็นคนประเสริฐ
ไม่ต้องไปเกิด..ในอบาย คุกประหาร
เป็นอิสระ เดินทางบุญ พ้นมือมาร
เหมือนอยู่บนเรือใหญ่อย่างนั้น พ้นอันตราย

คนประมาทหลาย ไม่ใส่ใจฝึกตน
แถมยังดื้อล้น ทำลายสติ
ดื่มสุรายาเมา ช่างอวดดี
แม้อยู่ใกล้วัด ยังขาดสติ กลียุค

สตินี้ ปรกติ ทำลายยาก
เหนียวมากๆ ไม่อาจจักทำลาย
แม้เจ็บป่วยไข้ จะเป็นจะตาย
สติยังใสได้ ไม่ขุ่นมัว

สตินี้แพ้ง่ายๆ ให้แก่สุรายาเมา
อบายมุข ท่านจึงเอาไว้ ข้อแรก
ปากทางฉิบหาย จึงไม่แปลก
ดื่มสุรา เป็นข้อแรก ของอบายมุขหก

;;;;;;;;;;


วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565

สติมั่น (ทำงานขยันและสะอาด) ยศย่อมเจริญแน่ แก่ผู้มีความหมั่น มีสติมั่น มีการงาน..สะอาด ใคร่ครวญดีแล้วจึงทำ ไม่รีบร้อนเร่งลัด ด้วยความไม่ประมาท ระมัดระวังดีแล้ว

 สติมั่น
(ทำงาน
ขยันและสะอาด)


ยศย่อมเจริญแน่ แก่ผู้มีความหมั่น
มีสติมั่น มีการงาน..สะอาด
ใคร่ครวญดีแล้วจึงทำ ไม่รีบร้อนเร่งลัด
ด้วยความไม่ประมาท ระมัดระวังดี

คนขยันทำดี ที่มีมานะ ตลอดกาล
ยากพบพาน คือคนดี มีสัจจะ
เป็นคนจริงจัง จริงใจ จริงแท้ ใจพระ
อานุภาพสัจจะ สมปราถนาทุกประการ

คนขยัน สำคัญที่ สติมั่น
มิฉนั้น รักษาสัจจะ หาได้ไม่
ด้วยกิเลสตัณหา พาไป
ตัวจัญไร คือตัณหาอุปาทาน

คนตระหนักในสติ นี้หายาก
เหมือนคนจมปลัก ยากจะออก
ปลักตัณหา ยากยิ่งกว่ายาก ขอบอก
ด้วยอวิชชา หลอนหลอก ไม่รู้ว่าตนไม่รู้


เมื่อสติมั่น จะทำการงาน ด้วยฉันทะ
ใช้ปัญญา ปานเทวดา เนรมิตร
ทำงานอย่างสุขสันติ์ เปรมจิต
มีชีวิต มุ่งสู่ทิศ พระรัตนตรัย

การงานสะอาด คนไม่คาด ใจใสสด
อุปสรรคปัญหาทั้งหมด หนีหาย
อีกทั้งโชคดี ไม่มีโรคภัย
สุขสะบาย สมปราถนาทุกประการ

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565

มีสติระลึกรู้ (คือผู้เจริญ) ท่านทั้งหลาย จงยินดี ในความไม่ประมาท คือมีสติ ไม่ขาด ออกจากตน ระลึกรู้อยู่ภายใน ใจหายหม่น มีปีติเอ่อล้น ท่วมท้นใจ

 มีสติระลึกรู้
(คือผู้เจริญ)


ท่านทั้งหลาย จงยินดี ในความไม่ประมาท
คือมีสติ ไม่ขาด ออกจากตน
ระลึกรู้อยู่ภายใน ใจหายหม่น
มีปีติเอ่อล้น ท่วมท้นใจ

การมีสติ มิใช่ เพียงขับรถได้
แต่ขับด้วยใจปีติ มิมีคึกคนอง
ส่วนคนขาดสติ มีใจลอยล่อง
ใจหม่นหมอง คึกคนอง ประมาท

การทำงานอย่างมีสติ จะมีฉันทะ
ต่างกันมากน๊ะ กับการทำงานหาเงิน
การทำงานหาทรัพย์ เหมือนกับปลาหลงเพลิน
 หรือเหมือนไก่ หลงเดิน ตามเหยื่อล่อ

เมื่อได้ทรัพย์ ก็หลงติดกับ เหยื่อล่อ
เดินตามต่อ เท่าใดก็ไม่พอสักที
ยิ่งมีมาก ก็อยากได้มากมี
เป็นคนตระหนี่ มั่วโลกียสุข

ส่วนมีฉันทะทำงาน ใจมันมีสติ
ไม่ล่องลอยหนี ไปไหน
ละเอียดรอบคอบ ประกอบกิจ อย่างตั้งใจ
ใจสันโดษสดใส เวลาหมดไวเหลือเกิน

ผลงานที่ออกมา คนจะตลึง
คิดไม่ถึง จะทำได้ขนาดนี้
ทำด้วยวิมังสา นี่หละผลของมีสติ
แม้ตนเองนี้ ก็ภูมิใจเป็นที่สุด

ปราชญ์ย่อมรักษา ความไม่ประมาท
 ด้วยชีวาต เหมือนทรัพย์ ประเสริฐ
ตั้งมโนปณิธาน ฝึกสติ สุดอะเลิท
บูชาคุณผู้ประเสริฐ พระพุทธองค์

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ชัยชนะ (มากับความดี) พึงเอาชนะ คนตระหนี่ ด้วยการให้ ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รักใคร่ ของผู้รับ เหมือนพ่อแม่ บุตรไม่มีข้อแม้ ก้มกราบ ซึมซับ พระคุณ อบอุ่นหลาย

 ชัยชนะ
(มากับความดี)


พึงเอาชนะ คนตระหนี่ ด้วยการให้
ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รักใคร่ ของผู้รับ
เหมือนพ่อแม่ บุตรไม่มีข้อแม้ ก้มกราบ
ซึมซับ พระคุณ อบอุ่นหลาย

พระคุณพ่อแม่ บุตรแน่ๆ ต้องบำรุงท่าน
มิฉนั้น มันอกตัญญู
เป็นบาป กรรมวิบาก มีอยู่
การเป็นผู้..ให้ จึงไม่.. ธรรมดา

พึงเอาชัย คนไม่ดี ด้วยความดี
เอาบุญบารมี ปราบพาลีพ่าย
ชนะโดยไม่ต้องรบ ชนะใจ
กลับกลาย..เป็นรัก สมัครสมาน

ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
อดทนเข้าไว้ ชนะใจแน่นอน
สุขทั้งตน และคนอื่น ไม่เดือดร้อน
บุญชนะบาปแน่นอน เหมือนน้ำดับไฟ

พึงเอาชนะคนโกรธ ด้วยไม่โกรธตอบ แต่ปราณี
น้ำเย็น เท่านั้นที่ ดับกระหายได้
น้ำร้อนดับร้อน ไม่ได้
ความโกรธเป็นไฟ ดับได้ ด้วยใจเมตตา

มีสันโดษสมถะ ใจเมตตาเกิด
เป็นผู้ประเสริฐ ฝึกตนฝึกใจ
เจริญสติภาวนา หรือสมาธิ เป็นนิสัย
ชนะโกรธได้ ขวัญใจมหาชน

 ชนะคนพูดปดได้ ด้วยพูดแต่จริง
ความจริง มีสัจจะ อานุภาพ
เป็นสิ่งไม่ตาย คนพาลไม่ทราบ
ใครๆไม่อาจ พูดปดกับ ผู้มีศีล

จะเกิดความเร่าร้อน ไม่อาจผ่อนคลาย
ไม่อาจสะบาย จนกว่าจะได้ขอขมา
มีตำนานเล่าขาน เรื่องพระพุทธาฯ
ใครๆไม่กล้า..พูดปด มีโทษศีรษะแตก

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ใจนิ่งใจหยุด (สิ้นสุดตัณหา) ผู้มีความอดทน เป็นคน มีเมตตา มีลาภยศปรากฎ เป็นธรรมดา และสุขเสมอ เทวา และมนุษย์ทั้งหลาย รักษาเธอ มีชีวิตเลิศเลอ เหนือมนุษย์

 ใจนิ่งใจหยุด
(สิ้นสุดตัณหา)


ผู้มีความอดทน เป็นคน มีเมตตา
มีลาภยศปรากฎ เป็นธรรมดา และสุขเสมอ
 เทวา และมนุษย์ทั้งหลาย รักษาเธอ
มีชีวิตเลิศเลอ เหนือมนุษย์

ผู้มีขันติคุณธรรม ย่อมนำประโยชน์
มาให้แก่คนทั้งหมด และตน

จึงสุขสมปราถนา พร้อมหน้าทุกคน
เป็นสาธุชน คนดี มีอุดมการณ์

เมื่อใจไม่หนักแน่น เป็นคนใจเบา
มักโง่เขลา ประทุษร้ายมิตร
มีความประพฤติ กลับกลอกเป็นนิจ
ใจไม่สุจริต จิตย่อมไม่สุข

นักเลงหญิง นักเลงสุรา และการพนัน
แม่นมั่น เหตุแห่งความฉิบหาย
โลกขาดกัลยาณมิตร จึงวุ่นวาย
ประเพณี ก็ร้าย ผิดเพี้ยน

ชีวิตน้อยนิดนี้ มีชรา พาไป
ไม่มีอะไรต้านได้ ภัยมรณะ
ผู้ใดมองเห็น เป็นผู้มีปัญญา
จึงมุ่งชีวา สันโดษ สมถะ

ไม่ควรเอาใจใส่ ในคำก้าวร้าว ของคนอื่น
ทำใจให้แช่มชื่น ตั้งใจทำงานของตน
มีใจฉันทะ วิริยะ กระตือลือล้น
ทำงานของตน ด้วยจิตตะ ใจสุขยิ่ง

ต้นไม้ที่ยังเหลือราก จักไม่ตาย ฉันใด
ตัณหานุสัย ยังไม่ถูกกำจัดสิ้น ก็ฉันนั้น
ย่อมมีทุกข์ เกิดขึ้น เป็นแม่นมั่น
ตัณหา คือตัวกลั่น มหาภัย 

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ภัยใหญ่ของมนุษย์ (สุดที่ไม่อดทน) ความอดทน ย่อมตัดราก แห่งบาปทั้งสิ้น ทั้งใต้ดินบนดิน สิ้นไม่เหลือ รากแห่งการติเตียน ก็ไม่มี ไม่น่าเชื่อ ไม่เหลือ แม้แต่ราก การวิวาทกันได้..เป็นต้น

ภัยใหญ่ของมนุษย์
(สุดที่ไม่อดทน)


ความอดทน ย่อมตัดราก แห่งบาปทั้งสิ้น
 ทั้งใต้ดินบนดิน สิ้นไม่เหลือ
รากแห่งการติเตียน ก็ไม่มี ไม่น่าเชื่อ
ไม่เหลือ แม้แต่ราก การวิวาท..เป็นต้น

ด้วยขันตินั่นหนา คือตะบะ ไฟอย่างยิ่ง
กิเลสที่สิง อยู่ไม่ได้ หายสิ้น
ใจสะอาดสดใส สว่างไสว หมดราคิน
มีชีวิน พลิกผัน ปานคนละคน

ด้วยขันติ ได้บุญใหญ่ เรียกใหม่ว่าบารมี
มีอานุภาพ ปราบไพรี พ่าย
ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
เป็นสูตรสำเร็จ เป็นความหมาย ของขันติ

ขันติ นี้คือ คนยอมคนก็ใช่
ไม่สู้ ไม่ทำร้าย แต่ไม่หนี
รักษา
ความดีเรื่อยไป สุดชีวี
ศรัทธาเต็มที่ ทุ่มชีวี รักษาธรรม

หน้าที่ขันติ ที่ยิ่งใหญ่ สู้ภัยตัณหา
มีใจจาคะ เสียสละ ไม่ติดโลก
ประหยัดสุด ประโยชน์สูง พ้นโศก

พ้นทางโลก เข้าสู่ทางธรรม อันอำไพ

เผยแผ่ศาสนา ปลูกฝังศรัทธา มหาชน
ความอดทน นำหน้า หมู่พาลาสยอง

ก้มหัวหลุบหาง ไม่กล้ามอง
จดจดจ้องๆ ดั่งต้องมนต์

อดทนที่สุด ใจต้องหยุดนิ่ง
หยุดแท้จริง ต้องนิ่งที่ศูนย์กลางกาย
เป็นประตู ไปสู่ พระรัตนตรัยภายใน

พระธรรมกาย แก้วใส สว่างไสวในตัว

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ตรงต่อเวลา (ไม่ธรรมดา อจินไตย) เวลาของมนุษย์ สุดจะมีค่า จึงต้องรู้จัก บริหารเวลา ให้เป็น ไม่ปล่อย ไม่ให้ลอย ต้องเน้น มนุษย์ ไม่ได้เกิดมาเล่น มาหัว

ตรงต่อเวลา
(ไม่ธรรมดา อจินไตย)


เวลาของมนุษย์ สุดจะมีค่า
จึงต้องรู้จัก บริหารเวลา ให้เป็น
ไม่ปล่อย ไม่ให้ลอย ต้องเน้น
มนุษย์ ไม่ได้เกิดมาเล่น มาหัว

หลวงพ่อครูไม่เล็ก ท่านเป็นเอก ในเรื่องนี้
ท่านช่วยชี้..แจง แสดงเหตุผล
เราเกิดมาสร้างบารมี จึงต้องสน
และเราเป็นคน เป็นมนุษย์ สุดโชคดี

หนึ่ง ผู้บริหารเวลาได้ ใช่ผู้ตรงต่อเวลา
จะมีวาจา เชื่อถือได้ ไม่พูดปด
ไม่มีกังวล ใจเปี่ยมล้น ใสสด
เบิกบานไม่ละลด สดชื่นทั้งวัน

สอง จึงเป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด
องอาจ ฉลาดรอบรู้
ด้วยใจเป็นหนึ่ง หยุดนิ่งอยู่
มีสติตัวรู้ อย่างสมบูรณ์

สาม งานสำเร็จ เสร็จอย่างดี
ใจปีติ จึงมีความเชื่อมั่น ในตน
เป็นคนไม่ธรรมดา ไม่ใช่ปุถุชน
เปี่ยมล้น ความรู้ความสามารถ

สี่ ได้รับความไว้วางใจ จึงได้รับตำแหน่งสูง
ชีวิตรุ่ง พุ่งเร็วแรง
ทำงานได้ดี สมกับตำแหน่ง
ยังเป็นคนแกร่ง ด้วยแรงปีติ

ห้า ย่อมมีชื่อเสียงดี เป็นที่ยอมรับ
จงทราบ นี้เป็นผลของสัจจะ
เป็นคนจริง ตรงต่อเวลา
ไม่ธรรมดา ..เลยจริงๆ

หก ย่อมมีสุขภาพดี เพราะมีกิจวัตรงาม
ออกกำลังกาย เป็นประจำ ไม่ขาด
รวมทั้ง การทำความสะอาดวัด
เป็นศีลปฏิบัติ ไม่เพียงปริยัติ ท่องจำ

เจ็ด ย่อมมีมนุษยสัมพันธ์ดี นี้แน่นอน
ด้วยไม่ใช่คนกะล่อน แต่มีสัจจะ
เป็นที่เคารพ คารวะ
เป็นที่บูชา ของมหาชน

แปด ย่อมมีความจำดี ด้วยการมีสัจจะ
สมองได้พัฒนา อย่างอัศจรรย์
เป็นคนแก่ แต่ปัญญา ยังเฉิดฉัน
เป็นเรื่องอัศจรรย์ อจินไตย

เก้า ย่อมมีจิตดิ่งทันที เมื่อเข้าที่ นั่งสมาธิ
ด้วยจิต มีปีติอยู่เสมอ
และตรงเวลา ไม่มีพลาด ยากจะเจอ
นี่หละเธอ อานิสงส์ ตรงเวลา

สิบ ย่อมได้สัมมาสมาธิ มิมีภาพหลอก
ได้ความสุข ยากจะบอก นั่นล่ะใช่
การตรงต่อเวลา จึงได้อานิสงส์ใหญ่
เป็นคนจริงใจ มีสัจจะ คนเหนือคน

;;;;;;;;;;