แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คบบัณฑิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คบบัณฑิต แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567

คบคนเช่นใด (ก็เป็นคนเช่นนั้น) คบคนเช่นใด เป็นมิตร หรือคบคิด กับคนเช่นไร เขาก็เป็นคนเช่นนั้น อย่าสงสัย เพราะการอยู่ร่วมกันได้ นิสัยเดียวกัน

 คบคนเช่นใด
(ก็เป็นคนเช่นนั้น)

คบคนเช่นใด เป็นมิตร
หรือคบคิด กับคนเช่นไร
เขาก็เป็นคนเช่นนั้น อย่าสงสัย
เพราะการอยู่ร่วมกันได้ นิสัยเดียวกัน

บัณฑิต พึงทำความเป็นมิตร
กับคนที่มีจิต ศรัทธา รักษาศีล
มีปัญญา เป็นพหูสูต รู้สิ้น
จึงจะเข้าถึงถิ่น ความเจริญ
คนผู้ฟุ้งซ่าน ไร้ศรัทธา
 อาศัยมิตรชั่วช้า อันธพาล
เหมือนถูกคลื่นซัด ก็ปาน
ย่อมจมลงในน่าน น้ำใหญ่
พึงเป็นผู้ ใคร่ธรรม
 หมั่นสอบถาม ผู้ทรงไว้ซึ่งสุตะ
เข้าไปนั่งใกล้ ผู้มีศีลมีธรรมะ
และด้วยคารวะ ตั้งใจฟัง
บัณฑิตใด ชี้ขุมทรัพย์ให้ เป็นปกติ
 ด้วยหวังดี กล่าววจี เหมือนดุ
พึงคบบัณฑิต เช่นนั้นเป็นครู
  จะเลิศหรู ไม่เลวเลย
คบคนเลว ย่อมเลว ทุกกาล
 คบคนเสมอกัน ไม่พึงเสื่อม
 คบคนประเสริฐ ย่อมเด่นเลื่อม
ไม่อยากเลื่อม ให้คบคนยิ่งกว่าตน

ควรคบ ผู้น่าเลื่อมใสเท่านั้น
สำคัญ ให้ห่าง ผู้ไม่น่าเลื่อมใส
ผู้ใดน่าเลื่อมใส ควรเข้าไปใกล้
เหมือนต้องการน้ำใช้ อยากได้น้ำ
บัณฑิต ควรทำตนเฉยๆ
ไม่ควรเลย คุ้นเคย กับคนส่อเสียด
มักโกรธ ตระหนี่ ขี้โลภ ขี้เกียจ
คนเสนียด อย่าเฉียด เข้าใกล้ 
ควรคบกับคน ที่ดีกับตน
ไปให้พ้น ไปจากคน ที่เป็นศัตรู
ผู้ใดไม่คบคน ที่รักตนอยู่
 ชื่อว่าเป็นผู้ ไม่มีธรรมของสัตบุรุษ
พึงสมาคม กับสัตบุรุษ
 ดีสุด ให้สนิทสนม
รู้ทั่วถึงสัทธรรมสัตบุรุษ คนนิยม
สุขบรม สมปราถนา ทุกประการ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ปราชญ์วิปริต (ไม่ใช่บัณฑิตฝึกตน) ปราชญ์ พึงรักษาศีล ศีลไม่รักษา ปราชญ์วิปริต รู้มาก ปากเป็นพิษ ปราชญ์บัณฑิต ฝึกตน

 ปราชญ์วิปริต
(ไม่ใช่บัณฑิตฝึกตน)

ปราชญ์ พึงรักษาศีล
ศีลไม่รักษา ปราชญ์วิปริต
รู้มาก ปากเป็นพิษ
ปราชญ์บัณฑิต ฝึกตน 

ศีล เป็นที่พึ่งพื้นฐาน
เป็นมารดา ของธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุข ของธรรมน้อยใหญ่
 ฉะนั้น ควรชำระศีลให้ บริสุทธิ์
ผู้ทุศีล ย่อมได้รับความติเตียน
ชื่อเสียง ย่อมเสียหาย
ส่วนผู้มีศีล ชื่อเสียงย่อมได้
คนทั้งหลาย สรรเสริญทุกเมื่อ
ผู้ปรีชา รักษาศีลได้มั่นคง
 ย่อมสูงส่ง มีชื่อเสียงในโลกนี้
ละไปแล้ว ย่อมไปสวรรค์ทันที
 ชื่อว่าย่อมดีใจ ในที่ทั้งปวง
คนเขลา ไม่มั่นคงในศีล
 ถูกติเตียน ดีสิ้น ในโลกนี้
 ละไปแล้ว ไปสู่อบาย ทันที
 ชื่อว่า ย่อมเสียใจในที่ ทั้งปวง
ผู้ใดในโลกนี้ สำรวมกายวจี และใจ
 บาปอะไร ๆ ไม่ทำ
ไม่ถือเหตุแห่งตน พูดพล่าม
 ท่านเรียกคนอย่างนั้น ว่าผู้มีศีล
เพราะฉะนั้น หญิงและชายผู้มีศีล
 เป็นอาจิน รักษาอุโบสถได้
ทำบุญ ย่อมมีสุขเป็นกำไร
ผู้คนชื่นใจ ย่อมไปสวรรค์

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2567

บัณฑิต (จิตปราโมทย์ ด้วยปล่อยวาง) สิ่งเดียวกัน ดีไม่ดีแล้วแต่คน ขึ้นกับเหตุผล คนต่างกัน ปัญญา ทำให้รู้เห็นว่า เป็นอย่างนั้น ระดับปัญญาต่างกัน จึงเห็นต่าง

บัณฑิต
(จิตปราโมทย์ ด้วยปล่อยวาง)

 สิ่งเดียวกัน ดีไม่ดีแล้วแต่คน
ขึ้นกับเหตุผล คนต่างกัน
ปัญญา ทำให้รู้เห็นว่า เป็นอย่างนั้น
ระดับปัญญาต่างกัน จึงเห็นต่าง

 เพราะฉะนั้น สิ่งใดๆ ไม่ดีไปหมด
หรือเสียไปหมด ก็ไม่ใช่
แต่คนดี จะมองไปที่ ที่ใส
มองเห็นคุณได้ ในทุกสิ่งในทุกคน
เมื่อเกิดเหตุ ภัยร้าย
ย่อมต้องการหลาย คนกล้าหาญ
เมื่อเกิดข่าวตื่นเต้น ก็เช่นกัน
ย่อมต้องการ คนหนักแน่น
เมื่อข้าวน้ำบริบูรณ์ ต้องการคนที่รัก
เมื่อเกิดเรื่องลึกซึ้งนัก ต้องการบัณฑิต
คนทุกคน สำคัญ คนละชนิด
ดังนั้น จงมีจิต สามัคคีกลมเกลียว 
คฤหัสถ์ชาวบ้าน เกียจคร้าน ไม่ดี
วิบากกรรมกาลี จะส่งผล
บรรพชิตไม่สำรวม ก็ไม่พ้น
บาปอกุศล ตัณหาอุปาทาน
ผู้ครองแผ่นดิน มีอำนาจเด็ดขาด
ไม่ฉลาด ไม่ใคร่ครวญก่อนทำ
ทุกผู้ทุกคน อยู่ภายใต้ กฎแห่งกรรม
มีอำนาจล้ำ ยิ่งได้กรรมหนัก
บัณฑิตมักโกรธ ไม่ดี
บัณฑิตอัปปรี ขี้โกรธ
คนพาล คนไม่ดี  เก็บกด
บัณฑิต จิตปราโมทย์ ด้วยปล่อยวาง

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566

ไม่คบคนพาล (สำคัญสุดขีด) ชีวิต คือการเดินทางไกล ทุกข์สุขอย่างไร อยู่ที่เพื่อนสนิท ไม่คบคนพาล มงคลชีวิต สำคัญสุดขีด มงคลที่หนึ่ง

 ไม่คบคนพาล
(สำคัญสุดขีด)

ชีวิต คือการเดินทางไกล
ทุกข์สุขอย่างไร อยู่ที่เพื่อนสนิท
ไม่คบคนพาล มงคลชีวิต
สำคัญสุดขีด มงคลที่หนึ่ง
คนพาล มีทรัพย์มีอำนาจ
เป็นคนฉลาด ขาดฉลียว
ในยุคของคนพาล คนเปลี้ยว
ปุถุชนหน้าเขียว ทุกข์ยาก
คนดีมีบุญ พ้นภัย
เหมือนอยู่บนเรือใหญ่ แสนสะบาย
หมดทุกข์หมดโศก หมดโรคภัย
เป็นอจินไตย อัศจรรย์
เพื่อนดี นำ ทำพระนิพพานให้แจ้ง
บุญแสวง สร้างบารมี
 เพื่อนชั่ว ที่น่ากลัว อยู่ในตัวเรานี้
 ใจขาดสติ คิดชั่ว
ฝึกสติ สร้างเพื่อนดี ในตน
พาหลุดพ้น โลกโลกีย์
เดินทางธรรม สุขล้ำ ชีวี
สุขสมปราถนา บังกิดมี แน่แท้
ยอดกัลยาณมิตร จิตที่ฝึกดีแล้ว
เป็นดังแก้ว สารพัดนึก
บัณฑิตฝึกตน ทนฝึก
สุดคาดนึก ของคนทั่วไป
บัณฑิต คือคนดี ที่ฝึกตน
เป็นคน..อาชาไนย แกล้วกล้า
เก่งเกินคน ล้นศักดา
นำชาวประชา แสวงบุญสร้างบารมี

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566

โลกยุคทมิฬ (ถิ่นปุถุชน) บัณฑิต ละธรรมดำ เจริญธรรมขาว เป็นธรรมดา เป็นนิสัย ธรรมชาติ ผู้มีปัญญา ด้วยชีวา มีจิตนำ

 โลกยุคทมิฬ
(ถิ่นปุถุชน)

บัณฑิต ละธรรมดำ
เจริญธรรมขาว เป็นธรรมดา
เป็นนิสัย ธรรมชาติ ผู้มีปัญญา
ด้วยชีวา มีจิตนำ
ผู้ฝึกตน คนบัณฑิต
ฝึกจิตให้นิ่ง ใสสว่าง
เกิดปัญญารู้เห็น จริงจัง
ไม่คั่งค้าง ไม่สงสัย ใจสุขยิ่ง
คนพาลใจมืดดำ ของตัณหา
เป็นธรรมดา หาสุขทางโลก
ใครเข้าไปเตือน เหมือนตลก
ดับทุกข์โศก ด้วยความเพลิน
คนพาล ปุถุชน กิเลสหนา
เหมือนไก่กา ตั้งหน้าหากิน
ทะเลาะ เบาะแว้ง รักษาถิ่น
แย่งกันกิน แย่งกันนอน
คนพาล หน้าด้าน แย่งชิง
ชอบยิ่ง ลาภยศสรรเสริญ
สติสั้น อยู่ไปวันๆ กับความเพลิน
กำลังเดิน สู่คุกประหาร
ปุถุชน นักโทษประหาร มื้อสุดท้าย
ก่อนตาย ถูกตามใจ ทุกอย่าง
ให้กินให้นอน สะบายจัง
ชักตาตั้ง เมื่อได้สติ ตอนใกล้ตาย
ปุถุชนคนพาล สักเท่าขนวัว
บัณฑิต เท่าสองเขาวัว เปรียบได้
ขนทั้งตัว กับเขาวัว ห่างกันไกล
โลกทุกวันนี้ จึงใช่ ยุคทมิฬ

 ;;;;;;;;;; 

วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2566

บัณฑิตผู้รักษาตน (คนแสวงบุญสร้างบารมี) คนทำบาป ใจเศร้าหมอง สติพร่อง คนพาล สันดานหยาบ เมื่อบาปยังไม่ส่งผล คนพาลไม่ทราบ เมื่อใกล้ดับ จึงซับซาบ สุดเสียใจ

 บัณฑิตผู้รักษาตน
(คนแสวงบุญสร้างบารมี)



คนทำบาป ใจเศร้าหมอง
สติพร่อง คนพาล สันดานหยาบ
เมื่อบาปยังไม่ส่งผล คนพาลไม่ทราบ
เมื่อใกล้ดับ จึงซับซาบ สุดเสียใจ

คนไม่ทำบาป ย่อมแจ่มใส
สว่างไสว ไม่มีหมอง
เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ เรืองรอง
มหาชนแซ่ซร้อง สรรเสริญ

ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน ไม่สะอาด
ไม่สามารถ ละความตระหนี่
ตัณหาอุปาทาน ยังมากมี
ความเมตตาปราณี ไม่มา

บัณฑิตมีปัญญา ไม่ละการฝึกตน
หมั่นฝึกฝน ฝึกตน ฝึกสติ
เป็นกรณียกิจ อุทิศชีวี
ด้วยรู้ดี ชีวิตมี กฎแห่งกรรม

ผู้ประพฤติดี มีการฝึกตน
เป็นคน..เข้าวัด ปฏิบัติธรรม
แสวงบุญสร้างบารมี เป็นประจำ
ปณิธานล้ำ ทำพระนิพพานให้แจ้ง

ผู้ฝึกตนดีแล้ว ได้ที่พึ่งดี ที่หายาก
ไม่มีความลำบาก อุปสรรคปัญหา
มีขันติคุณธรรม ค้ำชีวา
ชนะคนพาลพาลา ด้วยบารมี

ผู้รักษาตนได้ อันตรายย่อมไม่มี
เป็นคนดี ที่เทวดารักษา
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ธรรมดา
สุขสมปราถนา ย่อมมีมาทุกประการ

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565

คนพาลที่น่ากลัว (ตัวเราเอง) ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล เหมือนกัน กับหนวดเต่านั้น ไม่มี ไม่คบคนพาล เป็นมงคล ของชีวี ให้หนีสุดฟ้า อย่าคบคนพาล

 คนพาลที่น่ากลัว
(ตัวเราเอง)


ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล
เหมือนกัน กับหนวดเต่านั้น ไม่มี
ไม่คบคนพาล เป็นมงคล ของชีวี
ให้หนี..สุดฟ้า อย่าคบคนพาล

คนพาลอำมหิต ด้วยจิตมืดมน
ตัณหาเข้มข้น หมดความเป็นคนแล้ว
ไม่ต่างจากสัตว์ร้าย อย่าใกล้ รีบแจว
ผู้ประมาท มีเป็นแถว ไม่เชื่อ

คนพาลอาจมีอำนาจ มีสมบัติใหญ่
เหมือนเสือร้าย เสือหิว
ตาขุ่นขวาง ดุจัง เหมือนแสดงงิ้ว
บ้าตัณหา บ้าหิว อิ่มไม่เป็น

ท่านว่า คนพาลที่น่ากลัว คือตัวเราเอง
เป็นคนอวดรู้อวดเก่ง ขาดความเคารพ
อาจเข้าวัดมานาน แต่ใจไม่สงบ
ทำตัวไม่น่าเคารพ ขาดเมตตา

ทุกท่าน มีเชื้อพาล อยู่ในตน
เราทุกคน ยังมีกิเลสตัณหา
จึงต้องฝึกตน อดทน สันโดษสมถะ
ไม่เลิกลา ทำพระนิพพานให้แจ้ง

แสวงบุญสร้างบารมี มิขาด
เดินตามบาท พระพุทธองค์
ประคองสติ ประคองใจ ไม่ลุ่มหลง
ปลดปลง โลกโลกีย์

เป็นบัณฑิต เป็นสหาย ให้กับทุกคน
มีความอดทน เปียมล้นความดี
ฝึกตนเตือนตน ให้คิดแต่ดี
ทำอย่างนี้ ดีสุด หลุดจากคนพาล

;;;;;;;;;;