คบคนเช่นใด
(ก็เป็นคนเช่นนั้น)
;;;;;;;;;;
คบคนเช่นใด
(ก็เป็นคนเช่นนั้น)
;;;;;;;;;;
ปราชญ์วิปริต
(ไม่ใช่บัณฑิตฝึกตน)
;;;;;;;;;;
บัณฑิต
(จิตปราโมทย์ ด้วยปล่อยวาง)
;;;;;;;;;;
ไม่คบคนพาล
(สำคัญสุดขีด)
;;;;;;;;;;
โลกยุคทมิฬ
(ถิ่นปุถุชน)
;;;;;;;;;;
บัณฑิตผู้รักษาตน
(คนแสวงบุญสร้างบารมี)
คนไม่ทำบาป ย่อมแจ่มใส
สว่างไสว ไม่มีหมอง
เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ เรืองรอง
มหาชนแซ่ซร้อง สรรเสริญ
ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน ไม่สะอาด
ไม่สามารถ ละความตระหนี่
ตัณหาอุปาทาน ยังมากมี
ความเมตตาปราณี ไม่มา
บัณฑิตมีปัญญา ไม่ละการฝึกตน
หมั่นฝึกฝน ฝึกตน ฝึกสติ
เป็นกรณียกิจ อุทิศชีวี
ด้วยรู้ดี ชีวิตมี กฎแห่งกรรม
ผู้ประพฤติดี มีการฝึกตน
เป็นคน..เข้าวัด ปฏิบัติธรรม
แสวงบุญสร้างบารมี เป็นประจำ
ปณิธานล้ำ ทำพระนิพพานให้แจ้ง
ผู้ฝึกตนดีแล้ว ได้ที่พึ่งดี ที่หายาก
ไม่มีความลำบาก อุปสรรคปัญหา
มีขันติคุณธรรม ค้ำชีวา
ชนะคนพาลพาลา ด้วยบารมี
ผู้รักษาตนได้ อันตรายย่อมไม่มี
เป็นคนดี ที่เทวดารักษา
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ธรรมดา
สุขสมปราถนา ย่อมมีมาทุกประการ
;;;;;;;;;;
คนพาลที่น่ากลัว
(ตัวเราเอง)
คนพาลอำมหิต ด้วยจิตมืดมน
ตัณหาเข้มข้น หมดความเป็นคนแล้ว
ไม่ต่างจากสัตว์ร้าย อย่าใกล้ รีบแจว
ผู้ประมาท มีเป็นแถว ไม่เชื่อ
คนพาลอาจมีอำนาจ มีสมบัติใหญ่
เหมือนเสือร้าย เสือหิว
ตาขุ่นขวาง ดุจัง เหมือนแสดงงิ้ว
บ้าตัณหา บ้าหิว อิ่มไม่เป็น
ท่านว่า คนพาลที่น่ากลัว คือตัวเราเอง
เป็นคนอวดรู้อวดเก่ง ขาดความเคารพ
อาจเข้าวัดมานาน แต่ใจไม่สงบ
ทำตัวไม่น่าเคารพ ขาดเมตตา
ทุกท่าน มีเชื้อพาล อยู่ในตน
เราทุกคน ยังมีกิเลสตัณหา
จึงต้องฝึกตน อดทน สันโดษสมถะ
ไม่เลิกลา ทำพระนิพพานให้แจ้ง
แสวงบุญสร้างบารมี มิขาด
เดินตามบาท พระพุทธองค์
ประคองสติ ประคองใจ ไม่ลุ่มหลง
ปลดปลง โลกโลกีย์
เป็นบัณฑิต เป็นสหาย ให้กับทุกคน
มีความอดทน เปียมล้นความดี
ฝึกตนเตือนตน ให้คิดแต่ดี
ทำอย่างนี้ ดีสุด หลุดจากคนพาล
;;;;;;;;;;