แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยุติธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยุติธรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565

พุทธศาสนา (รักษาชาติประชาชน) ถ้าผู้ปกครองทรงธรรม นำประเทศ ย่อมวิเศษ ประเทศชาติเป็นสุข น่าประหลาด ประชาชาติพ้นทุกข์ มีกินมีใช้ แสนสุข ดังสวรรค์

 พุทธศาสนา
(รักษาชาติประชาชน)


ถ้าผู้ปกครองทรงธรรม นำประเทศ
ย่อมวิเศษ ประเทศชาติเป็นสุข
น่าประหลาด ประชาชาติพ้นทุกข์
มีกินมีใช้ แสนสุข ดังสวรรค์


ผู้นำยุติธรรม นำพลังสามัคคี
ประชาชี ร่วมใจ รักใคร่ ปรองดอง
ไพร่ฟ้าหน้าใส รักใคร่กัน ปานพี่น้อง
ฟ้าหายหม่นหมอง แสงสีทอง ปรากฎ

ความยุติธรรม นั้นหรือ ก็คืออุเบกขา
ไม่ธรรมดา ปล่อยวางตัณหาได้
ใจสว่าง กระจ่าง ดังอาทิตย์อุทัย
มีอานุภาพใหญ่ ของจักรพรรดิ์

อุเบกขา ปราบมาร คนพาลหนีหาย
ภัยใดใด ไม่กล้า เข้ามาใกล้ 
อานุภาพบารมี ของไท้
เทวดา ยังกราบไหว้ บูชา

ตรงข้าม ถ้าความอยุติธรรมปรากฎ
ความมืดย่อมบังบด ความสว่าง
บ้านเมือง จะเต็มไปด้วยเปรต ผีสาง
ทุกข์ประดัง ประชารันทด หมดที่พึ่ง

ศาสนาพุทธ สุดวิเศษ แก้อาเพทได้
สวดธัมมจักร ยิ่งใหญ่ แก้อาถรรพ์
หมู่เปรต คนพาล ถึงกาล
อวสาน แพ้ภัยตน

พุทธศาสนา นั่นหละ คือเสาค้ำเมือง
ชีวิตเป็นเรื่อง ของบุญกับบาป
ใจนิ่งใจหยุด ที่สุดของบุญ ควรทราบ
ทานศีลภาวนา กำกับ ทางสายกลาง

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2564

อุเบกขา (ใจหยุด หลุดเข้ากลาง) อุเบกขา คือใจหยุด จึงหลุด เข้ากลาง อันเรียกว่าปล่อยวาง สิ่งต่างๆ ภายนอกได้ หยุดแล้วเคลื่อน เลื่อน เข้าข้างใน ใจสดใส สว่างไสว ยิ่งกว่าเดิม

อุเบกขา
(ใจหยุด หลุดเข้ากลาง)
อุเบกขา คือใจหยุด จึงหลุด เข้ากลาง
อันเรียกว่าปล่อยวาง สิ่งต่างๆ ภายนอกได้
หยุดแล้วเคลื่อน เลื่อน เข้าข้างใน
ใจสดใส สว่างไสว ยิ่งกว่าเดิม
ดังนั้น การปล่อยวาง คนละอย่างกับ ปล่อยทิ้ง
การปล่อยวางได้จริง ใจจะนิ่ง และสุขมากๆ
มีคุณธรรมเมตตา กรุณา ประจัก
เสียสละยิ่งนัก แม้ชีวิต เพื่อสถิต ความยุติธรรม
การดูดาย ไม่ใช่อุเบกขา แต่ว่าคือการปล่อยทิ้ง
เห็นคนเดือดร้อน ยังนิ่ง ไม่ขวนขวายช่วยเหลือ
มนุษย์ คือคนใจสูง มีใจเอื้อเฟื้อ
ส่วนคนพาล เค็มเหมือนเกลือ ไม่เผื่อแผ่ผู้ใด
 เมื่อใจหยุด แปลกนัก ใจหลุดจากกายหยาบ
รู้สึกกายหยาบนั้น คล้ายกันกับ บ้านเรือน
หมดอาลัยกามคุณ ไม่วุ่นโลกธรรม
สุขเหลือล้ำ อยู่เฉยไม่ได้ เข้าไปอนุเคราะห์
อุเบกขา หาญกล้า สละชีวิต
อุทิศตน เพื่อคนทุกทิศ ทั่วหล้า
 พระโพธิสัตว์ กระโดด หน้าผา
เมื่อเห็นแม่เสือ หิวนักหนา จะกินลูก
เรื่องส่วนตัว วางอุเบกขา 
เรื่องศาสนา อุเบกขาวาง
 เข้าไปยับยั้ง ไม่ดูดาย ตัวตายก็ช่าง
ปราบมาร ที่ห้าวหาญ คลุ้มคลั่ง
 เป็นความหวัง ของ
ศาสนา และมหาชน
 หยุดใจได้ จึงใช่ ยุติธรรม
มีปัญญา กล้าล้ำ ไม่กลัวตาย
มีอานุภาพ คุ้มครอง ผองภัย
ประชาอุ่นใจ เทิดไท้ ไว้เหนือเศียร

 
;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2563

คนยอมคน (มากล้นอานุภาพ):: คนยอมคน ไม่ถือตน เป็นความอดทนสูงสุด ปล่อยวางตนได้ ยอดมนุษย์ สุดที่อุเบกขา มีอานุภาพ กำหราบ หมู่มารา ชาวโลกา เทอดไท้ บูชาท่าน

คนยอมคน
(มากล้นอานุภาพ)
คนยอมคน ไม่ถือตน เป็นความอดทนสูงสุด
ปล่อยวางตนได้ ยอดมนุษย์ สุดที่อุเบกขา
มีอานุภาพ กำหราบ หมู่มารา
ชาวโลกา เทอดไท้ บูชาท่าน
คนยอมคน ชนะตน ชนะโลกสาม
ขจัดอุปกิเลส ที่ทำให้ใจหมองคล้ำ สว่างล้ำดวงปัญญา
ชนะตน คนชนะโลกนี้ และโลกหน้า
สุขสมอุรา สมปราถนา ทุกประการ
คนยอมคน ยอมไม่ปริปากบ่น ทนเขาว่า
ไม่ใช่หน้า..ที่ของเรา หน้าที่ของเขา ให้เขาว่าไป
หน้าที่ของเราคิดดี พูดดี ทำดี ให้ได้
นี้คือคำของยายฯ มหาปูชนียาจารย์
ยอมคนได้ มีใจอุเบกขา
ไม่ดูดายหนีหน้า จะพาเขาพ้นทุกข์
จะรื้อสัตว์ขนสัตว์ จึงยอมให้เขาดูถูก
เหมือนพ่อแม่รักลูก ยอมอภัยให้ลูกได้ทุกอย่าง
ผู้มีอุเบกขา ไม่ธรรมดา คือผู้ปราบมาร
ปณิธาน..สุดขีด ตามติด..หลวงปู่ฯ สู่สุดธรรม
เกิดมาสร้างบารมี เพื่อที่ปราบไอ้ดำ
สรรพสัตว์ทุกข์เหลือล้ำ เพราะไอ้ดำมารร้าย
เรื่องส่วนตนให้วางอุเบกขา
เรื่องของศาสนา ให้เอาอุเบกขาวาง
เป็นคำครูไม่ใหญ่ น่าสนใจ ใครๆต้องฟัง
อุเบกขา มีความหมายดังคำว่า ไม่ดูดาย
เมื่อเห็นความอยุติธรรม หรือความไม่ถูกต้อง
 เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ดูดาย
เกิดเป็นบารมี อานุภาพหลาย
พญามารแพ้พ่าย ด้วยอุเบกขาบารมี
 เมตตาบารมี ดูดีดี คือพระคุณ หรือนักโปรด
ยอมอดโทษ โอนอ่อนผ่อนตาม
อุเบกขาบารมี คือพระเดช หรือนักปราบ น่าเกรงขาม
มีอานุภาพเลิศล้ำ ความยุติธรรมมาก่อน
เพียงมีเมตตา ยังไม่อาจจะทำอะไรได้
หมู่มารอาจหาญหลาย เอาตายแน่
จึงต้องมีอุเบกขา มาช่วยแก้
หมู่มารพ่ายแพ้ พระโพธิญาณ
อุเบกขาก็คือเมตตา ในเวลาใจหยุดนิ่ง ณ ศูนย์กลางกาย
ใจดิ่งเข้าไป ทิ้งไว้ตัวตน คนเก่า
หลุดเข้าสู่ภายใน สวมซ้อนพระรัตนตรัย ตัวตนแท้ของเรา
หมู่มารวิ่งหนีอ้าว ความยุติธรรมก่อนเก่า กลับคืนมา

 ;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2562

ไปไม่รอด (คนตาบอดสอดรู้):: อุเบกขา ปล่อยวาง คนละอย่างกับ ปล่อยทิ้ง เมตตากรุณามุทิตาจริง ไม่ปล่อยทิ้ง ดูดาย

ไปไม่รอด
(คนตาบอดสอดรู้)

อุเบกขา ปล่อยวาง
คนละอย่างกับ ปล่อยทิ้ง
เมตตากรุณามุทิตาจริง
ไม่ปล่อยทิ้ง ดูดาย

เหมือนให้เด็กหัดเดินเองบ้าง
แต่อย่าวางใจ
คอยดูแลอย่างชิดใกล้
คอยให้กำลังใจ ไม่ห่าง

มุทิตา ใจจะปีติ
รักบุตรเหลือที่ มีน้ำตาไหล
หรือมุทิตาคนอื่นคนไกล
ใจไม่ไปไหน หยุดนิ่ง

เมื่อใจหยุด จึงหลุดเข้ากลาง
ปล่อยวาง กายหยาบ
เหมือนกับ
สวมเสื้อผ้า

อุเบกขา
ใจจะหยุดนิ่ง ดิ่งไม่หยุด
มีความสุขสุดสุด
สุขนัก จากอุเบกขา

เห็นความอยุติธรรมอยู่ไม่ได้
ใส่ใจ นำพา
พร้อมหมู่คณะ
ทุ่มชีวา สร้างบารมี

ปล่อยทิ้ง คือดูดาย
ไม่ใช่ อุเบกขา
ใครจะเป็นจะตาย ไม่นำพา
นี่หละ ขาดมุทิตาดูดาย
เห็นความอยุติธรรม
แล้ววางเฉย จนเคยตัว
คนอย่างนี้น่ากลัว
เอาลอดแต่หัว ตัวไม่ลอด

ไม่ยอมสร้างบารมี
ชีวิตนี้ และชีวิตหน้า จะจอด
ชีวิตไปไม่รอด
เป็นคนตาบอด สอดรู้

เราเกิดมาสร้างบารมี
เพื่อหนี ทุกข์
จึงปล่อยวางเรื่องสนุก
ไม่คลุกคลี.. เมามัน

มีสติสัมปชัญญะ
มีปัญญา รู้ทัน
ว่าการมาในโลกนี้นั้น
มาสร้างบารมีกัน เท่านั้นเอง

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561

คนดีช้ำ:: ไม่มีอุเบกขาบารมี ไม่อาจที่ ยุติธรรม คนดีช้ำ เมื่อความยุติธรรม ไม่มี

คนดีช้ำ

ไม่มีอุเบกขาบารมี
ไม่อาจที่ ยุติธรรม
คนดีช้ำ
เมื่อความยุติธรรม ไม่มี

พุทธศาสนา
สอนประชา ให้ตั้งสติ
พลีชีวี
รักษา ความดีไว้

ในอดีตชาติ
เราบังอาจ ทำกรรมไว้
จงเข้าใจ
รับมันไว้ ชดใช้กรรม

เอาขันติเป็นอาวุธ
เลิศสุด บารมีค้ำ
ไม่เจ็บช้ำ
ไม่ตกต่ำ ยิ่งตียิ่งโต

ปลงไม่ลง วางอุเบกขาไม่ได้
ด้วยใจมีอคติ๔
คือมี
ชอบ ชัง กลัวจัง และหลง

เป็นผู้ใหญ่
เป็นที่พึ่งประชา จะต้องตรง
จะมัวหลง ไหล
เกลียดกลัวภัย ไม่ได้เลย

อุเบกขาไม่ไหว
ถ้าไม่ได้ นั่งสมาธิ
มีสัมมาสติ
ระลึกไว้ที่ ศูนย์กลางกาย

ทานศีลภาวนา
ปฏิบัติมา ไม่ขาดสาย
อุเบกขาไม่ได้
อย่าดำริไป เป็นผู้นำ

มีอำนาจ แต่ขาดยุติธรรม
สร้างกรรมหนัก
เวรนำชัก
ไม่อาจจัก ฝืนได้

เหมือนเทวทัต
ที่ร้ายกาจ นั่นไง
อุเบกขาเป็นเรื่องใหญ่
มีอานุภาพ ปราบมาร

;;;;;;;;;;