วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565

ผู้ประทุษร้ายมิตร (อำมหิตแท้) ผู้ประทุษร้ายมิตร อำมหิตแท้ มิตรเป็นดั่งพ่อแม่ ที่คอยดูแลเรา เหมือนร่มไม้ ที่ให้ร่มเงา สุขสบายด้วยเขา คนเขลา ยังอำมหิต

 ผู้ประทุษร้ายมิตร
(อำมหิตแท้)


ผู้ประทุษร้ายมิตร อำมหิตแท้
มิตรเป็นดั่งพ่อแม่ ที่คอยดูแลเรา
เหมือนร่มไม้ ที่ให้ร่มเงา
สุขสบายด้วยเขา คนเขลา ยังอำมหิต

คนทรยศ เห็นแต่ประโยชน์..เฉพาะหน้า
คนชั่วช้า ตัณหา พาฉิบหาย
ไม่อดทนอดกลั้น ต่อการอยากได้
หรือความกลัวภัย ก็เลยไปตามน้ำ

ขันติเท่านั้น สู้มันได้ ตัณหา
เจริญสติ ที่กลางกายา อดกลั้น
เกิดบารมี ปราบภัยพาล
ไม่สู้ไม่หนี อดกลั้น ทำดีเรื่อยไป

ผู้คนขาดศรัทธา จึงตัณหาบาน
ไม่รู้ที่อดกลั้น ขันติเป็นขันแตก
การเข้าวัด ธรรมปฏิบัติ เป็นของแปลก
 บุญน้อย สติแตก ไม่อาจแยกแยะ

ใครเข้าวัด ปฏิบัติธรรมได้ ไม่ธรรมดา
แสดงว่า เคยสร้างสมบุญวาสนา ไว้ดี
เข้าวัดง่ายๆ ช่างบุญหลาย บารมี
สุขี มีกินมีใช้ ไม่อนาทร

มีชีวิตต้องเข้าวัด เป็นโอกาศทอง
เทวดา ยังต้อง อิจฉา
แสวงบุญได้ มีแต่มนุษย์ เท่านั้นหละ
แต่มนุษย์มะนา กลับไม่มาวัด

คนไม่เข้าวัด ขาดสัมมาทิฏฐิ
เป็นคนอวดดี ไม่ว่ามีหรือจน
เป็นคนแสลงดี ต่อต้านบุญกุศล
ขาดความอดทน หนีไม่พ้น ทำร้ายมิตร

;;;;;;;;;;

บิดามารดา (พระพรหมในบ้าน) มารดาบิดา ท่านเรียกว่า เป็นพรหม สุขบรม เมื่อมีพรหม..รักษา เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธา มีพลังเมตตา พาสุขสม

 บิดามารดา
(พระพรหมในบ้าน)


มารดาบิดา ท่านเรียกว่า เป็นพรหม
สุขบรม เมื่อมีพรหม..รักษา
เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธา
มีพลังเมตตา พาสุขสม

มารดาบิดา มีพลังเมตตา เต็มเปี่ยม
มีสุขอย่างเยี่ยม เมื่อได้อยู่ใกล้ท่าน
ในอ้อมกอด สุดยอด ดังสวรรค์
มีปีติเบิกบาน สราญใจ

มีพรหมรักษา ภัยนาๆไม่กลายกล้ำ
เมตตาธรรม ปกปักษ์รักษา
ปกป้องบุตร สุดชีวิต สุดชีวา
ดังแม่ไก่ สุดกล้า รักษาลูกไก่

พลังเมตตา รักษาบุตร มีสติ
มีชีวี ปลอดภัย จากกิเลสร้าย ตัณหา
พ้นอบายมุข เกิดกุศล ศรัทธา
ออกบรรพชา อุปสมบท ทดแทนคุณ

บำรุงบิดามารดา เป็นมหามงคลชีวิต
บวชอุทิศ..บุญ แทนคุณท่าน
ได้เนกขัมมบารมี ชีวีสุขอนันต์
มีลูกมีหลาน อภิชาติบุตร

มีคุณธรรมกตัญญูอุปถัมภ์ ค้ำชีวิต
ป้องปิด ปกป้อง ผองภัย
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
ศัตรูแพ้พ่าย แพ้ภัยตน

มีพรหมอยู่ในบ้าน ท่านคือบิดามารดา
จงได้สติ ตื่นขึ้นมา บำรุงรักษาท่าน
ครอบครัวจะสุข สมปราถนาทุกสิ่งอัน
นำพาบุตรหลาน กราบเท้าท่าน ขอพร

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565

มารดา (มิตรในเรือนตน) มารดา เป็นมิตรในเรือนตน เหมือนบุญกุศล คือมิตรในเรือนใจ ไม่ว่ากาลไหนๆ ช่วยแก้ไข ให้กำลังใจไม่หยุดยั้ง

 มารดา
(มิตรในเรือนตน)


มารดา เป็นมิตรในเรือนตน
เหมือนบุญกุศล คือมิตรในเรือนใจ
ไม่ว่ากาลไหนๆ
ช่วยแก้ไข ให้กำลังใจไม่หยุดยั้ง

ใครทำร้ายมารดา จึงบาปหนาสุดสุด
เป็นอมนุษย์ ปุถุชนกิเลสหนา
ปฏิเสธ การแสวงบุญญา
ไม่รู้จักคุณมารดา จึงดื่มสุรายาเมา

มารดา เป็นมิตรในบ้าน
บุญ เป็นมิตรของชีวัน ดังเงา
ตามติด ดูแล เฝ้า
แต่คนเรา..ไม่รู้ แถมยังลบหลู่คุณ

ผู้กินเหล้า เจ้ารู้ไหม ทำร้ายมารดา
ใจห่วงหา น้ำตาไหล
ตัดได้ยาก ตัดอาลัย
ความรักยิ่งใหญ่ ใจมารดา

ผู้ทำร้ายมิตร มีจิตวิปลาส
เป็นผู้ขาด..สติ มิรู้ดีชั่ว
เหมือนผีเข้าสิง กลายเป็นลิง ไม่รู้สึกตัว
ทำลายครอบครัว ทำลายตัวเอง

มิตรในตน คือบุญกุศล คนไม่รู้
ติดตาม อุปถัมภ์ค้ำชู อยู่ไม่ห่าง
เป็นดังเงา เฝ้าติดตาม
มีบุญค้ำ ชีวิตไม่ตกต่ำ เจริญ

ผู้มีสติปัญญา ตามรักษามิตร
เป็นบัณฑิต กตัญญู รู้คุณมารดา
เข้าวัดปฏิบัติธรรม รู้คุณศาสนา
แสวงบุญญา และสร้างบารมี

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565

พ่อใบลานเปล่า (เอาแต่พร่ำสอน) พร่ำสอนคนอื่นเช่นใด ก็ควรทำตนได้ เช่นนั้น มิฉนั้น ท่านก็คือ พ่อใบลานเปล่า และ ปริยัติงูพิษ ก็คือเจ้า ติติงเขา ผู้เข้าถึงปฏิบัติ

 พ่อใบลานเปล่า
(เอาแต่พร่ำสอน)


พร่ำสอนคนอื่นเช่นใด ก็ควรทำตนได้ เช่นนั้น
มิฉนั้น ท่านก็คือ พ่อใบลานเปล่า
และ ปริยัติงูพิษ ก็คือเจ้า
ติติงเขา ผู้เข้าถึงปฏิบัติ

คนพูดเก่ง พูดหลาย แต่ไม่ใคร่ปฏิบัติ
มีชื่อเสียง มีอำนาจ พัดยศ
ฤาษีตีเหี้ย น่าสลด
เห็นปรากฎ มากหลาย ในสังคม

ธรรมปฏิบัติหรือไม่ ดูได้ที่ปาก
เปล่งคำพูด อันเป็นที่รัก จึงจักใช่
คนฟัง ฟังแล้วชื่นใจ
ฟังแล้วร้อน ทนไม่ได้ นั่นไม่ใช่แล้ว

ผู้ปฏิบัติธรรม เย็นฉ่ำ มีเมตตา
เมื่อเข้าใกล้ จะรู้สึกว่า น่าเคารพ
น่าฟัง ฟังแล้ว ใจสงบ
ใจสยบ มีศรัทธา ปัญญาเกิด

นักปริยัติ มีธรรมปฏิบัติ ผิดเพี้ยน
พูดเป็นเซียน ฟังไว้ ได้ความรู้
มหาชน ก็สน ตามไปดู
ได้เรียนรู้..หลักธรรม พระพุทธองค์

มิจฉาสมาธิ ที่น่าคิด ก็มีฤทธิ์เหมือนกัน
แต่ฤทธิ์นั้น มันอันตราย
เหมือนยักษ์ ที่กลักขะ ดุร้าย
เป็นฤทธิ์ นอกศูนย์กลางกาย ขาดเมตตา

ผู้พร่ำสอน ปฎิบัติไม่ได้ อันตรายต่อตน
หลงลาภยศ หนีไม่พ้น กิเลสตัณหา
เป็นอาจารย์ใหญ่ ที่ได้แต่กะโหลกกะลา
เป็นเหมือนคนธรรมดา หนีตัณหาไม่ได้

;;;;;;;;;; 

ประหยัดสุดประโยชน์สูง (มุ่งสงเคราะห์) ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด มีพฤติกรรม ที่ประมาท คนตระหนี่ เมื่อเห็นแก่ตน ความอดทน จะไม่มี ยากจะรักษาความดี ให้ถึงพร้อม

 ประหยัดสุดประโยชน์สูง
(มุ่งสงเคราะห์)


ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด
มีพฤติกรรม ที่ประมาท คนตระหนี่
เมื่อเห็นแก่ตน ความอดทน จะไม่มี
ยากจะรักษาความดี ให้ถึงพร้อม

ความดี คือชีวีของเรา
ติดตามดังเงา ตามเรา ทุกภพชาติ
ดั่งมารดา รักบุตร สุดชีวาต
ภัยใดใด ไม่อาจ ระคายเคือง

ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่บำเพ็ญทาน
ไม่พ้นโศกศัลย์ เมื่อถึงกาลเวลา
ทุกข์ท่วมทับ สุดจะนับ เหลือคณา
บาปให้ผลช้า แต่ว่าอนันต์

บาปให้ผลช้า พวกพาลา จึงประมาท
ก่อนตาย นั่นหละจึงสามารถ ได้สติ
เมื่อรู้ตัว ก็ต่อเมื่อสาย ทุกที
เป็นเช่นนี้ มานานนัก ซ้ำซากจำเจ

สรรพสัตว์ทั้งหลาย เวียนว่ายในสังสารวัฏฏ์
มีทุกข์ อย่างน่าอนาถ แต่ลืมหมด
ดังนั้น คนมีศรัทธา พระสุคต
เป็นผู้ประเสริฐ ที่ปรากฎ ได้ยาก

การเห็นแก่ประโยชน์ตน ทุกคนมี
คนที่มีสติ จึงมิประมาท
เข้าวัดบำเพ็ญทาน สุดชีวาต
ขจัดตระหนี่ ให้เด็ดขาด สุดชีวิต

การฝึกสติ มีใจสันโดษสมถะ
ประหยัดสุด ประโยชน์สูง มุ่งสงเคราะห์
ทำประโยชน์ตนและท่าน อย่างพอเหมาะ
ใช้ชีวิตที่พอ..เพียง พอดี

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565

พุทธศาสนา (วิชาชีวิต) โทษคนอื่นเที่ยวกระจาย คล้ายโปรยแกลบ แต่โทษของตน สุดแสบ ปิดบังไว้ เหมือนพรานนกเจ้าเล่ห์ ตัวร้าย แฝงตัวบังกิ่งไม้ เหมือนไร้วี่แวว

 พุทธศาสนา
(วิชาชีวิต)


โทษคนอื่นเที่ยวกระจาย คล้ายโปรยแกลบ
แต่โทษของตน สุดแสบ ปิดบังไว้
 เหมือนพรานนกเจ้าเล่ห์ ตัวร้าย
แฝงตัวบังกิ่งไม้ เหมือนไร้วี่แวว

บัณฑิต ตามรักษาจิต ไม่คิดร้ายพูดร้าย
ด้วยรู้ว่า เป็นภัยใหญ่ ทำลายตน
ดับบุญวาสนา กรรมกิเลสไหลมา ท่วมท้น
เป็นคน ตามรักษาตน คนบัณฑิต

บัณฑิต คือผู้ดำเนินชีวิต ด้วยปัญญา
ตรงข้ามกับพาลา คนพาล
คิดพูดทำ อย่างขาดสติ ปัญญาสั้น
ใครเดือดร้อนช่างมัน ข้าไม่สน

ได้นินทา ได้ด่าว่า สุขอุราล้น
สติแตก ทำลายตน คือคนบ้า
ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นปุถุชน คนธรรมดา
มีกิเลสหนา ปัญญาอ่อน

ปุถุชน รูปร่างเป็นคน แต่ใจไม่เจริญ
หากินเพลิน ไม่ต่างอะไร กับไก่กา
กินนอนถ่ายสืบพันธุ์ ที่เกิดมา
ไร้ศรัทธา เพลินโลกียะ พญามาร

ปุถุชนทั้งหลาย ไม่ต่างอะไร กับหมู่เนื้อ
ถูกหมู่เสือ ไล่ต้อน เป็นอาหาร
หมู่มาร ต้อนปุถุชน สู่นรกโลกันต์
สุดทรมาน ทุกอนันต์ อจินไตย

บัณฑิตไม่เพ่งโทษ อดไว้ได้
ด้วยใจ..เป็นสุข มีเมตตา
คอยจับดี ให้กำลังใจ มีกรุณา
นี่หละพุทธศาสนา วิชาชีวิต

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565

พระรัตนตรัย (คือที่พึ่ง หนึ่งเดียว) จงอยู่อย่างมีหลัก ปักยึดเหนี่ยวใจ อย่าปล่อยให้ไหลไป ได้เหมือนน้ำ ใจคือเด็กแท้ๆ พ่อแม่ คอยเดินตาม รักตน ยึดหลักธรรม ความดี

พระรัตนตรัย
(คือที่พึ่ง หนึ่งเดียว) 

จงอยู่อย่างมีหลัก ปักยึดเหนี่ยวใจ
อย่าปล่อยให้ไหลไป ได้เหมือนน้ำ
ใจคือเด็กแท้ๆ พ่อแม่ คอยเดินตาม
รักตน ยึดหลักธรรม ความดี

พระรัตนตรัยคือที่พึ่ง หนึ่งเดียว
อย่าแลเหลียว หาอย่างอื่น
พึ่งพ่อแม่พึ่งได้ แต่ไม่ยั่งยืน
สิ่งภายนอก ดาดดื่น พึ่งได้ชั่วคราว

คนทั้งหลายวิ่งหาทรัพย์ ติดกับพญามาร
ด้วยการมีทรัพย์นั้น มันอิ่มไม่เป็น
ใจตระหนี่ ที่เป็นกิเลส เหตุของยากเข็ญ
กลายเป็น..คนใจร้าย ทำลายสังคม

มีทรัพย์ คล้ายกับ จะพึ่งได้
เหมือนคนกระหาย..น้ำ อยากได้น้ำเย็น
แต่ยิ่งกระหาย เหมือนดื่มน้ำทะเลเค็ม
ยิ่งดื่มยิ่งเข้ม ใจเค็ม ใจร้าย

ผีสางนางไม้ เทพไท้ศักดิ์สิทธิ์
แม้มีฤทธิ์ ก็อย่าคิดเอาเป็นที่พึ่ง
ยังตกอยู่ภายใต้ กฎแห่งกรรม จึง
เป็นประหนึ่ง พึ่งหัดว่ายน้ำ ทั้งนั้น

สมาธินอกศูนย์กลางกาย ก็ใสสว่าง
มีฤทธิ์จัง เหมือนดังฤาษี
แต่ก็ยังอยู่ในอำนาจ ของตัณหากาลี
ยังไม่อาจที่ หนีพ้น กฎแห่งกรรม

สมาธินอกศูนย์กลางกาย ไร้เมตตา
เก่งกล้า แต่ว่าโหดร้าย
เอาตัวรอด แต่หัวไม่รอด เดี๋ยวจอดตอนปลาย
เมื่อใกล้ตาย จึงจะรู้ ได้สติ

;;;;;;;;;;