วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ชีวีพลิกผัน (ขยันสร้างบารมี) อยากมี ชีวีพลิกผัน ต้องขยัน สร้างบารมี ทำลายล้าง กิเลสตัณหา กาลี ใจสว่างเต็มที่ จึงมีอานุภาพ

 ชีวีพลิกผัน
(ขยันสร้างบารมี)

อยากมี ชีวีพลิกผัน
ต้องขยัน สร้างบารมี
ทำลายล้าง กิเลสตัณหา กาลี
ใจสว่างเต็มที่ จึงมีอานุภาพ
ใจมีพลัง แต่กิเลสรั้งเอาไว้
เมื่อกิเลสสลาย ใจจึงมีอานุภาพ
เหมือนชาวสวรรค์ เพียงคิดก็ได้รับ 
สุขสมนัก อานุภาพบารมี
แสวงบุญสร้างบารมี จึงกรณียกิจ
มนุษย์เท่านั้น มีสิทธิ์ สร้าง
น่าเสียดาย คนทั้งหลาย ไม่ฟัง
ไปเข้าข้าง ตัณหาอุปาทาน
ชีวิต ขาดกัลยาณมิตรไม่ได้
ให้แสงสว่าง ส่องทางชีวิต
บูชาบุคคลที่ควรบูชา จึงมีสิทธิ์
ตรวจสอบ พินิจ ก่อนคิดบูชา
ที่สำคัญ ขอให้ศรัทธามั่นในบุญ
รู้จักเอาใจจรดศูนย์..กลางกาย
ไปจรดที่อื่น บุญน้อยหลาย
สู้ตัณหาไม่ได้  แม้เหาะได้ก็ตาม
ที่ศูนย์กลางกาย กระแสบุญใหญ่
 พระนิพพาน ส่งให้ โดยตรง
จิตเป็นสุข และเมตตา สูงส่ง
จึงดำรงฐานะของผู้ให้ ไว้ได้เสมอ
พระธรรมกาย กายตถาคต
งามหมดจรด สถิตย์อยู่กลางกาย
เมื่อถึงแล้ว หมดสงสัย
สันโดษสมถะ นั้นไม่ใช่ อยู่แต่ในป่า

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สงเคราะห์ญาติ (สร้างชาติสร้างบารมี) บุคคลควรเตือนกัน สอนกัน ชี้หนทางสวรรค์ นิพพาน แต่ยากนัก จักหาผู้อย่างนั้น ผู้เตือนนั้น ต้องมีบารมี

 สงเคราะห์ญาติ
(สร้างชาติสร้างบารมี)

 
บุคคลควรเตือนกัน สอนกัน
ชี้หนทางสวรรค์ นิพพาน
แต่ยากนัก จักหาผู้อย่างนั้น
ผู้เตือนนั้น ต้องมีบารมี

 ผู้มีบารมี น่าเคารพเชื่อฟัง
มีบุคคลิก เหมือนดั่งเทวดา
รักษาความดีต่อเนื่อง มานานช้า
จึงไม่ธรรมดา น่ากราบน่าไหว้
บุคคล ควรกั้น คนไม่ดีให้กัน
โดยเฉพาะลูกหลาน ในบ้านเรา
รวมทั้งสิ่ง ที่มามอมเมา
คนเขลา ปล่อยบุตรหลาน ร่านโลกีย์
แสวงบุญสร้างบารมี นี้จำเป็น
สงเคราะห์ญาติที่เห็น และโลก
คนดี พาพ้นทุกข์โศก
การทำความดี เพื่อโลก และตน
ช่วยคน ก็คือช่วยตนนั่นเอง
อานุภาพยิ่งเปล่ง มารเกรงกลัว
 ช่วยคนให้เป็นคนดี ทิ้งความชั่ว
เพิ่มบารมีให้กับตัว เป็นชีวิต
ไม่คบคนพาล นั้น มหามงคล
ชีวิตปี้ป่น ด้วยคบคนพาล
สุดอัปมงคล คนอย่างนั้น
หนีคนพาล พาลูกหลานเข้าวัด

 ทุกคนย่อมมี ทั้งเพื่อนดีและไม่ดี
จะหนีเพื่อนไม่ดี ให้ทำดี มุ่งมั่น
เข้าวัดปฏิบัติธรรม สำคัญ
ตั้งใจมั่น หมั่นแสวงบุญฯ

;;;;;;;;;; 

วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

กามตัณหาอันตราย (จึงต้องฝึกใจ ให้มีสติ) ภิกษุใด เห็นโทษในกาม เห็นความไม่ดีไม่งาม ในความใคร่ เห็น โลกโลกีย์ ที่เลวร้าย เห็นอันตราย เวียนว่าย อบายภูมิ

 กามตัณหาอันตราย
(จึงต้องฝึกใจ ให้มีสติ)

ภิกษุใด เห็นโทษในกาม
เห็นความไม่ดีไม่งาม ในความใคร่
เห็น โลกโลกีย์ ที่เลวร้าย
เห็นอันตราย เวียนว่าย อบายภูมิ
ย่อมมีความประฤติดี ที่ประเสริฐ
เกิดจากจิต ที่สงบผ่องใส
ปราศจากตัณหา ตั้งสติไว้ในกาย
พิจารณาแล้วหน่าย คลายกิเลส
ย่อมไม่มีความหวั่นไหว ในโลกีย์
มีก็สักแต่มี ได้ก็สักแต่ได้
ประหยัดสุด ประโยชน์สูง มุ่งไป
สร้างบารมีใหญ่ ปราบมาร

กามตัณหา คือความอยากมี
รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ที่..น่าใคร่
แม้มีแล้ว ก็ยังไม่พอใจ
ขอมีใหม่ มากขึ้นไป ไม่จบสิ้น

ตัณหา พาใจมืดมน อนธกาล
สติแตกซ่าน ไม่รู้จักดีชั่ว
ตามใจตน ทนไม่ได้ อบายไม่กลัว
ลืมตนลืมตัว ลืมสติ

คนเกือบร้อยทั้งร้อย พอใจตัณหา
เหมือนปลา เหมือนหนอน 
จมปลักดักดาน ไม่ฟังคำสอน
แม้ทุกข์ร้อน ก็ไม่เห็นทุกข์

ผู้เห็นโทษในกาม ก็คือพระ
จึงได้ละ..ครอบครัว มาอยู่วัด
ฝึกสติ ควบคุมตน ไม่ขาด
ทุกภพชาติ ขอตามรอยบาทหลวงปู่ฯ

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

พระนิพพาน (คือบ้านแท้) ท่านผู้มีทางไกล อันได้ถึงแล้ว เหมือนได้แก้ว ปีติเบิกบาน โล่งอกโล่งใจ หายทุกข์โศกศัลย์ ได้กลับพระนิพพาน บ้านแท้

พระนิพพาน
(คือบ้านแท้)

ท่านผู้มีทางไกล อันได้ถึงแล้ว
เหมือนได้แก้ว ปีติเบิกบาน
โล่งอกโล่งใจ หายทุกข์โศกศัลย์
ได้กลับพระนิพพาน บ้านแท้
พระนิพพาน เป็นสถานที่
ไม่ใช่ไม่มี ไม่ใช่สุญญตา
กิเลสสูญ แต่อัตตา ไม่สูญนะ
เป็นธรรมกายา กายธรรม
 หลุดพ้นแล้ว ธรรมทั้งปวง
ไม่มีห่วง ไม่มีบ่วง ไม่ร้อนรน
มีอิสระ เป็นใหญ่ในตน
หลุดพ้น กฎแห่งกรรม กฎไตรลักษณ์
ละกิเลส เครื่องร้อยรัด ทั้งปวงแล้ว
หมู่มารกินแห้ว คลาดแคล้วบ่วงมาร
เข้าสู่พระนิพพาน อันตระการ
มีกรณีย์กิจ ปราบมาร สุดธรรม
เป้าหมายไกลสุด ทุกชีวิตต้องมี
พระนิพพาน คือที่ ต้องไปให้ถึง
คนทั้งหลาย ชอบไปทางโค้ง จึง
กว่าจะถึง ทุกข์หนัก น้ำตานอง
ยี่สิบอสงไขย กับแสนมหากัป
สำหรับพระพุทธองค์ ทรงบ่มบารมี
เพียงเป็นเวลา ตั้งแต่ตั้งใจ บ่มนี้
เป็นเวลาเร็วจี๋ สุดแล้ว

เวียนว่ายวัฏฏะ มาก่อน นานนับไม่ได้
 น้ำตาไหล มากกว่าน้ำสมุทร
ทางชีวิต ยาวสุดสุด
องค์พระพุทธฯ ถึงแล้ว พระนิพพาน

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

พระนิพพาน (ปณิธานชีวิต) พึงพอใจ และตั้งไว้ เป็นปณิธาน ทำพระนิพพาน ให้แจ้งจงได้ เป้าหมายของชีวิต สุดท้าย ชีวิตนี้อันตราย มีภัยมาร

 พระนิพพาน
(ปณิธานชีวิต)

พึงพอใจ และตั้งไว้ เป็นปณิธาน
ทำพระนิพพาน ให้แจ้งจงได้
เป้าหมายของชีวิต สุดท้าย
ชีวิตนี้อันตราย มีภัยมาร
เข้าพระนิพพาน กรณียกิจ
มุ่งสุดขีด ทำพระนิพพานให้แจ้ง
สร้างบารมี บุญแสวง
แหล่งของบุญ คือทางสายกลาง

พระนิพพานเท่านั้น พ้นมาร
พ้นวัฏฏสงสาร เวียนว่าย
พ้นกฎแห่งกรรม กฎไตรลักษณ์ ร้าย
เป็นอิสระ เป็นไทย ยิ่งใหญ่ในตน
ผู้ไม่ติดในกาม ไม่ธรรมดา
ถูกกระแสบุญญา พระนิพพาน
เป็นคนเหนือคน ปานอยู่บนสวรรค์ 
สงบสุขสันติ์ สมปราถนา
ไม่ติดในกาม ในโลกโลกีย์
เป็นคนมีสติ อยู่ในตน
มีจิตตั้งมั่น มีความอดทน
ไม่ตามใจตน พ้นภัยตัณหา
พ้นกระแสบาป วัฏฏจักรกิเลส
อันเป็นเขต ของมาร อันตราย
สรรพสัตว์ สุดยาก จักออกได้
ยกเว้นไว้ ผู้มีใจศรัทธา
 แสวงบุญไม่ขาด เป็นสาย
ได้บารมี เป็นเสบียง เลี้ยงชีวัน
ย่อมเข้าถึง พระนิพพาน แม่นมั่น
พ้นทุกข์ทัณฑ์ ในวัฏฏะ

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ความตระหนี่ (มหาภัย) ความตระหนี่ มหาภัย แต่คนทั้งหลาย ไม่รู้สึก ไม่รู้สา เหมือนไก่ เหมือนปลา หลงเหยื่อ กระดี๊กระด๊า เข้ากรงดัก

 ความตระหนี่
(มหาภัย)

ความตระหนี่ มหาภัย
แต่คนทั้งหลาย ไม่รู้สึก ไม่รู้สา
เหมือนไก่ เหมือนปลา

หลงเหยื่อ กระดี๊กระด๊า เข้ากรงดัก

กิเลสตัณหา ทำให้ตาลาย
เห็นกงจักร เป็นดอกบัวได้ ไม่น่าเชื่อ
มอมเมาสรรพสัตว์ แทบไม่เหลือ
กลายเป็นเนื้อ ให้หมู่มารไล่ต้อน
โลก แหล่งสร้างบารมี แห่งเดียว
แต่ก็สุดเขี้ยว ยากหลาย
ด้วยหมู่มาร ใช้ตัณหาบังไว้
ไม่ใส่ใจ คำของผู้รู้
ผู้แสวงบุญสร้างบารมี เท่านั้น
ไม่หลงมัน ตัณหา
บูชา บุคคลที่ควรบูชา
ที่เป็นพระ..ผู้รู้ ผู้เข้าถึงฯ
ปัญหา และอุปสรรคทั้งหลาย
ความตระหนี่ ใช่ ตัวการ
บ่อเกิดของตัณหา อุปาทาน
จึงหลงมัน โลกโลกีย์
สุดดื้อ สุดรั้น สรรพสัตว์
เป็นอานุภาพเด็ดขาด ของตัณหา
ทำลายโลก เกิดภัยพิบัติ ต่างๆนาๆ
มันนั่นหละ ตัณหา ตัวการ
พระพุทธศาสนา ทำหน้าที่
เป็นกัลยาณมิตร ช่วยชีวี สรรพสัตว์
พาแสวงบุญสร้างบารมี พาปฏิบัติ
สุดสามารถ พาขจัด ความตระหนี่

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

เมื่อชีวิตจะแตกดับ (จึงจะได้สติ) พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ ทรัพย์นั้นหนา หาใหม่ได้ อวัยวะ จึงควรรักษาไว้ คงไม่มีใคร..เป็นบ้า ขายแขนขาตน

 เมื่อชีวิตจะแตกดับ
(จึงจะได้สติ)

พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ
ทรัพย์นั้นหนา หาใหม่ได้
 อวัยวะ จึงควรรักษาไว้
คงไม่มีใคร..เป็นบ้า ขายแขนขาตน
ทรัพย์หาได้ ให้ขยันอดทน
กระเสือกระสน ดิ้นรน แต่อย่าผิดศีล
จงรักษาความดี เท่าชีวิน
ศีล..จะเป็นศีลบารมี ชีวีพลิกผัน
เพื่อรักษาชีวิต พึงสละอวัยวะ
ชีวิตมนุษย์มีค่า..นัก อจินไตย
น่าเสียดาย คนทั้งหลาย ไม่รู้จักใช้
หาบุญได้ มีแต่มนุษย์
เกิดเป็นมนุษย์ สุดๆยาก
และมีอายุน้อยนัก สักฟองน้ำฝน
แวบเดียวหาย คล้ายเหลือล้น
หลังตาย ต้องเวียนวน อนันตกาล
เมื่อคำนึง ถึงธรรม หรือบุญ
จะต้องลงทุน ด้วยชีวิต
สละทุกอย่าง สร้างบารมี สุดขีด
 มีชีวิต เพื่อแสวงบุญสร้างบารมี
พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ ชีวิต ทุกอย่าง
เพื่อหนีอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ถึงจะเข้านิพพานได้ เป็นอมตะ
และแน่ละ มีอานุภาพ ปราบมาร
แต่คนทั้งหลาย ในปัจจุบัน
สละบุญความดีกัน เพื่อทรัพย์
กลับตะละปัด ด้วยตัณหากำกับ
เมื่อชีวิตจะแตกดับ จึงจะได้สติ

;;;;;;;;;;