วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2564
ทัศนานุตริยะ (เป็นบุญตา เห็นพระบิณฑบาต) พระภิกษุ สำหรับผู้ไม่รู้ จะดูประหลาดๆ อุ้มบาตร ขออาหาร การงานไม่ทำ ร่างกายก็ดี มีกายกำยำ แปลกล้ำ เดินเป็นแถว แล้วขออาหาร
วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2564
พืชใส่ปุ๋ยฮอร์โมน (คนเหนือคน ชีวิตพลิกผัน) ถ้าเกิดปัญหา หรือเจริญช้า อย่านิ่งนอนใจ ให้เร็วๆไวไว ใส่ใจ อปัณณกปฏิปทา จะเป็นคนเหนือคน หรือคนเทวดา อปัณณกปฏิปทา เป็นเหมือนว่า เสาค้ำ
(คนเหนือคน ชีวิตพลิกผัน)
สร้างบารมีที่วัดเท่านั้น (จึงจะพ้นมัน วัฏฏะ) ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี เป็นเป้าหมายชีวี หนีทุกข์ภัย ในวัฏฏะ เป็นกรณียกิจ ของทุกชีวิต ที่ต้องการสุขสมปราถนา
การสร้างบารมี ต้องมีหมู่คณะ
ไม่อาจจะ ทำคนเดียว โดดเดี่ยวได้
หมู่มารไม่ปล่อย มองหาลูกแกะน้อย น้ำลายไหล
คนพาลทนไม่ได้ เห็นใครสร้างบารมี
แกะรวมฝูง ไม่แตกฝูง สามัคคี
ไม่ต้องเวียนวน ในวัฏฏะ คุกประหาร
คนส่วนใหญ่ เปรียบได้ กับขนวัว
เมามัว พากันไหล ไปอบายภูมิ
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564
ตัวปัญหา (คือเรานั่นหละ ไม่ใช่ใคร) ชีวิต มีเป้าหมาย วิ่งไป หาความสุขสำเร็จ ขาดความเคารพกตัญญู เป็นเหตุ หาสุขสำเร็จไม่เจอ เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขา อยู่ปลายเท้า บิดามารดาของเธอ ก้มกราบซาบซึ้ง แล้วจะเจอ สุขสมปราถนาทุกประการ
ตัวปัญหา
(คือเรานั่นหละ ไม่ใช่ใคร)
ชีวิต มีเป้าหมาย วิ่งไป หาความสุขสำเร็จ
ขาดความเคารพกตัญญู เป็นเหตุ หาสุขสำเร็จไม่เจอ
เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขา อยู่ปลายเท้า บิดามารดาของเธอ
ก้มกราบซาบซึ้ง แล้วจะเจอ สุขสมปราถนาทุกประการ

เคารพกตัญญู คุณสมบัติของผู้ มีปัญญายิ่ง
มีใจหยุดนิ่ง ใสสว่าง อยู่กลางกาย
มีใจปีติ สุดที่จะระงับได้
บุญวาสนาหลั่งไหล สดใส สุขสมปราถนา
คือเพ่งโทษ โกรธเคือง บุคคลอื่น
ไม่เคยตื่น..มีสติ ว่าตัวเรานี้ ตัวปัญหา
ใจที่ดำมืด อึดทึด นั่นหละ ขาดปัญญา
นำปัญหา ต่างๆ นาๆ เข้ามา ในชีวิต
เหมือนบ้านเรือนมีแมลงมาก เนื่องจากไม่สะอาด
คนฉลาด จึงหมั่นเก็บกวาด อยู่เสมอ
ต้นเหตุของปัญหาทั้งหลาย คือใจเราเปลอะ
เลอะเทอะด้วยกิเลส โลภโกรธหลง
ทานศีลภาวนา ทางสายกลาง ทางปัญญา
สละกิเลสะ ที่หลงติดมา ข้ามภพชาติ
ก่อเกิดกรรมวิบาก อุปสรรค โดยอัตโนมัติ
บุตรอภิชาติ จึงทุ่มชีวาต บนทางอริยะ
;;;;;;;;;;
วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564
อดเปลี้ยว ไว้กินหวาน (คำโบราณ ท่านว่า) ชีวิตต้องดิ้นรน กระเสือกกระสน ไปหาสิ่งที่พอใจ จะดีหรือร้าย คนส่วนใหญ่ ไม่ใคร่คำนึง เป็นปุถุชน คนกิเลสหนา ขาดปัญญา ขาดที่พึ่ง นึกไม่ถึง ที่พึ่ง คือพระรัตนตรัยในตัว
อดเปลี้ยว ไว้กินหวาน
(คำโบราณ ท่านว่า)
ชีวิตต้องดิ้นรน กระเสือกกระสน ไปหาสิ่งที่พอใจ
จะดีหรือร้าย คนส่วนใหญ่ ไม่ใคร่คำนึง
เป็นปุถุชน คนกิเลสหนา ขาดปัญญา ขาดที่พึ่ง
นึกไม่ถึง ที่พึ่ง คือพระรัตนตรัยในตัว

คนเกือบทั้งหมด ใจจรดอยู่ที่โลกธรรม
หน้าตาหมองคล้ำ วิบากกรรม นำชัก
กรรมเก่ายังไม่ใช้ กรรมใหม่ ยังจัก
เป็นคนจมปลัก หนักแผ่นดิน

วนเวียนไป ในวัฏฏสงสาร
อยู่ในอบายทั้งนั้น ยากหลาย จะได้ไปสวรรค์
ตกนรกหมกไหม้ นับกัป นับกัลป์
ไม่มีเวลาคิด ไม่มีเวลาฝัน คืนวันมีแต่ทุกข์

โลกธรรม เป็นเหมือนเหยื่อล่อ ตะขอเบ็ด
หมู่ปลาไม่เคยเข็ด ไม่กลัวเบ็ด ประมาทแท้
มนุษย์ปุถุชน คนกิเลสหนา ทะนงตัวว่าข้านี่แน่
พระโพธิสัตว์สงสารแท้ ล้วนแต่ญาติของเรา

คนสัตว์สิ่งของภายนอก ล้วนหลอกตา
เป็นเหมือนว่า โรงละครโรงใหญ่
ทุกคนมีบทบาท แสดงได้เด็ดขาด ถึงใจ
แสดงอยู่ได้ ไล่อย่างไร ก็ไม่เลิก
;;;;;;;;;;
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
TWO GOOD PERSONS (HARD TO SEE) It is so hard, a kid grateful; who is so bright and love to purify oneself.
TWO GOOD PERSONS
(HARD TO SEE)
If self purifying/Uttasuthi worked,
happiness would be appeared.
Resulting in realizing of being
a virtuous friend in all directions.
Enthusiastically invite people
to come to the temple, no boredom.
Purifying others, Borisuthi,
as a sign of self purifying completely.
The wise would be grateful, seeing parents as angels,
so difficult to raise children to be grateful.
Parents must be wise, not only raising.
Buppagaree is wise parents,
who is so scarce.

Grateful person, therefore, coupled with Buppagaree.
Two good persons who are wise, are rare,
humans and angel respect and love.
Both very happy with angel protection.
;;;;;;;;;;









.jpg&ehk=Cq%2fQ3DAiLM3PEpdclvl1rimX807b1z3tfzi01IalR%2b8%3d&risl=&pid=ImgRaw)



















