วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566

สุขเมตตา (ลักษณะคนดี สัตบุรุษ) ควรเคารพ พระสัทธรรม คำสอน พระพุทธองค์ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ที่สูงส่ง ดำรงตน บนทางธรรม

สุขเมตตา
(ลักษณะคนดี สัตบุรุษ)

ควรเคารพ พระสัทธรรม
 คำสอน พระพุทธองค์
ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ที่สูงส่ง
 ดำรงตน บนทางธรรม
สัทธรรม ธรรมสัตบุรุษ
เป็นที่สุด ของคนดี
มีปัญญาเลิศ ประเสริฐศรี
มิฉาทิฏฐิ ถ้าไม่ปฏิบัติตาม
คนทั้งหลาย เป็นไก่เห็นพลอย
ใจลอย คอยแต่ทำมาหากิน
อยากได้โน่นนี่ ไม่สุดสิ้น
ทำตามความเคยชิน กินนอนฯ
ทุกคนมีชีวิต มีจิตมีใจ
พวกเธอรู้ไหม ใจนั้นต้องอบรม
ใจเหมือนเด็ก คอยแต่จะเที่ยวชม
เด็กต้องอบรม บ่มนิสัย
คนอบรมตน สอนตนได้
สุดยากหลาย ที่จะสอนตน
คนทั้งหลาย ชอบสอนคน
ส่วนของตน ใครห้ามสอน
ผู้ที่สอนตนได้ ไม่ธรรมดา
 มีใจปรีดา ปราโมทย์เสมอ
 มีสติ รักษาใจ ไม่มีเผลอ
จรดใจไว้ในตัวเสมอ หยุดใจ
เคารพพระสัทธรรม รักษาสติ
ทำใจหยุดใจนิ่งให้ดี ในตน
 สันโดษสมถะ ฝึกฝน
สุขเมตตา เปี่ยมล้น คนสัตบุรุษ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566

พระคุณแม่ (แน่แท้ยิ่งใหญ่ไพศาล) วันแม่ ๑๒สิงหา ลูกขอขมา ขอบูชา พระคุณแม่ ตอนยังเล็ก ตอนยังเยาว์ นั้นแย่ ทำตนเป็นลูกที่ดี ของแม่ไม่ได้

พระคุณแม่
(แน่แท้ยิ่งใหญ่ไพศาล)

วันแม่ ๑๒สิงหา
ลูกขอขมา ขอบูชา พระคุณแม่
ตอนยังเล็ก ตอนยังเยาว์ นั้นแย่
ทำตนเป็นลูกที่ดี ของแม่ไม่ได้
เมื่อได้สติ ก็ไม่มีแม่แล้ว
ใจแป้ว โหยหา
นึกเห็นภาพท่าน ที่เลี้ยงเรามา
โธ่ แม่จ๋า ลูกขอขมา ขอโทษ
 
โหยหา แม่ สุดอาวรณ์
สะทกสะท้อน สะท้านใจ
พร่ำเพ้อถึงพระคุณ ที่อบอุ่นหลาย
แม่จากไป ลูกใจหาย อาลัยเหลือ
อยากกลับไป เป็นเด็ก 
ตอนยังเล็ก นอนอุ่น หนุนตักแม่
 
วันเวลาช่างเร็วนัก ทำใจยากแท้
คิดถึงแม่ แม่จ๋า คิดถึงๆ
พระคุณแม่ ยิ่งใหญ่กว่าฟ้า
แผ่นพสุธา..นี้ ก็ยังเล็กนัก
พระคุณแม่ ใหญ่กว่านั้นมาก
ไม่อาจจักประมาณ อจินไตย
ขอตั้งจิต อธิษฐาน
ขอบูชาท่าน ด้วยธรรมปฏิบ้ติ
ทุกค่ำเช้า ทุกขณะ จะไม่ขาด
จะเป็นบุตรอภิชาติ บูชาคุณ
 ขอพรพระรัตนตรัย
อีกทั้งบารมีไท้ มหาปูชนียาจารย์
ปกป้องรักษา มารดา ท่าน
จงสุขสันติ์ บนสวรรค์ นั้นเทอญ
 
;;;;;;;;;;

โลกยุคทมิฬ (ถิ่นปุถุชน) บัณฑิต ละธรรมดำ เจริญธรรมขาว เป็นธรรมดา เป็นนิสัย ธรรมชาติ ผู้มีปัญญา ด้วยชีวา มีจิตนำ

 โลกยุคทมิฬ
(ถิ่นปุถุชน)

บัณฑิต ละธรรมดำ
เจริญธรรมขาว เป็นธรรมดา
เป็นนิสัย ธรรมชาติ ผู้มีปัญญา
ด้วยชีวา มีจิตนำ
ผู้ฝึกตน คนบัณฑิต
ฝึกจิตให้นิ่ง ใสสว่าง
เกิดปัญญารู้เห็น จริงจัง
ไม่คั่งค้าง ไม่สงสัย ใจสุขยิ่ง
คนพาลใจมืดดำ ของตัณหา
เป็นธรรมดา หาสุขทางโลก
ใครเข้าไปเตือน เหมือนตลก
ดับทุกข์โศก ด้วยความเพลิน
คนพาล ปุถุชน กิเลสหนา
เหมือนไก่กา ตั้งหน้าหากิน
ทะเลาะ เบาะแว้ง รักษาถิ่น
แย่งกันกิน แย่งกันนอน
คนพาล หน้าด้าน แย่งชิง
ชอบยิ่ง ลาภยศสรรเสริญ
สติสั้น อยู่ไปวันๆ กับความเพลิน
กำลังเดิน สู่คุกประหาร
ปุถุชน นักโทษประหาร มื้อสุดท้าย
ก่อนตาย ถูกตามใจ ทุกอย่าง
ให้กินให้นอน สะบายจัง
ชักตาตั้ง เมื่อได้สติ ตอนใกล้ตาย
ปุถุชนคนพาล สักเท่าขนวัว
บัณฑิต เท่าสองเขาวัว เปรียบได้
ขนทั้งตัว กับเขาวัว ห่างกันไกล
โลกทุกวันนี้ จึงใช่ ยุคทมิฬ

 ;;;;;;;;;; 

วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566

สันโดษสมถะ (ตัณหาดับ) คนไม่ดี มีตัณหา เป็นเพื่อน สติยากที่จะเตือน ให้กลับบ้าน ลืมสิ้นทางบุญ ทางสวรรค์ ไม่หวาดหวั่น ไม่พลั่นต่อความตาย

 สันโดษสมถะ
(ตัณหาดับ)

คนไม่ดี มีตัณหา เป็นเพื่อน
สติยากที่จะเตือน ให้กลับบ้าน
ลืมสิ้นทางบุญ ทางสวรรค์
ไม่หวาดหวั่น ไม่พลั่นต่อความตาย
คนพาลว่า ตายนั้น มันธรรมดา
ก่อนตาย อย่ารอช้า หากำไร
คนพาลปัญญาสั้น ประมาทหลาย
 จึงท่องเที่ยวไป ในอบายภูมิ
ทุกข์กระหน่ำ กรรมสนอง
น้ำตานอง มากกว่าน้ำมหาสมุทร
เกิดใหม่ ก็ทำอย่างเดิม น่าสลด
ลืมไปหมด เหมือนสดๆซิงๆ
เหมือนหนอน ในส้วมหลุม
กลุ้มรุม กินอุจจาระ เอร็ดอร่อย
ตื่นเช้าขึ้นมา ก็มีอยู่ เรียบร้อย
ไม่ต้องหา ไม่ต้องคอย สะบาย
ยากสุดยาก จักออกจากตัณหา
ผู้มีบารมีเท่านั้นหละ จะช่วยได้
ดังนั้น ถ้ารักหมู่ญาติ ต้องเร่งลัดเร็วไว
แสวงบุญสร้างบารมี เรื่อยไป ไม่หยุด
สันโดษสมถะ ฝึกตน ทนตัณหา
ทำใจหยุดใจนิ่ง นั่นหละ ชนะแน่
หยุดที่ศูนย์กลางกาย นั่นแหละ
มิฉนั้น ถึงแม้เหาะได้ ก็แพ้ตัณหา
ทุกอิริยาบถ กำหนดจิต
หยุดคิด มีสติระลึกไว้ ที่ในตัว
จะรู้สึกอิ่มเอม และมีปัญญารู้ทั่ว
ไม่มีความกลัว มีแต่กล้า สละตน

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566

คนดี (ไม่อาจหนีวัด) ปัญญาทราม ใจดำกระด้าง ถึงได้ฟังคำสอนสั่ง พระชินเจ้า พระสัทธรรม ก็ยังไม่เข้า ยังเขลา ยังห่างไกล คล้ายดินกับฟ้า

 คนดี
(ไม่อาจหนีวัด)

ปัญญาทราม ใจดำกระด้าง
ถึงได้ฟังคำสอนสั่ง พระชินเจ้า
 พระสัทธรรม ก็ยังไม่เข้า 
ยังเขลา ยังห่างไกล คล้ายดินกับฟ้า
ใจกระด้าง ด้วยตระหนี่
เห็นว่าทานไม่ดี มิมีประโยชน์
ใจจึงไม่นุ่มนวล ขี้โกรธ
เหมือนทัพพี ไม่รู้รส น้ำแกง
ปัญญาทราม จาคะไม่มี
กิเลสตัวดี ตัณหาอุปาทาน
ติดโลกโลกีย์ มืดมนอนธกาล
ทางสุขสว่างนั้น ทางธรรม
ใจกระด้าง เป็นนิสัย
ซึมซับพระธรรมไม่ได้ คล้ายทัพพี
น้ำแกง เค็มจืด ไม่รู้ไม่ชี้
เพียงมีหน้าที่ ตักๆคนๆ
คนเหมือนกัน แม้ใกล้กัน
แต่นิสัยต่างกัน ปานคนละโลก
คนดีเข้าวัด ฝึกหัดตน ดูตลก
อยู่กันคนละโลก กับปุถุชน
 กัลยาณมิตร พาชีวิตพลิกผัน
ปุถุชนหัวเราะลั่น เห็นพระนั้นตลก
ไม่ดูแลครอบครัว ทำตัวหลุดโลก
แต่พระไม่ตลก ด้วยนรก มีจริง
เป็นคนดี มีหมู่คณะ
บำเพ็ญตะบะ โดดเดี่ยว ยาก
แม้ราชสีห์ ยังหนีหมู่สุนัก
 จึงต้องรู้จัก เข้าวัด ปฏิบัติธรรม

;;;;;;;;;; 

วันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566

เมื่อบุญมี (สุขสมปราถนาจะมา) ธรรม ศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในตัว ไม่มืดมัว สว่างไสว มีฤทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ ป้องกันภัย ถ้าปฏิบัติได้ สุขสมทุกประการ

 เมื่อบุญมี
(สุขสมปราถนาจะมา)

ธรรม ศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในตัว
ไม่มืดมัว สว่างไสว
มีฤทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ ป้องกันภัย
ถ้าปฏิบัติได้ สุขสมทุกประการ
ธรรม เหมือนเพชร แม้อยู่ในตม
ก็ยังเป็นเพชร นำสุขสมมาให้
ต่างจากอธรรม จัญไร
ดูเหมือนเจริญไกล แต่ไปไม่รอด
คนพาล ปุถุชน คนบาป
เหมือนกับ คนร้าย ในหนัง
ดูเจริญรุ่งเรือง ดีจัง
เมื่อจบหนัง สุดท้าย ตายทั้งเป็น
คนดี มีความอดทน
กระตือลือล้น ทานศีลภาวนา
ประหยัดสุดประโยชน์สูง บำรุงศาสนา
สงเคราะห์ มหา ประชาชน
ทำตนบริสุทธิ์ หลุดจากกิเลส
เหตุของทุกข์ ทั้งมวล
ทานศีลภาวนา ต้องรีบด่วน
ทำแต่สิ่งที่ควร ชีวิตเป็นของน้อย
ความตาย ไม่มีนิมิตรหมาย
ตายง่ายๆ เมื่อกรรมมาถึง
เหมือนระเบิดเวลา น่าสะพึง
เราจึง ไม่ประมาท ไม่ขาดปฏิบัติธรรม
ธรรม คือบุญ เป็นอัตตา
รักตน ให้แสวงหาบุญบารมี
เป็นดั่งมารดา รักเราสุดชีวี
เมื่อบุญมี สุขสมปราถนา จะมา

;;;;;;;;;; 

วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ปุถุชน (ไม่ฝึกตนไม่ฝึกใจ) ราคะย้อม ย่อมไม่เห็นธรรม ใจตกต่ำ ดำมืดมิด อวิชชา ห่อหุ้มจิต โง่สนิท หลุดจากคลองธรรม

 ปุถุชน
(ไม่ฝึกตนไม่ฝึกใจ)

ราคะย้อม ย่อมไม่เห็นธรรม
ใจตกต่ำ ดำมืดมิด
อวิชชา ห่อหุ้มจิต
โง่สนิท หลุดจากคลองธรรม
ผู้อยู่ทางโลก ไม่รู้จักบุญ
ใจขุ่น เห็นพระ ไร้ประโยชน์
ตอนจะตาย สติปรากฎ
น่าสลด รู้ได้ ก็สายแล้ว
ใจละเอียด ลึกซึ้ง ยากเห็น
ธรรมเป็น เครื่องฝึกใจ
ให้ละเอียดอ่อน ละเมียดละไม
เกิดปัญญาสว่างไสว จึงได้เห็น
เห็นความจริง โลกและชีวิต
บุญบาปลิขิต ให้เป็นไป
ธัมมัญญุตา สัตตบุรษ เข้าใจ
เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ธรรมดา
ปุถุชนไร้ปัญญา
เป็นมิจฉาฯ หัวชนฝา ไม่เชื่อ
เหมือนหนอน ดื้อรั้น น่าเบื่อ
ปุถุชน ยากเหลือ จะเชื่อพระ
ปุถุชน คนเกือบทั้งหมด
ถูกตัณหาบังบด ใจมืดบอด
เก่งแต่ตัว หัวไม่รอด
เถียงพระฉอดๆ แม้บ้านติดวัด
มีราคะ รักสวยรักงาม
ยังวาบหวาม อยู่กับการแต่งกาย
เสื้อผ้าอาภรณ์ ไม่เพียงพอดูได้
แน่นอนได้ ไม่ได้ฝึกตน

;;;;;;;;;;