วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ทอดผ้าป่าถวายผ้าจีวร (ใจสะท้อนถึงพระพุทธองค์):: ทำบุญทอดผ้าป่า ถวายผ้าจีวร ย่อมแน่นอน ถวายแด่สงฆ์ นั้น เป็นทักษิณาทาน มิอาจประมาณ อานิสงส์

ทอดผ้าป่าถวายผ้าจีวร
(ใจสะท้อนถึงพระพุทธองค์)
ทำบุญทอดผ้าป่า ถวายผ้าจีวร
ย่อมแน่นอน ถวายแด่สงฆ์ นั้น
เป็นทักษิณาทาน
  มิอาจประมาณ อานิสงส์
 
ในอนาคตกาล
 แม้สงฆ์นั้น ทุศีล 
และมีเศษจีวรห้อยคอ พอเป็นชิ้น
อานิสงส์ ไม่สิ้น นับไม่ได้
ทายก หรือผู้ให้ ที่ถวายได้
ด้วยมีใจศรัทธา
เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม แน่นหนา
ก็ได้ชื่อว่า ทักษิณาทาน
เพียงเห็นเศษจีวรน้อย ห้อยคอนายพราน
 พระยาช้างฉัตรทัณต์ พลันใจสะท้อน
ถึงพระพุทธองค์ อาลัยอาวรณ์
ทอดกายโอนอ่อน ให้นายพรานตัดงา
เห็นผ้าจีวร สะท้อนใจ
กราบลงไป ด้วยใจศรัทธาพระองค์
กิเลสตัณหา ไม่อาจะอยู่ได้ ปลดปลง
ได้อานิสงส์  ประมาณไม่ได้
การทอดผ้าป่า ถวายจีวร
ให้จรดใจสะท้อน ถึงพระพุทธองค์
แล้วก้มกราบลง
บรรจงถวาย แด่สงฆ์ไท้ เทอญ

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ชีวิตพลิกผัน (สุดบรรยาย) :: ชีวิตพลิกผัน ถ้ารู้ทันชีวิต เพียงเอาใจหยุดสนิท ใว้ในตัว ใจหายหมองหม่นเมามัว มีปัญญารู้ทั่ว รู้แจ้ง

ชีวิตพลิกผัน
(สุดบรรยาย)
ชีวิตพลิกผัน ถ้ารู้ทันชีวิต
เพียงเอาใจหยุดสนิท ใว้ในตัว
ใจหายหมองหม่นเมามัว
มีปัญญารู้ทั่ว รู้แจ้ง
ถึงบางอ้อ โอ้เราหนอ โง่ตั้งนาน
เกือบสายเกินการ เกินแกง
หยุดใจไว้ในตน แล้วรู้แจ้ง
ใจอบอุ่นหายเคลือบแคลง พุทธศาสน์
หยุดใจไว้ในตน ไม่ง่าย
สำหรับคนส่วนใหญ่ ที่ไม่คุ้น
และศรัทธายังอ่อน ยังแรกรุ่น
ต้องใช้ขันติหนุน ไม่ลุ้น ไม่เร่ง
ไม่ลุ้นไม่เร่ง ไม่เพ่งไม่จ้อง
มองเฉยๆ สะเบยๆ
ดูอารมณ์สุขทุกข์ หรือเฉย
 ตระหนักรู้ แล้ววางเฉย อดกลั้นไว้
ไม่นาน ประมาณสักสองสามนาที 
ใจเรานี้ จะเปลี่ยนไป
ขยับขยาย หายใจโล่ง โปร่งสะบาย
นั่นแหละใช่ จาคะ ชนะอารมณ์
ชนะตน ชนะมารผจญ หายเจ็บปวด
มีเมตตาเร็วรวด ให้อภัยได้
เกิดสุขอันยิ่งใหญ่
พร้อมด้วยความสว่างไสว อาโลโก
จะเรียกว่าบรรลุธรรมก็ได้
คือใจทะลุมิติ เดินสู่มิติที่ละเอียด ต่อไป
มีแต่สะบาย กับสะบาย
ใสในใส ไปเรื่อยๆ
ใจมีอานุภาพ เหนี่ยวนำ สามสมบัติ
ชีวิตหายข้องขัด พลิกผัน สุดบรรยาย
เป็นคนใหม่ ชีวิตใหม่
นี่แหละวิชชาธรรมกาย พุทธแท้

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

บุตรบัณฑิต (มีกิจกรณีย์):: บุตรบัณฑิต มีกิจกรณีย์ กับบุพการี ที่จากไป ทำบุญอุทิศ ไปให้ สุดยิ่งใหญ่ ได้ป้องกันไท้ ภัยวัฏฏะ

บุตรบัณฑิต
(มีกิจกรณีย์)

บุตรบัณฑิต มีกิจกรณีย์
กับบุพการี ที่จากไป
ทำบุญอุทิศ ไปให้
 สุดยิ่งใหญ่ ได้ป้องกันไท้ ภัยวัฏฏะ
วัฏฏะสงสาร คล้ายๆคุกประหาร
อยู่บนสวรรค์ เหมือนการรอคิว
อยู่ที่โลกมนุษย์ ดีสุด แม้หิว
แม้ท้องกิ่ว หิวหลาย แต่ได้บารมี
วัฏฏะสงสาร วนเวียนนับกาลไม่ได้
คนทั้งหลาย ไปอบาย เกือบร้อยทั้งร้อย
เสียน้ำตามากกว่าน้ำในมหาสมุทรใหญ่น้อย
สุขเท่าปลายก้อย หรือน้อยกว่านั้น
ทำบุญอุทิศ จึงเป็นกิจประเสริฐ
ของบุคคลที่เลิศ กตัญญู
เกิด ณ ที่ใด จะเลิศวิไล กว่าทุกผู้
อยู่ในหมู่ของคนดี มีศีลธรรม
ฝนตกใหญ่ แม้ในที่ห่างไกล
ย่อมไหล ลงทะเลได้ ฉันใด
ทักษิณาทาน บุญใหญ่
บุญอุทิศไป ย่อมถึงผู้รับได้ ฉันนั้น
แปลกนักหนา แม้แต่พระสารีบุตร
สาวกพระพุทธองค์
เป็นพระอรหันต์ แม้บารมีนั้น สูงส่ง
แต่ยังคง ทำบุญอุทิศ ส่งให้เปรตอดีตมารดา
ทักษิณาทาน การทำบุญอุทิศ
เป็นกิจกรณีย์ คือปุพพเปตพลี ในพลี๕
อีก๔อย่างที่เหลือ ให้ศึกษา
คำสอนพุทธศาสนา ยอดดี สุดวิเศษ

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ความเจ็บไข้ (บุญบาปยิ่งใหญ่กระทบ) :: การเจ็บป่วยไข้ ไม่มีใครหนีพ้น เราทุกคน ยอมประสพ พบแน่นอน ยกเว้นพระพากุละ ผู้มีบุญญา มาก่อน ไม่ทุกร้อน มีบุญดี ถวายเวจกุฎีและยา

ความเจ็บไข้
(บุญบาปยิ่งใหญ่กระทบ)
การเจ็บป่วยไข้ ไม่มีใครหนีพ้น
เราทุกคน ย่อมประสพ พบแน่นอน
ยกเว้นพระพากุละ ผู้มีบุญญา มาก่อน
ไม่ทุกร้อน มีบุญดี ถวายเวจกุฎีและยา
พระพากุละ อรหันต์
สองตระกูลพร้อมกัน รับเป็นลูก
 ได้ชื่อพากุละ นั้นจึงถูก
เป็นลูก ของ(พา)สอง (กุละ)ตระกูล
บวชได้๘๐พรรษา โรคาแม้น้อยก็ไม่มี
มะขามป้อม๑ผล แม้นี้ ก็ไม่เคยฉัน
 พระพุทธองค์ ทรงตั้งท่าน
เอตทัคคะ  ทางการ ไม่มีโรค
จากเรื่องราวนี้ บุญบาปก่อนกี้
ส่งผลกระทบ ที่ สำคัญ
 ต่อสุขภาพคนทุกคน ทั้งนั้น
 ศรัทธามั่น สุดสำคัญ ทรัพย์ประเสริฐ
ให้อาหาร ได้กำลัง
ให้เสื้อผ้า ดุจดัง ให้วรรณะ
ให้ยานพาหนะ ได้ชื่อว่า ให้สุขะ
ให้ประทีปนั่นหนา คือให้ดวงตานั่นเอง
ให้ที่อยู่อาศัย เหมือนให้ทุกอย่าง
การรับแขกจึงสำคัญจัง ท่านเน้น
อติพลี การต้อนรับแขกให้ดี ดังเซ่น
คือทำเป็น อย่างเช่น บวงสรวง

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ผลบุญทำทาน (ทันตาเห็น):: ในสมัยพุทธกาล มีท่าน เสนาบดี สงสัยเหลือที่ ว่าทานนี้ดีอย่างไร อานิสงส์ในปัจจุบัน มีไหม ส่วนอานิสงส์ในกาลไกล ยกไว้ก่อน

ผลบุญทำทาน
(ทันตาเห็น)

ในสมัยพุทธกาล มีท่าน เสนาบดี 
สงสัยเหลือที่ ว่าทานนี้ดีอย่างไร
อานิสงส์ในปัจจุบัน มีไหม
ส่วนอานิสงส์ในกาลไกล ยกไว้ก่อน
เมื่อสงสัย จึงถามไถ่ พระพุทธองค์
 ถามตรงๆ ขอให้พระองค์ ทรงแสดง
พระพุทธองค์ทรงตรัส ชัดแจ่มแจ้ง
ชี้แจง เป็นข้อๆ
หนี่ง ผู้ชอบให้ ย่อมเป็นที่รักใคร่
ของใครๆ เป็นอันมาก
ต่อไปย่อมสะบาย ไม่ลำบาก
มีคนเป็นอันมาก ดูแล
อนึ่ง ผู้ชอบให้ ย่อมใจกว้าง
ใจมีพลัง ฉันทะ มานะบากบั่น
มีสุขใหญ่ ใจตั้งมั่น
มีความสำเร็จดังฝัน ปรากฎ
สอง ผู้ชอบให้ ย่อมเป็นที่คบหาของคนดี
เหมือนที่ มีเทวดาลงรักษา
ย่อม สุขสมปราถนา
ชีวา ปลอดภัย
สาม ผู้ชอบให้ ย่อมได้ผู้อุปการะ
ไม่อาจจะ ตกระกำลำบาก
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แปลกนัก
ธรรมชาติ ไม่อาจจักทำอันตรายได้
สี่ ผู้ชอบให้ ย่อมได้ผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข
 มีทุกข์ ร่วมต้าน มีสุขร่วมเสพ
ปานอยู่สวรรค์ สุขสันติ์ ดังเทพ
 เสพสุข สนุกสนาน บุญบันเทิง
ห้า ผู้ชอบให้ ย่อมได้ ผู้ให้ประโยชน์
จึงยิ่งรุ่งโรจน์ รุ่งเรือง กระเดื่องนาม
ไปอยู่ที่ไหนๆ จะไม่ตกต่ำ
คำว่าระกำลำบาก จักไม่ปรากฎ
หก ผู้ชอบให้ ย่อมได้ ชื่อเสียงขจรไกล
ทำอะไรๆ ย่อมสำเร็จโดยง่าย
มหาชนร่วมแรงร่วมใจ
สนับสนุนค้ำชูไท้ ไว้เหนือเศียร
ผู้ชอบให้ มีหัวใจเศรษฐี
 อุ อา กะ สะ มีมาเอง
เป็นคุณธรรม ทำให้ทั้งดีทั้งเก่ง
เป็นไปเอง ของผู้ชอบให้
ผู้ชอบให้ ยิ่งใหญ่เศรษฐีใจบุญ
ให้จนคุ้น ยิ่งให้ยิ่งได้
ไหลตลอดเวลา เหมือนกะแม่น้ำใหญ่
มหาชนได้กินได้ใช้ ได้พี่งพา

 ;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ขุมสมบัติ (แน่นขนัดอยู่ปลายเท้ามารดา) :: วันเกิด วันกราบเท้าพ่อแม่ ซาบซึ้งพระคุณแท้ กราบลงไป จะเกิดอานิสงส์ยิ่งใหญ่ ชีวิตปลอดภัย ไร้ลำบาก

ขุมสมบัติ
(แน่นขนัดอยู่ปลายเท้ามารดา)
วันเกิด วันกราบเท้าพ่อแม่
ซาบซึ้งพระคุณแท้ กราบลงไป
จะเกิดอานิสงส์ยิ่งใหญ่
ชีวิตปลอดภัย ไร้ลำบาก
ขุมสมบัติอจินไตย อยู่ปลายเท้า
ของบิดามารดาเจ้า นั่นเอง
คุณธรรมกตัญญู ผู้รู้ คนเก่ง
สมบัติจักรพรรดิ์ นอนเอ้งเต้ง อยู่ปลายเท้า
มีปัญญา จึงจะเอามาได้
กตัญญุตานั่นไซร้ หมายถึงปัญญา
ยังตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ด้วยหละ
มีปัญญา มีกตัญญุตา คือบัณฑิต
อนึ่ง สุดยอดกตัญญู คือผู้
กตัญญู ต่อบุญวาสนาบารมี
เหมือนพ่อแม่ ดูแล ตามติดชีวี
ป้องกันบุตรอย่างดี ทุกวิถีทาง
สังสารวัฏ เวียนวน ไม่มีต้นปลาย
ก็ได้ บารมี เป็นที่พึ่ง
อุ้มชู เลี้ยงดู ประหนึ่ง
น่าทึ่ง อย่างพ่อแม่ดูแล ลูกน้อย
ทุกอย่างที่เราได้เรามี
ด้วยแม่บารมี จัดให้
เราเหมือนเด็ก ไม่รู้ประสา มีแต่กินใช้
ทำอะไร ไม่เป็นสักอย่าง

;;;;;;;;;;

ชีวิตน่ากลัวนัก (ด้วยไม่รู้จักมโนกรรม) :: กฎหลักกฎเหล็ก กฎแห่งกรรม คนทั้งหลาย ฟังแล้วขำ และรำคาญ ทำตนเป็นปลาตาย ไหลตามน้ำทั้งนั้น ขยันหาเงิน เพลิดเพลินทางโลก

ชีวิตน่ากลัวนัก
(ด้วยไม่รู้จักมโนกรรม)

กฎหลักกฎเหล็ก กฎแห่งกรรม
คนทั้งหลาย ฟังแล้วขำ และรำคาญ
ทำตนเป็นปลาตาย ไหลตามน้ำทั้งนั้น
ขยันหาแต่เงิน เพลิดเพลินทางโลก
ไม่เชื่อเรื่องโลกนี้โลกหน้า
ไม่เชื่อว่าพระคุณมารดาบิดา มีจริง
ไม่เชื่อว่า เทวดามี ขำกลิ้ง
ไม่เชื่อจริงๆ ว่ามีผู้หมดกิเลส
ผู้ไม่เชื่อทั้งหลาย ไปสู่อบายทั้งนั้น
ยากหลาย อย่าฝัน ขึ้นสวรรค์ ไม่ง่าย
เกิดเป็นมนุษย์ยิ่งยาก ยิ่งกว่ายากสุดใจ 
หลวงปู่ฯจึงได้ ตั้งใจปราบมาร
กุศลกรรมบถ และอกุศลกรรมบท
ไม่มีใครกำหนด เป็นกฎธรรมชาติ
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ชัด
ไม่เกินไม่ขาด แต่ละอย่าง ต่างก็มี๑๐
ทางทำดีมี๑๐ นี้คือ กุศลกรรมบท 
ส่วนทำชั่วทั้งหมด อกุศลกรรมบท ก็มี๑๐
 กายกรรม๓ วจีกรรม๔ มโนกรรม๓ รวม๑๐
เป็นบุญก็๑๐ เป็นบาปก็๑๐ รวม๒๐กรรม
กุศลกรรมบท ทางกาย มี๓ นามว่า
ไม่ฆ่า ไม่ลัก ไม่เจ้าชู้
วจีกรรม๔ไม่โกหก ไม่ส่อเสียด เป็นคู่
และเป็นผู้ ไม่พูดหยาบ ไม่เพ้อเจ้อ
กุศลกรรมบท ทางใจ มโนกรรม๔
มี ไม่คิดโลภ ไม่คิดพยาบาท
ไม่มีความคิดเห็นผิดเป็นชอบ ตระบัด
ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่มีเว้น
มโนกรรม เป็นที่สุดของกรรม
พูดกับทำ กรรมอ่อนกว่า
เพียงคิดอยู่ในใจ นี่หละ
แต่ว่า คนทั้งหลายไม่ใส่ใจเลย
มโนกรรมทางกุศล เลิศล้น คือสมาธิ
เจริญสติ ภาวนา
กระทั่งใจ ใสสว่างจ้า
เกิดสุขอุรา มีเมตตาเกิดขึ้น
สวดมนต์นั่งสมาธิ จึงเป็นกรณียกิจ
ต้องสวดเนืองนิจ ไม่ขาด
มิฉนั้น นั่นหรือ คือประมาท
และทุ่มชีวาต ประพฤติธรรม

;;;;;;;;;;