แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบายมุข แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบายมุข แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

เกลียดธรรมนำทุกข์ (รักธรรมนำสุขสม) ผู้เกลียดธรรม คือผู้เสื่อม ด้วยจิตไม่เลื่อม ไม่ใส มีความขุ่นข้อง หมองใจ ทุรนทุราย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

 เกลียดธรรมนำทุกข์
(รักธรรมนำสุขสม)


ผู้เกลียดธรรม คือผู้เสื่อม
ด้วยจิตไม่เลื่อม ไม่ใส
มีความขุ่นข้อง หมองใจ
ทุรนทุราย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

ธรรม คือความดีงาม ความบริสุทธิ์
ใจผ่องผุด ประดุจตะวัน
กินได้นอนหลับ ใจเบิกบาน
ทุกสิ่งอัน สำเร็จสมปราถนา

คนเกลียดธรรม ใจฉ่ำด้วยบาป
เหมือนกับ คนติดสุรา เรียกหาแต่เพื่อนชั่ว
พากันเฮฮา เมามัว
ลืมตนลืมตัว ลืมครอบครัวญาติมิตร


คนเกลียดธรรม ดื่มสุรา เป็นอาจิน
สติสิ้น เห็นดอกบัวเป็นกงจักร
เดินทางผิด น่าเวทนานัก
จมปลัก ตัณหากามคุณ

คนเกลียดธรรม ปล่อยยามเวลา
ที่มีค่า เวลาของมนุษย์
ไม่รู้จักแสวงบุญ สร้างบารมี สุด
เป็นมนุษย์ สุดประเสริฐแสวงบุญ

คนเกลียดธรรม เพลินล้ำ การละเล่น
ไม่ว่าจะเป็นหนัง เป็นละคร
การร้องการรำ การฟ้อน
ตะลอนๆ ตามดู เหมือนหมู่แมลง

คนเกลียดธรรม ชอบล้ำ การพนัน
สนุกสนาน ลุ้นกัน มันสุด
ลืมอนาคต หมดสิ้น ความเป็นมนุษย์
ประมาทสุดสุด ประดุจปลา

คนเกลียดธรรม แน่ล้ำ คบเพื่อนชั่ว
เมามัวตัณหา พาฉิบหาย
ความทุกข์ยาก ปัญหา ความเจ็บไข้
คบคนพาลจัญไร เป็นเหตุ

คนเกลียดธรรม แน่ล้ำ เกลียดคร้าน
การงาน ย่อมมีปัญหา
ไม่อาจดูแลครอบครัว และญาติกา
เมื่อได้เป็นหัวหน้า ย่อมพาฉิบหาย

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565

ทานขาดไม่ได้ (อาหารใจคือบุญ) เรามีกายกับใจ ซึ่งต้องให้อาหาร คนทั้งหลายนั้น หาทรัพย์ สำหรับบำรุงกาย หาเท่าใดก็ไม่พอเลี้ยง ตัณหากินเกลี้ยง ทุกข์ใจ

ทานขาดไม่ได้
(อาหารใจคือบุญ) 


เรามีกายกับใจ ซึ่งต้องให้อาหาร
คนทั้งหลายนั้น หาทรัพย์ สำหรับบำรุงกาย
หาเท่าใดก็ไม่พอเลี้ยง ตัณหากินเกลี้ยง ทุกข์ใจ
เมื่อใจไม่สะบาย ก็ผ่อนคลาย ด้วยอบายมุข 

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว
กายได้กินข้าว แต่ใจนั้นเล่า เหี่ยวแห้ง
พาเพลินอบายมุข สุขนิดๆ ติดอย่างแรง
ใจเหี่ยวแห้ง ขาดไม่ได้ อบายมุข

อบายมุข ไม่ใช่อาหาร แต่มันเป็นยาพิษ
เป็นยาเสพติด ทำลายชีวิตผู้คน
เป็นปากทางไปสู่
อบาย หลังตายหนีไม่พ้น
ต้องทุกข์ทน..หม่นไหม้ อนันตกาล

อาหารของใจ รู้ไว้ คือบุญ
เมื่อเราทำบุญ ใจจะอบอุ่น สดชื่นแจ่มใส
 มีฉันทะ ประกอบกิจ มีกำลังใจ
ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นที่รักใคร่ของทุกคน

เมื่อหาทรัพย์มาได้ ให้ประหยัดสุดประโยชน์สูง
หมายมุ่ง ทำทานการกุศล
มิฉนั้น ทรัพย์จะวิบัติ ในบัดดล
มันเป็นผล ของตัณหา พาฉิบหาย

ผู้มีกิเลสตัณหา ยากนักหนา จะรู้สึกตน
กลายเป็นคน เห็นแก่ได้ ไม่สนใจสงเคราะห์
เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีเท่าใดก็ไม่รู้จักพอ
โลกของเรานี่หนอ รอกัลยาณมิตร

การหาทรัพย์ นับว่ายาก
แต่จงรู้จัก ให้ทรัพย์ ยากยิ่งกว่า
การเอาชนะกิเลสในใจ ได้ สุขอุรา
บุญเป็นอัตตา ทำให้เราสุข สมปราถนาทุกประการ

บุญเหมือนน้ำ พายเรือข้าม คือชีวิต
เมื่อบุญเหลือน้อยนิด ตอไม้จะโผล่
ชีวิตมีปัญหา ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต
 จง
 สม่ำเสมอให้เป็นลูกโซ่ สั่งสมบุญ

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

เมตตาตน (เป็นคนมีสติ) จงเมตตาตน อย่าปล่อยให้ตนใจตก ไม่ตลก เราจะใจตก..ไม่ได้ นรกจะถามหา อกุศลนาๆ จะมากันใหญ่ ชีวิตอยู่ในช่วงอันตราย รู้ไว้ด้วย

 เมตตาตน
(เป็นคนมีสติ)

จงเมตตาตน อย่าปล่อยให้ตนใจตก
ไม่ตลก เราจะใจตก..ไม่ได้
นรกจะถามหา อกุศลนาๆ จะมากันใหญ่
ชีวิตอยู่ในช่วงอันตราย รู้ไว้ด้วย

จงรักตน ดูแลตน ให้ดี
คำว่าตนนี้ ก็คือใจ สำคัญหลาย
ขาดสติสัมปชัญญะ นั่นหละ ใจตกง่ายๆ
ดังนั้น จงตั้งสติให้ได้ เอาใจไว้ในตัว

หลับตาลงเบาๆ เฝ้าดูใจตน
  แม้สับสน ทนดูไปเรื่อยๆ สบายๆ
ลมหายใจจะนิ่งนาน ใจบาน เอิบอิ่มใจ
เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ รู้ได้ ว่าใช่เลย

ความท้อแท้ท้อถอย ลอยหนีหายสิ้น
ใจถวิลแต่ดี มีกำลังใจ
มีความสุข มีเมตตา มาพร้อมกันได้
เกิดปัญญาแก้ไข ปัญหาอุปสรรค

คนทั้งหลายไม่รู้ วิ่งไปสู่อบายมุข
ใช้ความสนุก ที่ถูกใจ หวังคลายเครียด
ขาดปัญญา ไม่รู้ว่า เป็นเสนียด
ความเครียด เหมือนมอดไหม้ แต่ไม่ทันไร ใหญ่กว่าเดิม

นั่นหละ กิเลสตัณหา พาเพลิน
ยากเหลือเกิน จะรู้สึกรู้สา ด้วยปัญญาหยาบ
เมื่อได้พบกัลยาณมิตร จึงจะมีสิทธิ์ กลับ
เหมือนตื่นจากหลับ นอนฝันร้าย

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565

ทานเป็นชีวิต (กิจกรณีย์) ทาน คืองานจำเป็น ของชีวิต ทำจิต ให้โอบอ้อมอารี มีความรัก ใจนุมนวล ควรใช้ทำการงานยิ่งนัก เป็นที่ประจัก รักครอบครัว เว้นชั่วอบายมุข

ทานเป็นชีวิต
(กิจกรณีย์) 

ทาน คืองานจำเป็น ของชีวิต
ทำจิต ให้โอบอ้อมอารี มีความรัก
ใจนุมนวล ควรใช้ทำการงานยิ่งนัก
เป็นที่ประจัก รักครอบครัว เว้นชั่วอบายมุข

ทานบารมี ย่อมเป็นที่รัก ของมนุษย์และเทวา
ก็จะถูกรักษา ไม่อนาทร เรื่องมีกินมีใช้
ทุกภพชาติ ไม่ขาดสะเบียงเลี้ยงชีพ ใดใด
เทพศักดิ์ใหญ่ จะติดตามไปดูแล

ทาน คือเครื่องหมาย ใช่คนดี
ซึ่งจะมี คนรักใคร่ มากมาย
คนดีลงรักษา เป็นเครื่องหมาย
จะได้ประโยชน์ใหญ่ มีผู้ให้รางวัล

จะมีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข ทุกภพชาติ
มีคณะหมู่ญาติ ร่วมชาติ สร้างบารมี
เป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ ในป่าใหญ่ สู้ไพรี
ลมพายุมี ไม่หวั่นอันตราย

ของที่ให้ ได้ชื่อว่า นำออกดีแล้ว
กลายเป็นแก้ว..สดใส ได้ชื่อว่าบุญ
เป็นแก้วสารพัดนึก คนไม่คุ้น
ใจอบอุ่น เมื่อได้ให้ กินได้นอนหลับ

ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศ
บุญบันเจิด บันดาลให้สมปราถนา
ให้สิ่งที่ดี ย่อมได้สิ่งที่ดี เกินค่า
ขอเพียงว่า ให้ด้วยใจศรัทธา บูชาพระรัตนตรัย

การเลือกให้ พระองค์ไท้ สรรเสริญ
อย่าหลงเดิน..ทางผิด ไม่คิดให้ดี
เลือกให้ผู้มี ศีลาจารวัตร และศรัทธามี
อย่าให้สุ่มสี่..สุ่มห้า ใช้ปัญญาตรอง

ผู้พลอยยินดีในทาน การกุศล
เป็นบุคคล ที่ฉลาด ไม่ขลาดเขลา
พระพุทธองค์ ทรงยกย่อง ไม่เบา
พลอยยินดี ในบุญเขา ก็ได้บุญด้วย

คนดี ย่อมเต็มที่ บำเพ็ญประโยชน์
คนเขลาโฉด หาประโยชน์ จากปวงชน
ทุจริตคอรัปชั่น หน้าด้าน สุดทานทน
ทำร้ายปวงชน สังคมล่มพินาศ

คนดี ย่อมเต็มที่ ช่วยเหลือเกื้อกูล
ใจอบอุ่น เอิบอิ่ม ยิ้มละไม
ชีวิตสมปราถนา สุขทั้งกายใจ
ไม่กลัวมรณะภัย ไปอย่างผู้มีชัยชนะ

คนมีใจกรุณา จะเยียวยา ผู้มีโศก
เข้าไปปก เข้าไปป้อง อุปถัมภ์
ความเมตตากรุณา ดุจมารดา ล้ำ
 เป็นคุณธรรม..ล้ำค่า ของผู้มีปัญญานั่นเอง

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ยอดกัลยาณมิตร(สถิตกลางกายเรา):: ความรัก กับเมตตา คนละอย่าง ความชัง ตรงข้าม ความรัก รักมาก ทุกข์หนัก ห่วงนัก ตัดรัก ตัดอาลัย ตัดยาก เป็นทุกข์

ยอดกัลยาณมิตร
(สถิตกลางกายเรา)

ความรัก กับเมตตา คนละอย่าง
ความชัง ตรงข้าม ความรัก
รักมาก ทุกข์หนัก ห่วงนัก
ตัดรัก ตัดอาลัย ตัดยาก เป็นทุกข์
ความรัก ที่มีสติ นี้คือเมตตา
 มีกรุณา มีมุทิตา พาสะบาย
เป็นกัลยาณมิตร พาสู่ทิศ พระรัตนตรัย
มีอุเบกขา ละวางได้ ไม่อาลัย ชีวิตตน
บุพการี มีเมตตา สละชีวิต
ป้องปิด ผองภัยอันตราย ให้ลูกรัก
อุเบกขา วางชีวา เข้าป้องปักษ์
ยากนัก ที่ลูกรัก ไม่เห็นคุณ
กตัญญูบูชา กล้า สลัดตน
อดทน หลุดพ้น อบายมุข
ไม่หลงเดิน ทางเพลิน ทางสนุก
เดินทางถูก  สายกลาง ทางอริยะ
ความรักใคร่ ใจมืด
อึดอัด ขัดเคือง ใจขุ่น วุ่นวาย
ใจหยาบ กระสับ กระส่าย
แพ้พ่าย สิ่งยั่วยวนใจ กามคุณ
ตัณหา ปัญญาดับ เหมือนหลับตาเดิน
หลงเพลิน เดินตาม กิเลสะ
ไหลลงต่ำ ดำดิ่ง ยากเลิกลา
ใครล่ะ ช่วยได้ ถ้าไม่ใช่ กัลยาณมิตร
ยอดกัลยาณมิตร สถิตอยู่กลางกาย
พระธรรมกาย พระรัตนตรัยในตัว
เตือนสติทุกค่ำเช้า แต่เรามันชั่ว
หลงตัวลืมตน หลงกลมาร
การเอาใจไว้นอกตัว เท่ากับเกลือกกลั้ว กามคุณ
ใจวิ่งวุ่น..อยู่ภายนอก กับสิ่งหลอกล่อ
บุญเก่าหดหาย บุญใหม่ไม่ได้ทำ ยังก่อกรรมซ้ำน่อ
กรรมวิบาก กำลังรอ..ย่ำ ให้หนำใจ
บัณฑิต ผู้มีกรณียกิจ ฝึกตน
เป็นคน..ไม่ประมาท ไม่ขาดฝึกสมาธิ
หมั่นเอาใจไว้ภายใน บุญบารมีได้ที
 ส่งผล ดลบันดาลเต็มที่ ให้มีแต่สุขสมปราถนา

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564

สั่งสมบุญวาสน์ (ทุกภพชาติอยู่เย็น) มีทรัพย์ มีคนนับ..เป็นญาติเป็นเชื้อ แต่จะเบื่อ..หน่าย ถ้าใจขาดปีติ ดังนั้น ชีวิตขาดไม่ได้ ทำความดี เกิดบุญราศรี ขจัดบาปอัปปรี ที่ทำให้ใจทุกข์

สั่งสมบุญวาสน์
(ทุกภพชาติอยู่เย็น)

มีทรัพย์ มีคนนับ..เป็นญาติเป็นเชื้อ
แต่จะเบื่อ..หน่าย ถ้าใจขาดปีติ
ดังนั้น ชีวิตขาดไม่ได้ ทำความดี
เกิดบุญราศรี ขจัดบาปอัปปรี ที่ทำให้ใจขุ่น

อิ่มทรัพย์สมบัติไม่มี ถ้าใจนี้ ไม่มีสันโดษ
ใจจะสันโดษ ใจจะต้องหมด..ตัณหา
นั่นคือ หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
เดินตามทาง สายกลางนั่นหละ ทางชีวิต

อีกอย่าง ถ้าไม่เดินทาง สายกลาง
ใจเหมือนอย่าง เดินทาง กลางทะเลทราย
หิวโหย อ้างว้าง กระวนกระวาย
ซึมเศร้า เบื่อหน่าย ชีวิต

ด้วยเหตุนี้ คนทั่วไป จึงฝักใฝ่ อบายมุข
รักสนุก เพลิดเพลิน เดินทางมาร
เป็นมิจฉาทิฏฐิ ยากเหลือที่ จะกลับหลังหัน
ด้วยตัณหาบาน นี่หละผลงาน ของกฎไตรลักษณ์

ชีวิต ไม่ได้ถูกลิขิต ให้มาทำมาหากินเท่านั้น
ที่สำคัญ ทุกคนต้องตาย และไปตามวิบากกรรม
ทำดีไปสวรรค์ ทำชั่วไปนรกโลกันต์
แสวงบุญสร้างบารมีเท่านั้น จึงพ้นมัน อบายภูมิ

ทางนอกทางสายกลาง เป็นทางกิเลสกรรมวิบาก
เป็นวัฏฏจักร
 เหมือนปลักโคลนดูด
ทางทุกข์ยาก ทางอัปมงคล เหมือนหนอนในคูต
เหม็นสุดสุด กลิ่นตัวมนุษย์ สุดเหม็น

เทวดาลงรักษา เฉพาะผู้ตั้งหน้า รักษาศีล
 นั่งสมาธิเป็นอาจิน ยิ่งดีใหญ่
สุขสมปราถนา มีชีวาปลอดภัย
เป็นผู้มีโชคชัย สมปราถนาง่ายๆ ได้มา 

ทางวัฏฏสงสาร คุกประหาร ยากจักพ้น
ด้วยการมีศรัทธา ยากเหลือล้น เป็นคนเข้าวัด
มีบุญวาสนาส่ง ได้พบกัลยาณมิตร เหมือนนัด
สั่งสมบุญวาสน์ ทุกภพชาติ อยู่เย็น

;;;;;;;;;;