แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุดมการณ์ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุดมการณ์ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566

แสวงบุญสร้างบารมี (ชีวีอุดมการณ์) ธรรมเหมือนห้วยน้ำ ไม่มีตม ให้แต่สุขบรม อย่างเดียว บุญ ให้แต่หวาน ไม่มีเปลี้ยว สุขอย่างเดียว อนันตกาล

 แสวงบุญสร้างบารมี
(ชีวีอุดมการณ์)

ธรรมเหมือนห้วยน้ำ ไม่มีตม
ให้แต่สุขบรม อย่างเดียว
บุญ ให้แต่หวาน ไม่มีเปลี้ยว
สุขอย่างเดียว อนันตกาล

อธรรม บาปหยาบช้า
สนองปราถนา ของอารมณ์
เป็นเหยื่อล่อให้ตาม แล้วถล่ม
คนนิยม สบอารมณ์ ปุถุชน
ตายลงนรก ก็ไม่ว่า
ขอให้ข้า ได้สุขสม
หลงตัณหา เพียงปานยาดม
เปรียบกับทุกข์ระทม ในอบาย
แสวงบุญสร้างบารมี หนีตัณหา 
เพื่อสุขสมข้างหน้า อนันตกาล
อดเปลี้ยว ไว้กินหวาน
อดทนอดกลั้น ขันติธรรม
แสวงบุญ สร้างบารมี
คือคนดี สงเคราะห์ สังคม
ทั้งตนและคนอื่นๆ สุขสม
รักใคร่เกลียวกลม สามัคคี
ศรัทธา พระศาสนา
สงเคราะห์ญาติกา จึงมี
ขจัดตัณหา ความตระหนี่
เศรษฐีใจบุญ ค้ำจุนสังคม
แสวงบุญ สร้างบารมี
ชีวี อุดมการณ์
สุขพร้อมหน้า เหมือนชาวสวรรค์
ธรรมชาติตระการ ปานเนรมิต

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ปล่อยให้ใจตก (นรกถามหา) ผู้ผัดวัน ประกันพรุ่ง ย่อมเสื่อม ใจไม่เลื่อมไม่ใส ใจอ่อนล้า เป็นคนใจตก นรกถามหา บาปกรรมได้ท่า ส่งผล

 ปล่อยให้ใจตก
(นรกถามหา)


ผู้ผัวัน ประกันพรุ่ง ย่อมเสื่อม
ใจไม่เลื่อมไม่ใส ใจอ่อนล้า
เป็นคนใจตก นรกถามหา
บาปกรรมได้ท่า ส่งผล

ใจตกไม่ได้ ต้องยกใจไว้เสมอ
นั่นแหละเธอ สม่ำเสมอ ฝึกตน
ฝึกใจให้หยุดให้นิ่ง ได้บุญล้น
เกิดเป็นคน ไม่ฝึกตน ตายฟรี

อุดมการณ์ชีวิต มุ่งสู่ทิศพระรัตนตรัย
ทำพระนิพพานแจ้งให้ได้ ทุ่มชีวิต
หนีกฎแห่งกรรม สุดขีด
มีเวลาน้อยนิด มีสิทธิ์สร้างบารมี

การฝึกตน คือคนฝึกใจ ฝึกสติ
ฝึกให้ใจระลึกอยู่ที่ ในตน
ฝึกได้ทุกเวลา ทุกแห่งหน
ได้ชื่อว่าเป็นคน ตั้งใจในกิจทุกอย่าง

กำลังขับรถอยู่ รักษาสติรู้อยู่ภายใน
ได้ชื่อว่าตั้งใจ ไม่ประมาทขาดสติ
ขับรถอย่างมีความสุข ไม่ร้อนรนเร็วรี่
มีแต่ความโชคดี มิมีเวรภัย

ผู้ไม่รู้จักฝึกตน คือปุถุชน คนทั่วไป
กิเลสหนาหลาย บอกให้ตายก็ไม่ฝึก
เป็นมิจฉาทิฏฐิ อวดเก่ง เช่นควายถึก
ใครจะนึก ว่าคนทั้งหลาย ใช่ญาติทั้งนั้น

ทำพระนิพพานให้แจ้ง เข้าถึงแหล่งพระรัตนตรัย
โปรดญาติได้ ให้มีศรัทธา
การฝึกตน จึงมิอาจรอช้า
ทุ่มสุดชีวา ทำพระนิพพานให้แจ้ง

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

บำเพ็ญทาน (อุดมการณ์ชีวิต) มีกินมีใช้ ชีวิตมิใช่ เพียงเท่านี้ มีกิจกรณี หนีคุกประหารสังสารวัฏ จึงต้องบำเพ็ญทาน ไม่ขาด ทุ่มชีวาต เข้าวัด สร้างบารมี

 บำเพ็ญทาน
(อุดมการณ์ชีวิต)


มีกินมีใช้ ชีวิตมิใช่ เพียงเท่านี้
มีกิจกรณี หนีคุกประหารสังสารวัฏ
จึงต้องบำเพ็ญทาน ไม่ขาด
ทุ่มชีวาต เข้าวัด สร้างบารมี

บำเพ็ญทาน ขจัด ความตระหนี่
เพื่อหนี ตัณหา อุปาทาน
หนีวัฏฏจักร กิเลสกรรมวิบากมาร
ชีวิตเปลี่ยนผัน มั่นคง บนเส้นทางบุญ

บำเพ็ญทาน เป็นงาน สร้างทานบารมี
ใจนุ่มดี เหมาะที่จะประพฤติธรรม
หมดอยาก ลาหยอก เลิศล้ำ
ใจดื่มด่ำ ล้ำสุข ใจหยุดนิ่ง

ทั้งสุขทั้งเมตตา..อุเบกขา มาพร้อมกัน
คุณธรรม สำคัญ สงเคราะห์ญาติ
ทำสังคมให้อยู่เย็น เป็นอัตตโนมัติ
ทั้งธรรมชาติ ก็สดใส คล้ายสวรรค์

การงานไร้โทษ สุดปราโมทย์ ด้วยบารมี
สังคมเปรมปรี สามัคคี ทั่วแคว้น
ไทยมหารัฐ พุทธศาสน์ เป็นแกน
ชาวโลกเนืองแน่น แห่แหน มาชื่นชม

บำเพ็ญทาน จึงเป็นอุดมการณ์ชีวิต
แปลกเกินคิด ยิ่งให้ก็ยิ่งได้
ด้วยบุญ เป็นอัตตา อจินไตย
ที่พระพุทธองค์ไท้ ยังทรงเคารพ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2565

อุดมการณ์ชีวิต (กัลยาณมิตรอยู่ในวัด) ทำพระนิพพานให้แจ้ง เร็วไว วัฏฏสงสาร นานหลาย อันตรายนัก สังสารวัฏ คุกประหาร อำมหิต จงรู้จัก ตายก็ตายไม่ได้ ทุกข์หนัก เกินคิด

อุดมการณ์ชีวิต
(กัลยาณมิตรอยู่ในวัด) 

ทำพระนิพพานให้แจ้ง เร็วไว
วัฏฏสงสาร อจินไตย อันตรายนัก
 สังสารวัฏ คุกประหาร จงรู้จัก
ตายก็ตายไม่ได้ ทุกข์หนัก เกินคิด

 แสวงบุญเป็นเสบียง เลี้ยงชีวิต
หลังตาย เดินทางไกลสุดขีด ย้ายถิ่นที่อยู่
หรือหนีภัยสงคราม ระหกระเหิน ทุกผู้
พระผู้รู้ ท่านเวทนาสรรพสัตว์

สร้างบารมี เพื่อตัดแต่งชีวี ของตน
อยากเป็นคน..อย่างไร ให้ทำเอา
บุญวาสนา ไม่ใช่มาจากพระเจ้า
อย่าโง่เขลา ปัญญา
เบา พระเจ้าไม่มี


ทำพระนิพพาน ให้แจ้ง
แสวงบุญ และสร้างบารมี
นี้ จึงเป็นอุดมคติ
เป็นกิจกรณีย์ ของชีวีมนุษย์

การทำพระนิพพานให้แจ้ง 
แสดง ด้วยการเจริญสติ
ทำใจหยุดใจนิ่ง อยู่ภายในตน นั่งสมาธิ
ที่สุด ใจจะหยุดที่ ศูนย์กลางกาย

กฎแห่งกรรม ทำอะไรไม่ได้
ชีวิตจึงสว่างไสว ไม่ทุกข์ร้อน
มีสุขสมปราถนา สมอุราแน่นอน
ความทุกข์ความเดือดร้อน ห่างหาย ไปทุกชาติ

บุญแสวง ต้องมายังต้นแหล่ง แห่งบุญ
เข้าวัดให้คุ้น แหล่งบุญ คือสังฆทาน
ได้พบกัลยาณมิตร มีจิตชื่นบาน
ศรัทธามั่น ตั้งปณิธาน แสวงบุญ

การสร้างบารมี ต้องมีหมู่มีคณะ
เดินตามพระ ผู้รู้ ผู้เข้าถึง
หมู่มาร ชอบระรานคนทำดี ตะลึง
การสร้างบารมีจึง..ไม่ง่าย ไม่ธรรมดา

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2565

ทานศีลภาวนา (พระโพธิสัตว์) ศีล คือสะพาน ทาน คือเสบียง ตะเกียง คือ ภาวนา การเดินไกล ขาดไม่ได้ จำเป็นนักหนา ทานศีลภาวนา จึงว่า เป็นชีวิต

 ทานศีลภาวนา
(พระโพธิสัตว์)


ศีล คือสะพาน ทาน คือเสบียง
ตะเกียง คือ ภาวนา
 การเดินทางไกล ขาดไม่ได้ จำเป็นนักหนา
ทานศีลภาวนา จึงว่า เป็นชีวิต

ทาน เปรียบปาน ไข่ไก่
ที่แม่ไก่ ไข่ไว้ในรัง คือศีล
แม่ไก่ ไม่หนีไปไหน รักไข่ ปานชีวิน
ตั้งใจกกไข่ จนลืมทุกอย่างสิ้น คือภาวนา 

ทาน เหมือนกันกับ แม่น้ำ
ศีล เหมือนล้ำ กับต้นน้ำ ลำธาร
มีป่าใหญ่ ภูเขาใหญ่ 
บึงใหญ่ระหาร
 ช่างอัศจรรย์ เป็นที่ฝนนั้น ตกประจำ

ภาวนา เปรียบปานว่า มหาเมฆ
เหมือนมีใครปลุกเศก เมฆลอยมาแต่ไกล
จากทะเลมหาสมุทร อันกว้างใหญ่
หลั่งเป็นฝน อันชื่นใจ ตกใหญ่ที่ต้นน้ำ

ทานศีลภาวนา จะหมุนวนขวา ทักษิณาวัตร
ต่างกันชัด กับลมพายุ ของมาร
ธรรมชาติวิปริต ด้วยมนุษย์ ขาดศีลทาน
และไม่ยึดมั่น ในภาวนา

ทานศีลภาวนา ธรรมชาติประทานมา ทางชีวิต
หยุดประพฤติผิด ชีวิตจะปลอดภัย
สุขสมปราถนา จะมีมาเอง สะบายๆ
ไม่กลัวมรณะภัย และอันตรายทุกชนิด

มีชีวิตอุดมการณ์ เปรียบปาน พระโพธิสัตว์
มี ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ
รวย หล่อสวย และมีปัญญาสามารถ
เป็นคนอภิชาติ พระโพธิสัตว์ มาเกิด

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565

สุขนิรันดร์ (อุดมการณ์ชีวิต) เราคือใจ ไม่ใช่ร่างกาย ร่างกาย เป็นบ้านที่อาศัย ให้ใจอยู่เท่านั้น ใจต้องมีน้ำใจ หล่อเลี้ยง เป็นอาหาร มิฉนั้น ใจจะแห้งเหี่ยวโหยไห้ เบื่อหน่ายซึมเซ็ง

 สุขนิรันดร์
(อุดมการณ์ชีวิต)

เราคือใจ ไม่ใช่ร่างกาย
ร่างกาย เป็นบ้านที่อาศัย ให้ใจอยู่เท่านั้น
ใจต้องมีน้ำใจ หล่อเลี้ยง เป็นอาหาร
มิฉนั้น ใจจะแห้งเหี่ยวโหยไห้ เบื่อหน่ายซึมเซ็ง

คนทั้งหลาย ปล่อยให้ใจเหี่ยวแห้ง
ออกอาการสำแดง จึงหาแหล่งเพลิดเพลิน
ติดอบายมุข สุขนิด แต่พิษเหลือเกิน
เหมือนหลับตาเดิน ใกล้ปากเหว เหลวเละแน่

ใจที่มีน้ำใจ คือคนใจกว้าง
จะไม่อ้างว้าง..ว้าเหว่ โดดเดี่ยว
มีความสุขสงบ สุขแท้ แม้อยู่คนเดียว
ไม่เปล่าเปลี่ยว สุขหลาย ใจสันโดด

น้ำใจไม่ใช่อะไร ก็คือบุญ
เราจึงต้องเร่งลุ้น แสวงบุญสร้างบารมี
มิฉนั้น ใจไม่อาจอดกลั้น ตัณหากาลี
พาใจหนี ออกจากกาย อันตรายนัก

ใจกว้างยังไม่พอ ยังมีต่อ ใจต้องสูง
ใจยังสะดุ้ง ต่อภัย อันตรายจากคนพาล
ต้องยกใจให้สูง ใจจรุงห้าวหาญ 
เป็นคนยอมคนเท่านั้น จะห้าวหาญชาญชัย

ใจจะสูง ด้วยใจมุ่งรักษาศีล
รักษาเป็นอาจิน ใจจะสดใสซาบซ่าน
เป็นคนยอมคน อดทนอดกลั้น
รักษามั่น ศีลห้า อริยะวินัย

คนยอมคน ไม่ใช่คนอ่อนแอ
เพียงแต่ ยกใจสูง ไม่มุ่งลงต่ำ
ไม่ถือสา ใครจะร้ายมา อย่างไรก็ตาม
ไม่สู้ไม่หนี ไม่ลงต่ำ รักษาวินัย

ความบริสุทธิ์สดใส ใจหาญกล้า
แปลกนักหนา หมู่พาลา ระย่อ
ศีลจึงเป็นอาวุธวิเศษ เป็นเกราะ
ใจสูงนี่หนอ รักษาวินัย น้ำใจงาม

ใจกว้างใจสูงแล้ว คล้ายแก้วใส
ชีวิตยังไม่ปลอดจากภัยไหญ่ ภัยวัฏฏะ
จึงยังไม่ปลอดโปร่งโล่งเบา ด้วยธุระ
หนีภัยวัฏฏะ ที่สุดจะอันตราย

ดังนั้น ใจต้องพัฒนาต่อไป ให้สงบและสว่าง
ฝึกสติ ให้หยุดยั้ง ปล่อยวางความอยาก
เกิดสุขสันโดษ ล้นทะลัก
แสงสว่างประจัก จากพระรัตนตรัย

พ้นภัยวัฏฏะ ด้วยอานุภาพ พระรัตนตรัย
เบิกบานใจ สุขไม่มีประมาณ
ใจเป็นอิสระ ปลอดจากเครื่องผูกพัน
เป็นสุขนิรันดร์ อุดมการณ์ชีวิต

;;;;;;;;;;




วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ทางชีวิต(เลือกผิดเข้าดงเข้าป่า):: ทางสามสาย ไกลกัน ลิบลับ เลือกผิด ย่อยยับ ดับสูญ เลือกถูก สุข เพิ่มพูน สายกามคุณ สาย ที่หนึ่ง

ทางชีวิต
(เลือกผิดเข้าดงเข้าป่า)

ทางสามสาย ไกลกัน ลิบลับ
เลือกผิด ย่อยยับ ดับสูญ
เลือกถูก สุข เพิ่มพูน
สายกามคุณ สาย ที่หนึ่ง
สายกามคุณ วุ่น หาเงิน
เพลิน กามสุข สนุกสนาน
ใจแคบ สุดแสบ คนพาล
เกือบทุกท่าน อยู่ใน สายนี้
สายที่หนึ่ง สายเอา เมาตัณหา
ดื่มสุรา ใฝ่หา อบายมุข
มือยาว สาวได้สาว กามสุข
ผิดถูก ไม่สน คนไม่เห็น
สายที่สอง สายกลาง ทางสละ
กินใช้พอประทะ ประทัง ที่ยังเหลือ ทาน
แสวงบุญญา มีศรัทธา มั่น
บารมีเท่านั้น อุดมการณ์ ชีวิต
สายที่สาม ไม่ให้ ไม่เอา
โง่เขลา ฝึกตน ทนทรมาน
เพื่อหยุดตัณหา ถึงกับกล้าลงทัณฑ์
ร่างกายตนนั้น ให้มันเจ็บปวด
  
สายนี้ ฤาษี ชีเปลือย
ได้เมื่อย ได้หลง เข้าดงเข้าป่า
สูญเปล่า โง่เขลา เบาปัญญา 
หลงบูชา คนผิด หลงทิศ หลงทาง 

;;;;;;;;;;