วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2563

วาจาชอบเป็นกุศลใหญ่ (วาจาร้ายเป็นกรรมหนัก):: คนขี้โกรธ มีวาจาหยาบ เราทราบดี ไม่สำรวมวจี เป็นคนไม่ดี ผิดศีล อุตส่าห์ทำบุญตักบาตร ไม่ขาด เป็นอาจิน บุญรั่วหนีสิ้น ไม่มีเหลือเลย

วาจาชอบเป็นกุศลใหญ่
(วาจาร้ายเป็นกรรมหนัก)
ทุฏฺฐสฺส ผรุสา วาจา
คนขี้โกรธ มีวาจาหยาบ เราทราบดี
ไม่สำรวมวจี เป็นคนไม่ดี ผิดศีล
อุตส่าห์ทำบุญตักบาตร ไม่ขาด เป็นอาจิน
บุญรั่วหนีสิ้น ไม่มีเหลือเลย
กลายเป็นคนแก่วัด ปากจัด ฟังไม่ได้
เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ใหญ่ ที่ใครๆกลัวเกรง
ไม่อยากมาวัด กลัวจัด คนเก่ง
ทั้งกลัวทั้งเกรง ไม่เสงสู้
คนเหล่านี้ บ่นอู้อี้ ว่าทำดีไม่ขึ้น
สะทกสะท้อน สะอื้น บ่นน้อยใจ
ทำเพื่อใครๆมามาก แต่ทำไม
ไม่มีใครเห็นใจ ชักท้อใจ ชีวิต

สจฺจํ เว อมตา วาจา
คำสัตย์ แลเป็นวาจาที่ไม่ตาย
คำสัตย์ น่าประหลาด เป็นวาจาที่ไม่ตาย
ส่งผลให้ ได้สุขสำเร็จ สมปราถนา
เป็นบารมี ส่งฤทธี ให้จิตตะ
จะคิด จะปราถนาสิ่งใด ก็สำเร็จโดยง่าย
สัตยาธิษฐาน คือการตั้งสัจจะ แล้วอธิษฐาน 
กล่าวบนบาน ขออานุภาพอันไม่ประมาณ แห่งสัจจะ
ด้วยความจริง ที่ข้าพเจ้า ได้กล่าวมา
เกิดเป็นเดชะ ให้สมปราถนาทุกประการ
 สัจจะเป็นคุณธรรม จิตจะนิ่งใสสว่างล้ำ โดยธรรมชาติ
สุดคิดคาด เกิดบุญญธาตุ บารมี
ขับไล่ อุปสรรคปัญหา หมู่พาลาอัปปรี
ไม่อาจรอรี หนีกระเจิง
อภูวาที นิรยํ อุเปติ
คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก
คำพูดไม่จริงโกหก ตกนรกแน่นอน
ทำคนเดือดร้อน บาปหนัก
แถมคิดร้าย ใจร้าย คนตระบัดสัตย์
ใครๆก็ไม่อาจ เอาเป็นเพื่อน

ตกนรกทั้งเป็น เห็นๆ คนเหม็นหน้า
ความงามสง่า หนีหาย เหลือไว้แต่หมองหม่น
เข้าวงใหน ใครๆไม่เอา เศร้าเหลือทน
เดินถนนแทบไม่ได้ อายเหลือ
สัจจะ เป็นบารมี แต่นี่ อสัจ เป็นกิเลส
อุเทศ คำสอน เสียชีพอย่าเสียสัตย์
เราเกิดมาเป็นมนุษย์นี้ เพื่อกิเลสขจัด
บัณฑิตบอกชัด ให้อดเปลี้ยว ไว้กินหวาน

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2563

พระภิกษุผู้ประเสริฐ (เลิศด้วยทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน) :: เจ้าชายสิทธัตถะ บังเอิญว่า ได้เห็น เกิดแก่เจ็บตาย สลดใจหลาย จึงตัดสินใจออกบวช หมดอาลัยในสมบัติจักรพรรดิ์ ออกผนวช ด้วยทรงเห็นนักบวช เป็นเพศที่สงบ

พระภิกษุผู้ประเสริฐ
(เลิศด้วยทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน)
เจ้าชายสิทธัตถะ บังเอิญว่า ได้เห็น เกิดแก่เจ็บตาย
สลดใจหลาย จึงตัดสินใจออกบวช
หมดอาลัยในสมบัติจักรพรรดิ์ ออกผนวช
ด้วยทรงเห็นนักบวช เป็นเพศที่สงบ
สลดใจหลาย ที่สรรพสัตว์ ไม่อาจหลีกหนี
มันน่าจะมี ทางออกอยู่
มีผิดก็มีถูก มีสุขก็มีทุกข์ มีขาวก็มีดำ เป็นคู่
มันต้องมีอยู่ เป็นคู่ อยู่เดี่ยวไม่มี
พระองค์ จึงทรงตัดสินใจ ไปจากวัง
ทั้งๆที่พระชายา เพิ่งจะคลอด
ในยามดึก คนหลับไหล ในยามปลอด
ไปกับนายฉันนะ และยอดม้า กัณฑกะ
ในคนธรรมดา จะเห็นว่า พระองค์ทำไม่ถูก
ทิ้งลูกทิ้งชายา ทิ้งประชาชน
แม้แต่สัตว์ ก็ยังรักลูกของตน
นี่เราเป็นคน ควรดิ้นรน ดูแลครอบครัว
ปัญญาพระโพธิสัตว์ สามารถอุเบกขา
ยอมทิ้งชีวา เพื่อความสุขมหาชน
พระองค์ทรงมองเห็นทุกข์ของคน
เห็นปวงชน แหวกว่าย ในทะเลทุกข์
คนทั้งหลาย คล้ายคน ตกน้ำ
คนจะช่วยต้องเก่งล้ำ ว่ายน้ำเป็น
การช่วยคนออกจากวัฏฏะสงสาร ยิ่งยากเย็นแสนเข็น
ต้องหลีกเร้น บำเพ็ญตน หา พระโพธิญาณ
กระทั่งได้เป็นพระพุทธเจ้า โปรดเหล่าเวไนยสัตว์
มีผู้คนออกบวชตามบาท เป็นอันมาก
ดังนั้น การออกบวช สืบทอดพระศาสน์ ประเสริฐนัก
ด้วยประจัก ทางพ้นทุกข์ มีสุขแท้จริง

“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ 
การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง”

ธรรมทาน คือยอดแห่งการให้
ช่วยคนทั้งหลาย ให้พ้นทุกข์ด้วยธรรมทาน
 คนในครอบครัวเรานั้น ก็เช่นกัน
คนไม่ออกบวชนั้น เหมือนกอดคอกันจมน้ำ
ชีวิตที่แท้จริง หรือบ้านอย่างยิ่ง คือหลังตาย
อย่ามัวอาลัย ในปัจจุบัน
ทุกอย่างที่เห็น เหมือนจอหนังเท่านั้น
 วิบากกรรมตามทัน ฉาย ให้เห็น
อะไรที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ให้อดกลั้นอดทน
ปรับปรุงตนใหม่ ยอมตายไม่ทำบาป
เดินตามหลังพระ ละกรรมหยาบๆ
เข้าวัด ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
การออกบวชสืบต่อพระศาสน์ ขาดไม่ได้
เป็นหน้าที่ยิ่งใหญ่ ของชายทุกๆคน
เหมือนทหารหาญ จะออกศึก ต้องฝึกฝน
ได้ทำทั้งประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ถึงพร้อมที่สุด

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2563

พ่อพระแม่พระ (ของมหาชน):: ใครๆก็อยากได้อยากมี ความสุขสำเร็จ โง่แล้วขยันเป็นเสร็จ ทำผิดหลักการ มันสำเร็จไม่ได้ ดันทุรัง ทู่ซี้ มีแต่จะตาย ขยันเปล่าดาย ตายเปล่า

พ่อพระแม่พระ
(ของมหาชน)

ใครๆก็อยากได้อยากมี ความสุขสำเร็จ
โง่แล้วขยันเป็นเสร็จ มันสำเร็จไปไม่ได้
ดันทุรัง ทู่ซี้ มีแต่จะตาย
ขยันเปล่าดาย ตายเปล่า
ความสุขสำเร็จ อยู่ที่ใจ ไม่ใช่ที่อื่น
ทำใจให้ แช่มชื่น ใสสว่าง
ใจมีอายตนะ มีพละ มีกำลัง
ทั้งผลัก ทั้งรั้ง คล้ายดั่ง แม่เหล็ก
ใจแช่มชื่นใสสว่าง ในทาง แห่งความดี
เจริญสติ ตลอดเวลา ระวังอารมณ์
อย่าคิดร้ายพูดร้าย ระวังไว้ ได้บาปจม
เกิดอารมณ์ได้ง่ายๆ ใจหม่นหมอง 
สมบัติ เป็นของสะอาด และละเอียด
ใจต้องละเมียด ละเอียดพอๆกัน
เป็นใจที่แช่มชื่นใสสว่าง เท่านั้น
จึงมีศรัทธามั่น ในทานศีลภาวนา
แหล่งแห่งความสุข และความสำเร็จ
ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด นั่นเอง
เวลาทำความดี จรดใจไว้ตรงนี้ ถูกเผง
บุญบานเบ่ง ซึมเซ็งหายหมด
การจรดใจ ไว้ที่อื่น อาจได้ทรัพย์ แต่ไม่พบกับสุข
ได้แต่ความสนุกสนาน เมามันโลกีย์
ทรัพยที่ได้เป็นวิบัติ ไม่ใช่สมบัติ นะคนดี
จะทำให้ชีวิตเรานี้ เหินห่าง ทางกุศล
ทางสนุกสนาน นั้น อันตราย
เป็นกับดักมารร้าย ล่อให้เราตาม
เหมือนไก่ โง่หลาย ไม่รู้ความ
หรือเหมือนปลา โง่ล้ำ ติดเบ็ด
ทางความดี มีปัญญา รู้ว่าต้องอดทน
ลำบากลำบนเพียงใด ก็ไม่ทำความชั่ว
ใจกว้าง ใจดี มีเมตตา ไม่เมามัว
ไม่ลืมตัวหลงตน คนกตัญญู
ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน
อดเปรี้ยวไว้กินหวาน คนซื่อ
บริสุทธิ์ผุดผ่อง มหาชนแซ่ซร้อง ล่ำลือ
คนซื่อ ถือสัจจะ พ่อพระแม่พระ ของมหาชน

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2563

วาจาร้าย (เป็นภัยแก่ตน):: น หิ มุญเจยฺย ปาปิกํ วาจาที่ร้าย ไม่ควรเปล่งออกไปเลยจริงๆ เหม็นอย่างยิ่ง เหม็นจริงๆ ยิ่งกว่าลมเหม็น ใครๆไม่อยากเข้าใกล้ หนีไปไกล ไม่อยากเห็น วาจาร้าย ยังเป็น เช่นหอกดาบ

วาจาร้าย
(เป็นภัยแก่ตน)

น หิ มุญเจยฺย ปาปิกํ
วาจาที่ร้าย ไม่ควรเปล่งออกไปเลยจริงๆ
 เหม็นอย่างยิ่ง  เหม็นจริงๆ ยิ่งกว่าลมเหม็น
ใครๆไม่อยากเข้าใกล้ หนีไปไกล ไม่อยากเห็น
วาจาร้าย ยังเป็น เช่นหอกดาบ
 ใจที่เคยสดใส เหลือไว้แต่ความมืด
ใจจืดชืด ขาดชีวิตชีวา
ใจมืดดับ เหมือนหลับ ดับปัญญา
ภัยและปัญหา ดาหน้า สู่ชีวิต

อพทฺธา ตตฺถ พชฺฌนฺติ
คำพูดของคนพาล เหมือนการผูกมัดตนเอง
คนเสงเครง วาจา ขาดสัจจะ
ขาดความจริงใจ ไม่จริงจังกับวาจา
กลายเป็นคนไร้ค่า ในสายตาคนทั่วไป
คนพาลมีอำนาจ ตระบัดสัตย์ จนเคย
ใครๆไม่กล้าเกินเลย กล่าวโทษ
กฎแห่งกรรมมีแน่ อย่าลิงโลด
เมื่อบุญหมด จะถึงบทกฎแห่งกรรม
กรรมวิบากมากนัก เป็นอนันต์
ถ้าใครรู้ทัน จะไม่ทำบาปเด็ดขาด
ทำบาปเพียงเม็ดงา แต่ว่าบาป
สุดคาด เป็นภูเขา

มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ
 วาจาชั่วร้าย แส่หาภัยให้แก่ตนเอง
 เป็นคนเสงเครง แกว่งงู ไม่พ้นคอ
แกว่งเท้าหาเสี้ยน เจ็บปวด น้ำตาสอ
 ระคายเคืองคนอื่นหนอ คำพูดร้ายๆ
วาจาชั่วร้าย ทิ่มแทงใจผู้คน
ผูกใจเจ็บเหลือล้น หาหนทางเอาคืน
กลายเป็นศัตรู คู่อาฆาต ทั้งหลับและตื่น
ในฝันเหมือนยังตื่น จะเอาคืนให้ได้ 
มนุญฺญเมว ภาเสยฺยํ
ควรกล่าวแต่วาจา ที่น่าพอใจ
เป็นที่เคารพรักใคร่ ของผู้ได้ยิน
ปิยะวาจา เป็นสังคหะ ของมนุษย์เดินดิน
มีใจถวิล ใคร่เห็นหน้า พาสุขใจ
สังคหะ ไม่ธรรมดา มีจิตปราถนา ให้อยู่เย็น
ปิยวาจา พูดเป็น ฟังแล้วเกิดกำลังใจ
ใจอบอุ่น อ่อนละมุน อุ่นละไม
มีจิตฝักใฝ่ ใคร่ทำแต่ความดี

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563

อย่าเชื่อง่ายๆ (จนกว่าจะได้พิสูจน์):: ทำความดี ไม่มีสูญ แต่ได้บุญญธาตุ อจินไตย ความสุขสำเร็จทั้งหลาย ล้วนใช่ เกิดจากบุญ ศูนย์กลางกาย คนไม่คุ้น เป็นแหล่งของบุญ โดยเฉพาะ

อย่าเชื่อง่ายๆ
(จนกว่าจะได้พิสูจน์)
ทำความดี ไม่มีสูญ ได้บุญญธาตุ อจินไตย
ความสุขสำเร็จทั้งหลาย ล้วนใช่ เกิดจากบุญ
ศูนย์กลางกาย คนไม่คุ้น
เป็นแหล่งของบุญ โดยเฉพาะ
ทำบุญถูกหลักวิชา นำจิตมา จรดที่ศูนย์ฯ
ทำใจนิ่งๆนุ่มๆ อย่าเร่งลุ้น จรดเบาๆ
เพียงดู และสู้กับอารมณ์ตัวเก่า
ที่คอยมาเขย่า ให้เราไม่เย็น
รู้ทันอารมณ์ ใจจะโน้มเข้าหาความสงบ
ความสุขจะพบ พร้อมกับความสงบนั่นเอง
ประสาทคลาย มีกำลังใจ คนเก่ง
ใจบานเบ่ง เอ็งอ้า ท้าชีวิต
ศูนย์กลางกาย สำคัญหลายต่อชีวิต
เกินคนธรรมดา จะขบคิดเข้าใจได้
และการจรดใจ นั้น มันง่ายเกินไป
ที่จะแก้ปัญหายิ่งใหญ่ ของชีวิต
พระท่านว่า ชีวา เป็นสิ่งง่ายๆ
เหมือนกัน ใช่ คือผงเข้าตา
เอาผงเล็กๆ ออกเท่านั้นหละ
สว่างกระจ่างตา ทางสวรรค์
ความสุขสมปราถนา ได้มาง่ายๆเช่นกัน
เพียงแต่รู้ทันชีวิต
พุทธศาสนา สอนวิชาบำเพ็ญจิต
ความสัมฤทธิ์สมปราถนา ด้วยภาวนา บำเพ็ญ
บำเพ็ญจิต ไม่โลภไม่โกรธไม่หลง
 ปลดปลง ด้วยทานศีลภาวนา
อันเราเรียกว่า ทางสายกลาง นั่นหละ
สำคัญนักหนา จะต้องผ่านศูนย์กลางกาย
คำสอนใดๆ พระพุทธองค์ตรัสไว้ อย่าเพิ่งเชื่อ
ให้พิจารณาทุกเมื่อ มาศึกษา
อย่าเชื่อ แม้กระทั่งตำรับตำรา
ที่เขาอุตส่าห์ เขียนไว้ ในพระไตรปิฎก
อย่าเพิ่งเชื่อ แม้กระทั่งเป็นพุทธวจน
อย่าเพิ่งทุ่มศรัทธา จนกว่าจะได้พิสูจน์
นี้เป็นหลักในกาลามสูตร
ของพระพุทธองค์

;;;;;;;;;;

วิบากกรรมตามไม่ได้ (ที่ศูนย์กลางกาย มีที่เดียว) :: รู้ตัวบ้างไหม เรานี้มีภัย ถูกไล่ล่า ไม่อาจจะหา สถานที่ซ่อนได้ ใต้ทะเลมหาสมุทร สุดลึก แค่ไหน หุบเหว หรืออวกาศแสนไกล ซ่อนไม่ได้เลย

วิบากกรรมตามไม่ได้
(ที่ศูนย์กลางกาย มีที่เดียว)

รู้ตัวบ้างไหม เรานี้มีภัย ถูกไล่ล่า
ไม่อาจจะหา สถานที่ซ่อนได้
ใต้ทะเลมหาสมุทร สุดลึก แค่ไหน
หุบเหว หรืออวกาศแสนไกล ซ่อนไม่ได้เลย
ปัญหาอุปสรรคน้อยใหญ่ นั้นใช่เลย
ใจไม่สะเบย นั้นก็ใช่
ความอัตคัตขัดสน ยากจน เจ็บป่วยไข้
ล้วนใช่  บาปกรรม ตามไล่ล่า
เราคุ้นกับมัน ปานปลาคุ้นกับน้ำ
เต่าบอกซ้ำๆ แต่ไม่เชื่อ
พระท่านสอน ยังทำท่า น่าเบื่อ
ผู้เชื่อ ผู้ศรัทธา จึงไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
บาปกรรม ติดตาม ยังกะเงา
 แต่เหล่าสรรพสัตว์ ไม่รู้หนาว ไม่รู้ร้อน  
ตื่นสาย นั่งนอนสบาย พักผ่อน
หัวถึงหมอน ก็หลับไหล ไม่รู้เรื่องรู้ราว
แตกตื่นศรัทธา เมื่อพระพุทธายังอยู่
ในยุคปราศจากผู้รู้ หมู่มารกำแหงหาญ
หลวงปู่ฯยังไม่มา หลวงพ่อฯ ยังเพียงยัน
หมู่มารระย่อ พระเป็นต่อ พอสู้ไหว
กิเลส กรรม วิบาก เรียกว่า วัฏฏะ๓
สรรพสัตว์มีกิเลส จึงก่อกรรม และเกิดวิบาก
 ไม่รู้เหนือใต้ ใช้ชีวิต วัฏฏะนำชัก
อยู่ในวังวน จมปลัก ทุกข์หนัก น้ำตานอง
เรามีกิเลส น่าสมเพช ที่คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนัก
กิเลสทะลัก กรรมวิบาก ท่วมโลก
โลกยุคมืด คนดียึดบุญ หนีทุกข์โศก
หนีโรค หนีภัยและอันตรายทั้งปวง
ทางสายกลาง ทางแห่งบุญ
จุดสำคัญ คือศูนย์กลางกาย
แหล่งปลอดกิเลส และเภทภัย
กรรมวิบาก ตามไม่ได้ ปลอดจากภัยวัฏฏะ๓ 

 ;;;;;;;;;;