วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

เมื่อชีวิตจะแตกดับ (จึงจะได้สติ) พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ ทรัพย์นั้นหนา หาใหม่ได้ อวัยวะ จึงควรรักษาไว้ คงไม่มีใคร..เป็นบ้า ขายแขนขาตน

 เมื่อชีวิตจะแตกดับ
(จึงจะได้สติ)

พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ
ทรัพย์นั้นหนา หาใหม่ได้
 อวัยวะ จึงควรรักษาไว้
คงไม่มีใคร..เป็นบ้า ขายแขนขาตน
ทรัพย์หาได้ ให้ขยันอดทน
กระเสือกระสน ดิ้นรน แต่อย่าผิดศีล
จงรักษาความดี เท่าชีวิน
ศีล..จะเป็นศีลบารมี ชีวีพลิกผัน
เพื่อรักษาชีวิต พึงสละอวัยวะ
ชีวิตมนุษย์มีค่า..นัก อจินไตย
น่าเสียดาย คนทั้งหลาย ไม่รู้จักใช้
หาบุญได้ มีแต่มนุษย์
เกิดเป็นมนุษย์ สุดๆยาก
และมีอายุน้อยนัก สักฟองน้ำฝน
แวบเดียวหาย คล้ายเหลือล้น
หลังตาย ต้องเวียนวน อนันตกาล
เมื่อคำนึง ถึงธรรม หรือบุญ
จะต้องลงทุน ด้วยชีวิต
สละทุกอย่าง สร้างบารมี สุดขีด
 มีชีวิต เพื่อแสวงบุญสร้างบารมี
พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ ชีวิต ทุกอย่าง
เพื่อหนีอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ถึงจะเข้านิพพานได้ เป็นอมตะ
และแน่ละ มีอานุภาพ ปราบมาร
แต่คนทั้งหลาย ในปัจจุบัน
สละบุญความดีกัน เพื่อทรัพย์
กลับตะละปัด ด้วยตัณหากำกับ
เมื่อชีวิตจะแตกดับ จึงจะได้สติ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ความหิว (เป็นโรคอย่างยิ่ง) ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง ร้ายจริงๆ ยิ่งกว่ามะเร็ง รักษาไม่หาย แม้หมอแสนเก่ง นอนเอ้งเต้ง ตายแน่ เมื่อหิว

 ความหิว
(เป็นโรคอย่างยิ่ง)

ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง
ร้ายจริงๆ ยิ่งกว่ามะเร็ง
รักษาไม่หาย แม้หมอแสนเก่ง
นอนเอ้งเต้ง ตายแน่ เมื่อหิว

สังขาร ร่างกาย เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
เมื่อใจไม่นิ่ง อารมณ์ร้าย ไร้ปีติ
เกิดความเครียด รังของโรคอย่างดี
กายเรานี้ จึงมีทุกข์
หิวทางกาย ไม่ร้ายเท่าทางใจ
ตัณหาตัวร้าย มีเท่าใด ไม่พอ
ให้โลกทั้งโลก ก็ยังขออีกหนอ
หิวทางใจ ไม่มีพอ ยิ่งขอเพิ่ม
เมื่อใจไม่หยุด ตายแล้ว ยังผุดเกิด
ส่วนคนดีประเสริฐ เกิดบนทางธรรม
ยังมีร่างกาย แต่ก็ได้สุขล้ำ
 สันโดษสมถะธรรม ดับความหิวได้
คนทั้งหลายไม่รู้ และไม่สนใจ
ความหิวตาลาย ถือว่าธรรมดา
ไม่สนใจ ที่จะแก้ไขปัญหา
ตั้งหน้าหาแต่ทรัพย์ ดับตวามหิว
ดับความคิดปรุงแต่งได้ ใจสุข
ปัญญา กลบทุกข์ ความหิว
สละกิเลสตัณหา หน้านิ่ว
ร่างกายก็ไม่หิว ด้วยอิ่มบุญ
หิวทางกาย ตาลาย ตายแน่
หิวทางใจ นั่นแหละ แย่ยิ่งกว่า
ทำให้ผุดเกิด ต่ำช้า
ทุกข์หนักหนา เมื่อละสังขาร

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ฝึกตนฝึกจิต (เป็นกิจกรณีย์) ผู้มีปัญญา จะไม่ขาดสติ กิจกรณีย์ ฝึกจิตตน พัฒนาสติ นั่งสมาธิ กระตือลือล้น เป็นชน มีปัญญา รู้ค่าของสติ

 ฝึกตนฝึกจิต
(เป็นกิจกรณีย์)

ผู้มีปัญญา จะไม่ขาดสติ
กิจกรณีย์ ฝึกจิตตน
พัฒนาสติ นั่งสมาธิ กระตือลือล้น
เป็นชน มีปัญญา รู้ค่าของสติ
เอาสติไว้ในตน พ้นโลกีย์
เป็นอุบายที่ดี หนีตัณหา
กระทั่งใจหยุดนิ่ง สันโดษสมถะ
ปีติ สุขอุรา หาในโลกไม่ได้
 เพียรติดต่อ เป็นสาย
เกิดมาใช้..ชีวิต เพื่อกิจอันนี้
 เป็นมนุษย์ สุดโชคดี
มนุษย์นี้ เท่านั้น สู้ตัณหาได้
อัศจรรย์ยิ่งนัก กายมนุษย์
ธรรมะจึงผุด ขึ้นได้
กายอื่น โง่หลาย
แต่คนส่วนใหญ่ เป็นไก่ได้พลอย
สันโดษสมถะ ใจหยุด ใจดับ
 กลับเคลื่อนได้ ไปสู่ทิศพระนิพพาน
 อันปลอดโยคะ สถาน
 พ้นภัยวัฏฏสงสาร ไม่กลับมาเกิด
หาธรรมอื่นยิ่งกว่า หาไม่ได้
รักษาจิตให้ใส ใส่ใจเพ่งพินิจ 
ประคับประคองสติ กรณียกิจ
ธรรมอื่น ไม่ต้องคิด ไม่มี
ฝึกสติ ฝึกตน คนเจริญแล้ว
เหมือนได้แก้ว ไร้ทุกข์ สุขสมปราถนา
ชีวิตพลิกผัน สุดพรรณา
เป็นที่พึ่งพา มหา..ประชาชน

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

มีปัญญากัลยาณมิตร (และชีวิตยังต้องมีบารมี) ชีวิต ถูกลิขิต ให้เดินทางไกล เหมือนน้ำไหล ไม่หยุด กฎแห่งกรรม ทำให้ตาย แล้วผุด ไม่หยุด จนกว่าสิ้นสุดเวรกรรม

มีปัญญากัลยาณมิตร
(และชีวิตยังต้องมีบารมี)

ชีวิต ถูกลิขิต ให้เดินทางไกล
 เหมือนน้ำไหล ไม่หยุด
กฎแห่งกรรม ทำให้ตาย แล้วผุด
 ไม่หยุด จนกว่าสิ้นสุดเวรกรรม
สิ้นสุดเวรกรรม ทำได้
ต้องเดินใน กลางของกลาง ตน
 ทางธรรมทางสละ ทางหลุดพ้น
ปุถุชน ตระหนี่ล้น ท่วมท้นใจ
เดินทางไกล ต้องใช้ ปัญญา
อีกทั้งกัลยาณมิตร และบารมี
เตรียมตัว เตรียมใจให้ดี
สามอย่างนี้ ชีวี สะบาย
ปัญญา ไฟส่องทาง
ตาบอดคลำช้าง ขาดปัญญา
งกๆเงิ่นๆ ชีวิตมีปัญหา
 ขาดปัญญา คนตาบอด
 มีปัญญา ด้วยพัฒนาสติ
ประคองใจให้ดี ที่ในตัว
ในทุกอิริยาบถ ใจหายสลัว
ไม่มืดมัว สดชื่น ตื่นใจ
กัลยาณมิตร เพื่อนแท้ เดินทางไกล
สำคัญหลาย ไม่เดินทางผิด
ช่วยกู้ ช่วยแก้ไข ภัยทุกทิศ
มิตรยิ่งกว่ามิตร พาพ้นกรรม
แสวงหากัลยาณมิตร คิดให้ดี
บูชาบุคคลที่..ควรบูชา
ตรวจสอบให้ดี ก่อนศรัทธา
ดูแต่ท่า อาจจะ ฤาษีตีเหี้ย
 เดินทางใกล ต้องใช้ บารมี
 สำคัญเหลือที่ มีอานุภาพ
มีความสามารถรอบตัว พร้อมสรรพ
จึงต้องขยับ ขยัน แสวงบุญสร้างบารมี

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ทุกสิ่งเสื่อมสลาย (บุญไม่เสื่อม มีแต่เลื่อมแต่ใส) ราชรถอันงดงาม ย่อมคร่ำครึ หรือ ร่างกายเรานี้ ย่อมชรา ธรรมสัตบุรุษ หรือบุญ ไม่คร่ำคร่า สัตบุรุษ เท่านั้นหละ จึงจะรู้

 ทุกสิ่งเสื่อมสลาย
(บุญไม่เสื่อม มีแต่เลื่อมแต่ใส)

ราชรถอันงดงาม ย่อมคร่ำครึ
หรือ ร่างกายเรานี้ ย่อมชรา
ธรรมสัตบุรุษ หรือบุญ ไม่คร่ำคร่า
สัตบุรุษ เท่านั้นหละ จึงจะรู้

กฎไตรลักษณ์ แน่นัก อนิจจัง
ทุกสิ่งอย่าง ผุพัง สลาย
สรรพสัตว์แก่เฒ่า และตาย
ยกเว้น แต่ในพระนิพพาน
ทำพระนิพพานให้แจ้ง กิจกรณีย์
สัตบุรุษ รู้ดี ด้วยมีธัมมัญญุตา
รู้จักชีวิต และโลก มีความเป็นมา
รู้ว่า บุญบาปตัวการ
เรื่องโลกและชีวิต เกินคิดได้
พระผู้รู้บารมีหลาย ทรงญาณ
ด้วยธรรมกาย รู้เห็นทุกสิ่งอัน
แม่นมั่น แน่แท้ แน่นอน
พระกับมาร โรมรันกันไม่หยุด
มารฉุด ต้อนสรรพสัตว์ ไปอบาย
ใช้กฎแห่งกรรม พาเวียนว่าย
กิเลสตัณหา ตัวร้าย เครื่องมือมาร
กิเลสกรรมวิบาก วัฏฏจักรมาร
วัฏฏสงสาร เวียนว่าย
โลกโลกีย์ สุดจะอันตราย
แต่ปลาทั้งหลาย ไม่รู้สึก
ธรรมของสัตบุรุษ บุญ ไม่เก่า
ยิ่งนาน ยิ่งเก๋า ยิ่งสดใส
สัตบุรุษ กับสัตบุรุษ รู้กันได้
สิ่งอื่น ดูใสสด แต่ปรากฏไม่นาน

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ทุกข์ทั้งนั้น (ที่มันเกิดดับ) ทุกข์เท่านั้น ที่มันเกิดขึ้น คล้ายคนตื่น นอนไม่หลับ หรือคนมีทุกข์ ไม่อาจระงับ บาปจับ กรรมวิบาก พาเวียนว่าย

 ทุกข์ทั้งนั้น
(ที่มันเกิดดับ)

ทุกข์เท่านั้น ที่มันเกิดขึ้น
คล้ายคนตื่น นอนไม่หลับ
หรือคนมีทุกข์ ไม่อาจระงับ
บาปจับ กรรมวิบาก พาเวียนว่าย
ชีวิตปนบาป ไม่ดับ กลับเกิดใหม่
เชื้อบาป ไม่ตาย เหมือนไฟคุกลุ่น
รอ..ลมพัด กระตุ้น
ตายไม่สูญ บุญหมดเท่านั้น
ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ และเสื่อมไป
เหมือนพายุร้าย มาทำลาย แล้วจาก
มาแล้วไป ทิ้งไว้แต่ซาก
สมใจนัก หมู่มารอำมหิต
คนทั้งหลาย ตายไป รับวิบาก
ยิ่งมีทุกข์หนัก ในอบาย
ทุกข์ในโลก เทียบไม่ได้
ตายแล้ว มันไม่ตาย มันไม่ดับ
นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด
ถ้าสุขแล้วจะเตลิด ดิ่งเข้ากลาง
ไม่มาเกิด คนประเสริฐ สุขสมหวัง
สุขจริงสุขจัง สุขสันโดษ
นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับ
สุขนั้นแวววับ สว่างไสว
ทุกข์กับสุข ต่างกันไกล
สุขหลาย ใจยิ่งสว่างไสว ใจยิ่งนิ่ง
เกิดมากทุกข์มาก หาสุขไม่ได้
มีแต่สนุก เพลินไป ไก่หลงเหยื่อ
ไม่ต้องเกิด คนประเสริฐ เบื่อ
อยู่เหนือ..โลกีย์ หนีพ้นบ่วงมาร

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สำเร็จและชนะ (ถ้ารู้จักขันติ) ธรรม เป็นทาง ควรเดินตาม ส่วนอธรรม ควรระวัง ให้ห่างเหิน อธรรม นำไปนรก อย่ามัวเพลิน ธรรม คือทางเดิน ไปสวรรค์

สำเร็จและชนะ
(ถ้ารู้จักขันติ)


ธรรม เป็นทาง ควรเดินตาม
ส่วนอธรรม ควรระวัง ให้ห่างเหิน
อธรรม นำไปนรก อย่ามัวเพลิน
ธรรม คือทางเดิน ไปสวรรค์
ทางธรรม ทางดีงาม หรือทางบุญ
คนทั้งหลายไม่คุ้น เหมือนแมลงวัน
ชอบบินลงต่ำ อย่างนั้น
ต่างกัน..กับ แมลงภู่ บินสู่สูง

ทางธรรม ทางบุญ ทางสละ
ต้องศรัทธา จึงจะกล้าหาญ
สละทรัพย์ อวัยวะ แม้ชีวัน
คนดีเท่านั้น ธัมมัญญุตา

ธัมมัญญุตา รู้ว่า โลกและชีวิต
มีบุญบาป ตามติด กำกับ
ตามกฎแห่งกรรม กฎไตรลักษณ์
ซึ่งยากนัก จักเชื่อตอนยังมีชีวิต
โลกนี้ พระท่านชี้ ว่าคือโรงละคร
เหลือแต่ตัวล่อนจ้อน ตอนจบ
เมื่อจะตาย จึงได้สติ อย่างนี้ทุกภพ
จึงเวียนว่ายไม่รู้จบ วัฏฏสงสาร

การเผยแผ่ธรรม นำพาสาธุชน
หลีกพ้น กลมาร โลกโลกีย์
ประคองศรัทธา พาแสวงบุญสร้างบารมี
ส่งเสริมกิจกรณีย์ ทำพระนิพพานให้แจ้ง

ธรรมะชนะอธรรม ด้วยขันติ
ศรัทธามี ขันติจึงมีได้
กัลยาณมิตร ต้องอุทิศตน อย่างใหญ่
ชนะมารได้ ต้องใช้ ขันติบารมี

;;;;;;;;;;