แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระธรรมกาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระธรรมกาย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566

เห็นอริยสัจ (ขจัดตัณหา) เห็นอริยสัจ ชัดแจ้งด้วยปัญญา หลับตา แล้วเห็นภายใน เห็นชัด สว่างใส สิ้นสงสัย ไม่เคลือบแคลง

 เห็นอริยสัจ
(ขจัดตัณหา)

เห็นอริยสัจ ชัดแจ้งด้วยปัญญา
หลับตา แล้วเห็นภายใน
เห็นชัด สว่างใส
สิ้นสงสัย ไม่เคลือบแคลง

เห็นทุกข์มาก สุขน้อยนิด
เกิดจิตเบื่อหน่าย คลายตัณหา
ใจสงบนิ่ง ดิ่งเข้ากลางกายา
เห็นมรรคา หรือมรรค ทางภายใน
ถอนตัณหาได้ ผู้นำไปสู่ภพ
จะประสพแต่สุข สมปราถนา
หนีเวียนว่าย พ้นภัยมารา
เป็นอิสระ พ้นกฎแห่งกรรม
ทางนี้เท่านั้น หนีมัน ตัณหา
ทางสันโดษสมถะ หยุดใจในตัว
หยุดใจได้ จึงรู้เห็นทั่ว
เห็นอริยสัจในตัว ชัดแจ้ง
เห็นกายในกาย ด้วยใจหยุด
หยุดในหยุด ไม่ถอนถอย
เห็นธรรมในธรรม เลิศลอย
สุขไม่ถอย ยิ่งไปยิ่งสุข
กระทั่งเข้าถึง พระธรรมกาย
ปราบมารได้ และไปพระนิพพาน
รู้จริงรู้แจ้ง ทุกสิ่งอัน
ไม่มีขีดกั้น อจินไตย
พ้นอำนาจ ของมาร
นิรันดร์กาล อมตะ
พ้นกิจ พ้นธุระ
เข้านิโรธสมาบัติ เพื่อหมู่สัตว์ แผ่บารมี

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565

วันครู (ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย) วันครู ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย วันยิ่งใหญ่ ของฝ่าย ปราบมาร ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน๑๐ เร่งรีบผายผัน สักการะหลวงปู่ฯท่าน ผู้ค้นพบ วิชชาธรรมกาย

วันครู
 (ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย)

 วันครู ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
วันยิ่งใหญ่ ของฝ่าย ปราบมาร
ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน๑๐ เร่งรีบผายผัน 
สักการะหลวงปู่ฯท่าน ผู้ค้นพบ วิชชาธรรมกาย
ซึ่งสาบสูญมานาน ประมาณ กว่า ๒๐๐๐ปี
การบูชานี้ สำคัญนัก จักได้ตามท่าน สู่สุดธรรม
เป็นนักสร้างบารมี มีชีวีเลิศล้ำ 
  สู่สุดธรรม ปราบมาร ที่หาญผยอง
หลวงปู่ฯนำ เราตาม ท่านนำไป 
วันครูธรรมกาย วันหลวงปู่ฯ เดิมพันชีวี
 ไม่ลุกจากที่ หากมิบรรลุ ไม่หนี
ทุ่มชีวี บรรลุธรรมไม่ได้ ตายเหอะ
 มดดำรังควาน ห้าวหาญ ไม่ยั่น
เป็นไงเป็นกัน ไม่ลุกจากที่
ไอ้ดำเรื่องใหญ่ มดดำกระจ้อยร่อย แค่นี้
จึงทำไม่รู้ไม่ชี้ นั่งสมาธิเรื่อยไป
หลวงปู่ฯ บรรลุธรรม ยามดึก
ใจหยุดกึก ล้ำลึก เห็นมรรค
เกิดกำลังใจ ได้ยินเสียงดังชัด
ว่ามาถูกทาง กลางกั๊ก นั่นถูกแล้ว
ในที่สุด รุดถึง พระธรรมกาย
หมดความสงสัย พระรัตนตรัย ในตัว
พระแก้วใส สว่างไสว ไม่หมองมัว
รู้แจ้ง รู้ถึง รู้ทั่ว ใกล้ไกล เล็กใหญ่ ไม่จำกัด
วิชชา ธรรมกาย สาบสูญไป เร็วมาก
เพียงหลังจาก พุทธปรินิพพานได้สัก ๕๐๐ปี
พญามาร กีดกัน เต็มที่ 
พยายามทุกวิถี ปิดกั้น ศูนย์กลางกาย
ทางสายอื่น ดาดดื่น เข้าไม่ถึงพระรัตนตรัย
พุทธจึงได้กลาย ไม่สนใจ พระนิพพาน
วัดพระธรรมกาย ปัญหาใหญ่ พญามาร
ต้องจัดการ ทำลายล้าง อย่างที่เห็น

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

พระธรรมกาย (พระรัตนตรัยในตัว) ตนเป็นที่พึ่งของตน คนไม่รู้ ตนนั้นคือผู้รู้ ที่อยู่ภายใน นั่นก็คือ พระธรรมกาย สว่างใส หรือพระรัตนตรัย ในตัวนั่นเอง

 พระธรรมกาย
(พระรัตนตรัยในตัว)



ตนเป็นที่พึ่งของตน คนไม่รู้
ตนนั้นคือผู้รู้ ที่อยู่ภายใน
นั่นก็คือ พระธรรมกาย สว่างใส
หรือพระรัตนตรัย ในตัวนั่นเอง

ตนเป็นที่พึ่งของตน คนพึ่งบุญก็ใช่
แต่คน คุ้นใน หนึ่งสมองสองมือ
หารู้ไม่ บุญบาปนั้นคือ
เป็นผู้ถือ หรือกำกับ อยู่ภายใน

บุญคล้ายมารดา รักษาบุตรน้อย
ไม่มีคล้อย ไม่มีคลาด จากสายตา
ติดตามเป็นเงา เฝ้ารักษา
ยังกะเทวดา พระพรหม พระอรหันต์

เดินตามทางบุญ ผ่านศูนย์กลางกาย
กายในกาย จิตในจิต ธรรมในธรรม
จะพบพระรัตนตรัยในตัว ขอย้ำ
เป็นกายธรรม หรือธรรมกาย

เข้าถึงพระธรรมกาย เป้าหมายชีวิต
เพื่อกิจ ทำพระนิพพานให้แจ้ง
เป็นกรณีกิจของชีวิต ต้องรีบแสดง
อันเป็นแหล่ง..หนีภัย วัฏฏ
สงสาร

หนึ่งสมองสองมือ คือเพียงอุปกรณ์
เช่นค้อน หรือมือถือ โทรศัพท์
บุญบาปอยู่ที่ใจ คอยกำกับ
คนไม่ทราบ บุญคือตัวเรา บาปตัวร้าย

พระธรรมกาย เป็นกายบุญล้วน
ซึ่งเราต้องรีบด่วน เข้าให้ถึง
มีอานุภาพ สุดประมาณ คนตะลึง
เมื่อเข้าถึง จะได้รู้ซึ้ง คือเราแท้

 คนส่วนใหญ่ ไม่ขวนขวายทำบุญ
มีใจขุ่น หาแต่ทรัพย์เลี้ยงชีวิต
มีเท่าใดไม่พอ แข่งกันรวย โง่สนิท
ประมาทชีวิต หมดสิทธิ์เจริญ

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2563

พระสงฆ์ให้พร (สะท้อนถึงพระนิพพาน) :: หลวงปู่ฯท่านว่า พระสงฆ์ให้พร เสียงจะสะท้อน ไปถึงพระนิพพาน พระนิพพาน ก็จะดล บันดาล ใหัความปราถนาของท่าน พลันสำเร็จ

 พระสงฆ์ให้พร
(สะท้อนถึงพระนิพพาน)
หลวงปู่ฯท่านว่า พระสงฆ์ให้พร
เสียงจะสะท้อน ไปถึงพระนิพพาน
พระนิพพาน ก็จะดล บันดาล
ให้ความปราถนาของท่าน พลันสำเร็จ
กลไกชีวิต คิดคาดไม่ถึง
เราต้องหาที่พึ่ง ชีวิตจึงปลอดภัย
ชีวิตเป็นทุกข์ มีอันตราย
ประมาทไม่ได้ ทุกข์หลายจริงๆ
เกิดใหม่ ลืมไปหมด ที่ทุกข์หลาย
น้ำตาไหล มากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่
วนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ นานเหลือที่
เกิดมาใหม่นี้ เพียงแว๊ปเดียวมี ในห้วงจักรวาล
ศรัทธา จึงเป็นอริยทรัพย์
คอยกำกับ ให้ทุ่มชีวี สุดชีวิต
แสวงบุญ สร้างบารมีสุดขีด
กัลยาณมิตร จึงเป็นทุกอย่างของพรหมจรรย์
ยอดกัลยาณมิตรในยุคนี้ คือมหาปูชนียาจารณ์
ถ้าไม่มีท่าน ก็ไม่มีเรา ที่เข้าวัด
ไม่รู้ไม่เห็น เหมือนเป็นกระบือ โง่จัด
ชีวิตหลังตาย น่าอนาถ ชาติกระบือ
พระรัตนตรัย มีจริง สิงอยู่ในตัว
มีเกศเป็นดอกบัว เป็นกายพระ
กายตรัสรู้ของพุทธะ
อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
อัตตัญญุตา รู้จักตน ยอดคนมีปัญญา
เป็นธรรมะ ในหมวดสัปปุริสธรรม
กายตนแท้ ได้แก่กายมหาบุรุษเลิศล้ำ
 กายธรรม กายแก้ว เพริดแพร้ว พระรัตนตรัยในตัว
พระธรรมกายเป็นชีวิต ซ้อนชีวิต
เราสามารถถอดจิต เข้าสรวมซ้อน
เราเป็นพระ พระเป็นเรา แน่นอน
สรวมซ้อน แนบสนิท รวมทั้งจิตใจ
พระนิพพาน เป็นบ้าน ธรรมกายอรหันต์
เป็นอมตะนิรันดร์กาล สุขสมปราถนา
เป็นเหมือนฐานทัพของพระ
ส่วนพระสงฆ์ คือทหารกล้า กองทัพธรรม

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ทาน (สร้างท่านให้ยิ่งใหญ่):: อานิสงส์ของทาน ในปัจจุบัน ในสมัยพุทธกาล ท่านสีหเสนาบดี เอ่ยวจี ถามพระพุทธองค์

ทาน
(สร้างท่านให้ยิ่งใหญ่)
อานิสงส์ของทาน ในปัจจุบัน
ในสมัยพุทธกาล ท่านสีหเสนาบดี
เอ่ยวจี
ถามพระพุทธองค์
พระองค์ ทรงตอบ เป็นที่ประจักษ์
หนึ่ง  คนเป็นอันมาก ย่อมรักใคร่
มีผู้คนห้อมล้อม เอาใจ
ได้รับ ความสะดวกสะบาย ในทุกที่
สอง เป็นที่คบหา ของคนดี
คนผู้ที่ ดีเหมือนเทวดา
ลงปกปักรักษา
ให้สมอุรา สมปราถนา ทุกประการ
สาม มีชื่อเสียง ขจรไกล
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
มีผู้อุปการะ สะบาย
ยิ่งไหญ่ ตลอดกาล
สี่  แกล้วกล้าอาจหาญ
 ท่ามกลางชุมชน
นำพามหาชน
พ้นภัย ในวัฏฏสงสาร
เป็นผู้ให้ จึงยิ่งใหญ่เช่นนั้น
อย่าหลงกลมาร ลาภยศ
อย่าหลงโลก ที่ดูงามงด
สร้างชื่อให้ปรากฎ เสียสละ
ทานศีลภาวนา
มีศรัทธา พระรัตนตรัย
รู้จักศูนย์กาย
รู้จักธรรมกาย พระรัตนตรัยในตัว

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

รู้จักตน (จึงพ้นทุกข์):: อัตตัญญุตา รู้จักตน จึงพ้นทุกข์ ไม่รักสนุก สุขภายใน ยิ่งใหญ่กว่า

รู้จักตน
(จึงพ้นทุกข์)

อัตตัญญุตา
รู้จักตน จึงพ้นทุกข์
ไม่รักสนุก
 สุขภายใน ยิ่งใหญ่กว่า

เห็นกายภายนอกเป็นบ้าน
หรือไม่เช่นนั้น ก็เสื้อผ้า
จึงปล่อยวางกายา
และโลกา ไม่อาลัย

มีก็สักแต่มี
ทำหน้าที่ ให้ดีที่สุด
สั่งสมบุญอุตลุด
รู้จุดประสงค์ ของการเกิด

มีหัวใจกัลยาณมิตร
ทุ่มเทจิต เทิด
พระคุณอันประเสริฐ
พระรัตนตรัย พระธรรมกายในตัว

ถ้าไม่เอาใจไว้ในตัว
มาเมามัว อยู่ภายนอก
ไม่รู้จักดอก.. ตน
รู้จักแต่ คน อื่น

เห็นแต่ข้อเสียของเขา
ส่วนของเรา ดีขึ้น
ใจจึงไม่ตื่น
หน้าระรื่น ยังเล่นหัว

เมื่อเอาใจไว้ในตัว
ใจจะหายมัว แล้วหยุด
ความสุขและเมตตาผุด
จึงรู้จักได้ นิสัยตน

เกิดหิริโอตัปปะ
และมีมานะ ฝึกฝน
ไม่เกียจคร้านขี้บ่น
กลายเป็นคน ขยัน

จาคะ
คือสละละวาง อนัตตา
ปลงสังขารา
เกิดเมตตา ขึ้นทันใด

รู้จักอัตตา
จึงรู้จักสละอนัตตา ที่ไม่ใช่ตนได้
นี้เป็นเรื่องใหญ่
ใครเข้าใจได้ ไม่ใช่ธรรมดา

;;;;;;;;;;