วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567

ศีล (เป็นรั้วป้องกันภัย) คนสะอาด มีศีล ไม่ยินดี ในความชั่ว ขยะแขยง ทั้งอายทั้งกลัว ศีล เป็นเหมือนรั้ว ป้องกันภัย

 ศีล
(เป็นรั้วป้องกันภัย)

คนสะอาด มีศีล
ไม่ยินดี ในความชั่ว
ขยะแขยง ทั้งอายทั้งกลัว
ศีล เป็นเหมือนรั้ว ป้องกันภัย
คน มีสันดานชั่ว
ใจมืดมัว จึงลำบาก
เพราะกรรมของตน จงรู้จัก
กรรมวิบาก จากอดีต

สาธุชน ย่อมละบาปกรรม ด้วยตบะ
มีความเพียรกล้า ละบาปกรรม
ขันติ เป็นตบะเลิศล้ำ
จงจำ ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป

คนทำบาปกรรม เพราะความหลง
ไม่ปลดปลง มิจฉาทิฏฐิ
ดื้อด้านดันทุรัง สุดชีวี
แม้ตายเป็นผี ก็ยังหลง

บาป ไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ
กฎแห่งกรรม แน่นัก
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ประจักษ์
ตัณหา เป็นกับดัก คนบาป

เมื่อเรา กล่าวธรรมอยู่
บุญเข้ามาสู่ ทำใจ ให้ผ่องใส
บาปย่อม แปดเปื้อนไม่ได้
บุญหลั่งไหล ใจปีติ

คน พูดมุสา
เป็นคนชั่วช้า ใจมืดดำ
ด้วยขาด หิริโอตัปปะ ค้ำ
จึงทำความชั่ว ได้ง่ายๆ

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567

ความประมาท (ร้ายกาจยิ่ง) แม้กล่าวพุทธพจน์ ได้มาก แต่ถ้าหาก ประมาท สามัญญผล ก็ไม่อาจ เช่นคนเลี้ยงโคชาติ คอยนับแต่โค

 ความประมาท
(ร้ายกาจยิ่ง)

 
 แม้กล่าวพุทธพจน์ ได้มาก
 แต่ถ้าหาก ประมาท
 สามัญญผล  ก็ไม่อาจ
 เช่นคนเลี้ยงโคชาติ คอยนับแต่โค 

คนทอดทิ้งกิจ ที่ควรทำ
แล้วไปทางต่ำ ไม่สมควรยิ่ง
 ความถือตัว เมามัวประมาท ควรทิ้ง
อันตรายยิ่ง อาสวะ
เมื่อก่อน ประมาท
และกลับตัวได้ขาด ภายหลัง
 ชื่อว่า ยังโลกนี้ให้สว่าง
ดังจันทร์กระจ่าง พ้นจากเมฆหมอก 
 บาปธรรม เป็นมลทินแท้
ทั้งในโลกนี้ และโลกอื่น
อุปสรรคปัญหา ความขมขื่น
ทั้งหลับและตื่น ไม่เว้น
การสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้
ตัณหา พาตาลาย ประมาท
แม้ทุกข์ขนาดไหน ก็ไม่ขยาด
น่าอนาถ ปุถุชน
การไม่ทำบาป นำสุขมาให้
สุขจากใจ ที่บริสุทธิ์สะอาด
สมบัติสาม ติดตาม ไม่ขาด
ภัยใดใด ไม่อาจ เข้าใกล้
ความชั่ว อันคนชั่วทำง่าย 
ด้วยเป็นนิสัย สันดาน
เหมือแมลงภู่ กับแมลงวัน
ผู้เปลี่ยนนิสัยได้นั้น ยอดคน

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567

ประคองใจทุกขณะ (เรียกว่าบัณฑิต) ชีวิต มีกายจิตธรรม กายนั้นเหมือนล้ำ คล้ายบ้าน จิต เป็นเด็กทารก ซน วิ่งพล่าน ธรรม ปานมารดา รักษาบุตร

 ประคองใจทุกขณะ
(เรียกว่าบัณฑิต)

 
ชีวิต มีกายจิตธรรม
กายนั้นเหมือนล้ำ คล้ายบ้าน
จิต เป็นเด็กทารก ซนนัก วิ่งพล่าน
ธรรม ปานมารดา รักษาบุตร

จิต เปรียบได้ คล้ายฟองสะบู่
ล่องลอยอยู่ ตามอารมณ์
ไม่เคยนิ่ง ชอบวิ่งลงต่ำ เล่นโคลนตม
ทุกข์ระทมไม่รู้ ผู้ปุถุชน

 
จิตมนุษย์ฝึกได้ ให้มีสติ
สติดี เป็นที่พึ่งของตน
เป็นคนดีมีปัญญา เป็นผล
การฝึกตนฝึกสติ สุดวิเศษ
การประคองใจ ไม่ให้ต่ำ สำคัญนัก
ผู้รู้จัก ยกใจ เรียกบัณฑิต
ออกจากตัณหา อำมหิต
ซึ่งยิ่งกว่ายาเสพติด ปลักโคลนดูด

การยกใจ รู้อารมณ์ ทุกขณะ
หรือสันโดษสมถะ ทำใจ
หยุดนิ่ง
ซึ่งต้องมี สติสัมปชัญญะ รู้ทั่วจริง
เหนือทุกสิ่ง ต้องนิ่ง อยู่ในตัว

ฝึกตนฝึกใจ ไม่ธรรมดา
ยากนักหนา ศรัทธา มาก่อน
ปุถุชน มีมานะ ยากสอน
โลกร้อน สะท้อน คนบาปหนา

การยกใจ กุศโลบาย พ้นตัณหา
พ้นโลกา โลกีย์
เข้าสู่ทางธรรม ทางอุดมคติ
กิจกรณีย์ เพื่อหนี กฎแห่งกรรม

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567

คนเขลาแม้มียศศักดิ์ (ผู้มีปัญญาต่างหาก เป็นนาย) มองเห็นสุข อันไพบูลย์ได้ ใจเลื่อมใส จึงเสียสละ นั่นคือ คนมีปัญญา ยอมเสียสละ ความสุขของตน

 คนเขลาแม้มียศศักดิ์
(ผู้มีปัญญาต่างหาก เป็นนาย)

มองเห็นสุข อันไพบูลย์ได้
ใจเลื่อมใส จึงเสียสละ
นั่นคือ คนมีปัญญา
ยอมเสียสละ ความสุขของตน

คน ผู้มีปัญญาทราม
ได้ยศแล้วก็ตาม ยังประพฤติ ต่ำช้า
ทำลายประโยชน์ตน เป็นธรรมดา
เดือดร้อนทั่วหน้า ทั้งตนและคนอื่น
ความรู้ เกิดแก่คนพาล
แม่นมั่น เพียงเพื่อ ฉิบหาย
สติปัญญา หายไป
ย่อมทำลายใจ หมดใสสว่าง
ผู้ใด มีปัญญาทราม
มีใจต่ำใจดำ เป็นอยู่ถึง ร้อยปี
ส่วนผู้มีปัญญา มีสติ
 มีชีวี อยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า
สัตบุรุษ สรรเสริญปัญญา
คนทั้งหลายแสวงหา ลาภยศ
ปัญญา ให้สมบัติใหญ่ ใช้ไม่หมด
ปัญญาใสสด อริยทรัพย์
ผู้ขบคิดปัญหา อันลึกซึ้งได้
 จะไม่ ทำกรรมชั่ว อันไม่เกื้อกูล
 ไม่ละทางแห่งประโยชน์ ที่ให้คุณ
มีศรัทธาบริบูรณ์ คนมีปัญญา
คนเขลา แม้มียศศักดิ์
ก็เป็นทาส ของคนมีปัญญา
เมื่อเกิดเรื่องราวต่าง ๆ นานา
ผู้มีปัญญา ออกหน้า สั่งการ

 ;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567

บวชสำคัญหลาย (หมู่ญาติ ได้แสวงบุญ) ทำไมต้องบวช ปุถุชนไม่เข้าใจ มีครอบครัวแล้ว ใช่ ต้องดูแล ผู้ไร้ศรัทธา ไร้ปัญญาแท้ เหมือนไก่นั่นแหละ เขื่ยพลอยทิ้ง

 บวชสำคัญหลาย
(หมู่ญาติ ได้แสวงบุญ)

ทำไมต้องบวช ปุถุชนไม่เข้าใจ
มีครอบครัวแล้ว ทำไม ไม่ดูแล
ผู้ไร้ศรัทธา ไร้ปัญญาแท้
เหมือนไก่นั่นแหละ เขี่ยพลอยทิ้ง

 
เราต้องตาย นี่หละสำคัญ
หลังตายนั้น มันไม่ตาย
เหมือนนอนฝัน ตื่นขึ้นได้
และสำคัญหลาย ต้องเวียนว่ายวัฏฏะ

วัฏฏะ สุดจะอันตราย
นี่หละ เรื่องยิ่งใหญ่ ของชีวิต
พระผู้รู้ กู่ก้อง สุดขีด
แต่สรรพสัตว์ หมดสิทธิ์ เข้าใจ

หลังตาย มีบุญบาป ติดตามไป
บุญนั้นใช่ ตามไปอุปถัมภ์
ส่วนบาป เลวชาติ ต่ำ
ติดตาม ทำลายล้าง

ชีวิตต้องการบุญ คุณต้องรู้
มิฉนั้น เป็นผู้ ประมาทอย่างยิ่ง
ทานศีลภาวนา จึงสำคัญจริงๆ
เป็นกรณียกิจอย่างยิ่ง ของมนุษย์

ผู้ครองเรือน มีภาระมาก
ยากที่จัก แสวงบุญ
ด้วยกิเลสตัณหา เข้ามาวุ่น
จึงต้องเร่งลุ้น ปฏิบัติธรรม 

นั่นหละบุญค้ำ จะนำชีวิต
ให้โอกาศ ให้สิทธิ์ บวชได้
และยังเป็น เนื้อนาบุญที่ยิ่งใหญ่
 นำพาหมู่ญาติทั้งหลาย แสวงบุญ

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2567

ผู้มีปัญญา (ชาวประชาอยู่เย็น) ผู้ไม่ประมาท ไม่ขาดสติ ตั้งใจฟังอย่างดี พินิจพิจารณา ย่อมได้ปัญญา เกิดศรัทธา นำมา ให้ปฏืบัติ

 ผู้มีปัญญา
(ชาวประชาอยู่เย็น)

 
ผู้ไม่ประมาท ไม่ขาดสติ
ตั้งใจฟังอย่างดี พินิจพิจารณา
 ย่อม ได้ปัญญา
เกิดศรัทธา นำมา ปฏิบัติ
คนย่อมเห็นเนื้อความ ด้วยปัญญา 
มีสติสัมปชัญญะ ใจหยุดนิ่ง
อัศจรรย์นัก จักรู้ได้ทุกสิ่ง
ด้วยความรู้ยิ่ง ของปัญญา
คนย่อมบริสุทธิ์ ด้วยปัญญา
เกิดหิริโอตัปปะ อายและกลัวบาป
ยังมีเมตตา กำกับ
มหาชนซับซาบ แซ่ซร้องสรรเสริญ
คนฉลาด กล่าวว่า
ปัญญา ประเสริฐสุด
เป็นเครื่อง ส่องทางวิมุติ
หลุดพ้นตัณหา พญามาร
ปราชญ์ กล่าวว่า
ชีวิตอยู่ด้วยปัญญา ประเสริฐสุด
เป็นชีวิต ของมนุษย์
หลุดพ้น กระแสบาป
ผู้มีปัญญา รู้เนื้อความแห่งภาษิต
สะกิด ความเลื่อมใสศรัทธา
คนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า
คนทั้งพารา ที่ประมาท
ผู้มีปัญญา อยู่ครองเรือน
ไม่แชเชือน ประพฤติธรรม
แสวงบุญสร้างบารมี ประจำ
ย่อมทำ ประโยชน์ ให้ปรากฎมาก

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

ผู้มีปัญญา (ประเสริฐสุด) ผู้มีปัญญา รู้ได้ด้วยการสนทนา สงบสง่า กล่าววาจายกใจ มีตะบะ ทำผู้คนสงบได้ ผิวพรรณผ่องใส สว่าง

 ผู้มีปัญญา
(ประเสริฐสุด)

ผู้มีปัญญา รู้ได้ด้วยการสนทนา
สงบสง่า กล่าววาจายกใจ
มีตะบะ ทำผู้คนสงบได้
ผิวพรรณผ่องใส สว่าง

ปัญญา เจริญด้วยประการใด
ควรตั้งตนไว้ อยู่ในประการนั้น
ปัญญา คือชีวัน
ขาดปัญญา หมดกัน ชีวิต


ไม่ควร ประมาทปัญญา
ผู้ดื่มสุรา ชื่อว่าประมาท
อันตรายสุด ทิฏฐิมิจฉาชาติ
มีชีวาทในอบาย ไม่ได้เกิด

คนผู้สดับ ตรับฟังน้อยนี้
 ย่อมแก่ฟรี เหมือนวัวแก่

อ้วนแต่เนื้อ เอาไปแล่
แต่ ปัญญาแท้ ไม่เจริญ

ถึงสิ้น สินทรัพย์
ผู้มีปัญญา ก็ไม่อับจน
แต่ผู้อับปัญญา แม้มีทรัพย์เหลือล้น
 ก็อับจน ทนอยู่ ไม่ได้
ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้
 เป็นผู้ ฉลาดรู้ จัดการงาน
รู้สมัย และรู้กาล
เขาย่อมทำงาน ในราชการได้
ผู้มีปัญญา ประเสริฐกว่าคนทั้งปวง
 พระจันทร์ เด่นล่วง ดาวทั้งหลาย
ด้วยมีศีลและธรรม ประจำใจ
ผู้มีปัญญาใส สว่างไสว ด้วยศีลธรรม

;;;;;;;;;;