วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563

BEING A GOOD (nearly impossible):: Nearly impossible to be a good, without good teacher to follow, Buddha discourse in WUTHITHAM about SUPPULISANGSEWA, the real good teacher is the one beyond the sky.

BEING A GOOD
(nearly impossible)

Nearly impossible to be a good,
without good teacher to follow,
Buddha discourse in WUTHITHAM about SUPPULISANGSEWA,
the real good teacher is the one who beyond the sky.
Possessing good teacher is supreme,
only possible for person
who are keen to educate, docile and humble,
fight and struggle liked prince Sithatta.
Not a blind belief before proving,
not hasten to faith in along the mass.
Men is not buffaloes walking along together,
in everywhere.
We are men of wisdom, self realized.
Most people flow along the mass,
like a stream, a stream of men,
abundantly flowing along,
enjoyed and amused mayfly alike,
too much carelessness for time used inefficiency,
in cultivating Parami.
The good teacher would lead us to the inner Triple Gems,
not indulge in the outer.
Nirvana enlightened,
merit pursued and Parami cultivated are the utmost goal,
and the most significant is the center of body.
Working and mind training could get along,
you could work while your mind in peace like a monk,
free from mood to be kind and bright,
resulting the very splendid work.
Supreme teacher teaching to tolerate and to endure,
to the utmost of life ended,
not harm and destroy,
not fight and not escape but go on doing good,
using merit solving problems occured.
Not fight even on getting harmed,
not rude speaking and not harmful acting.
Not escape means being alert in precepts,
is as turtle in their shell to save its life,
life is getting on, so struggle until to the end
for Parami.
Enemy will be defeated by self destroying.
If we die, heaven is destined,
not evil action cultivated,
self defeated is harmless action,
evil consequence following distanced,
and certainly Mara defeated.
Supreme teacher is the good person,
virtuous, enlightened, merit and demerit realized,
cause of happiness and suffering perceived,
Dhammakaya attaining,
the inner Triple Gems.

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เป็นคนดียากนัก (หากไม่มีครูดี) :: เป็นคนดีแทบเป็นไม่ได้ ถ้าไม่มีครูดี วุฒิธรรม มีว่า สัปปุริสสังเสวะ มีครูดี ที่เป็นต้นบุญต้นแบบ เดินนำหน้า เป็นคนเหนือฟ้า ปลูกศรัทธาให้มหาชน

เป็นคนดียากนัก
(หากไม่มีครูดี)
เป็นคนดีแทบเป็นไม่ได้ ถ้าไม่มีครูดี 
 วุฒิธรรม มีว่า สัปปุริสสังเสวะ
มีครูดี ที่เป็นต้นบุญต้นแบบ เดินนำหน้า
เป็นคนเหนือฟ้า ปลูกศรัทธาให้มหาชน
จะมีครูดีได้ ไม่ธรรมดา
ต้องเป็นบัณฑิตา ฝักใฝ่ฝึกตน
มีความเคารพอ่อนน้อม ยอมคน
ดั้นด้นค้นหา อย่างกะ เจ้าชายสิทธัตถะ
ไม่เชื่อง่ายๆ ลองเข้าไปศึกษาดูก่อน
ไม่ควรรีบร้อน ด่วนศรัทธา ตามมหาชน
คนไม่ใช่ควาย เดินตามกันไป ทุกหน
เราเป็นคน มีปัญญา พิจารณาเสียก่อน
ชนทั้งหลาย ส่วนใหญ่ ใหลตามกันเหมือนน้ำ
ตามสังคม คราคร่ำ ตามกันไป
เพลิดเพลินสนุกสนาน เหมือนแมงเม่า บินเข้าไฟ
ประมาทหลาย ไม่รู้จักใช้เวลา สั่งสมบารมี
ครูดี พาเรามุ่งไปที่ พระรัตนตรัยในตัว
ไม่เมามัว อยู่ภายนอก
ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี เท่านั้นดอก
และที่สำคัญหลาย คือ ไม่ออก นอกศูนย์กลางกาย
งานทางโลก กับทางธรรม ตามกันได้
ทำงานไป ขณะที่ใจเย็น เป็นพระ
ปลอดอารมณ์ ใจเย็น ใช้ปัญญา
งานออกมา สวยสดงดงาม
ครูดี สอนให้เรานี้ มีความอดทนอดกลั้น
ถึงขั้น แม้ตาย ก็ไม่ทำร้ายใคร
ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
ใช้บุญแก้ไข ปัญหาน้อยใหญ่ ที่เกิดขึ้น
ไม่สู้ แม้เจ็บอยู่ ก็ไม่ว่าร้ายทำร้าย
ไม่หนี คืออยู่ไป อยู่ในศีล
เหมือนเต่า เข้ากระดอง รักษาชีวิน
ชีวิตไม่สิ้น ทำดีเรื่อยไป ใช่ สร้างบารมี
ศัตรูจะแพ้พ่าย แพ้ภัยตน
แม้เราตาย เราก็พ้นอบาย ไปสวรรค์
ไม่สร้างกรรมวิบาก ชนะตน พ้นโทษทัณฑ์
วิบากกรรมตามไม่ทัน ชนะหมู่มาร แน่นอน
ครูดี คือผู้ที่ เป็นสัตบุรุษ
เป็นผู้บริสุทธิ์ รู้แจ้งธรรม ธัมมัญญุตา
รู้จักบุญบาป เหตุของสุข และทุกขา
 บรรลุธรรมกายา พระรัตนตรัยในตัว

;;;;;;;;;; 

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ดับตัณหา (ต้นเหตุของทุกขาทั้งสิ้น):: ทุกข์ทั้งหลาย เกิดง่ายๆ จากความอยาก ทำให้ใจพราก ออกจากแหล่ง แห่งความสุขสำเร็จ ศูนย์กลางกาย ฐานที่เจ็ด แล้วหลงเหยื่อกามคุณ ติดเบ็ด เสร็จมารมัน

ดับตัณหา
(ต้นเหตุของทุกขาทั้งสิ้น)
ทุกข์ทั้งหลาย เกิดง่ายๆ จากความอยาก
ทำให้ใจพราก ออกจากแหล่ง แห่งความสุขสำเร็จ
ศูนย์กลางกาย ฐานที่เจ็ด
แล้วหลงเหยื่อกามคุณ  ติดเบ็ด เสร็จมารมัน
อุปทานทะยานอยาก จงรู้จัก มาจากตัณหา 
 ติดใจในรสโอชา กามคุณ
ทะยานอยาก ขาดไม่ได้ ง่านงุ่น
ทุกข์ทารุณ ขาดสติ ทำลายชีวีได้
ตัณหา ดับปัญญา พาทุกข์
รักสนุก ทุกข์ขนาด สติขาดไม่รู้ตัว
ฟาดหัวฟาดหาง ฟาดงวงงา ไปทั่ว
หน้ามืดเมามัว ทำตัวชั่วช้า
 คลาย ตัณหา ให้รักษาที่ใจ
 ทานคือยาทา ศีลา คือยากิน
ภาวนา คือยาฉีด ชุบชีวิน
เข้าถึงถิ่น สงบ พบ พระรัตนตรัย
พ่อแม่ดี มีบุญ นัก 
นำพาลูกรัก รู้จัก บารมี
 ชนะตัณหา ด้วยสติปัญญา ดี
พ้นภัยโลกีย์ เหยื่อล่อ ตะขอเบ็ด
สติดี พระเตมีย์ ใบ้
 ระลึกชาติได้ เคยไป ตกนรก
 เกิดความกลัว ตัวสั่น งันงก
ปลงตก แกล้งเป็นใบ้ ไม่ไหวติง
ใจคน ไหล ลงต่ำ
เหมือนน้ำ ชอบล้ำ ลงทะเล
ตัณหา พาเพลิน สุดเก๋
แสนเท่ ยิ้มค้าง กลางสมุทร

 ;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ศรัทธา (ประตูหน้า ชีวาประเสริฐ):: พระให้พร เสียงสะท้อน ไปถึงพระนิพพาน หลวงปู่ฯท่าน กล่าวไว้ ไม่มีผิด มิน่า สังฆทานได้บุญมาก เกินคิด ยิ่งกว่าชนิด ปาฏิบุคลิกทาน ทุกกรณีย์

ศรัทธา
(ประตูหน้า ชีวาประเสริฐ)
พระให้พร เสียงสะท้อน ไปถึงพระนิพพาน
หลวงปู่ฯท่าน กล่าวไว้ ไม่มีผิด
มิน่า สังฆทานได้บุญมาก เกินคิด
ยิ่งกว่าชนิด ปาฏิบุคลิกทาน ทุกกรณีย์
บุญจากพระนิพพาน มีท่อธารมาจรด
เจ็ดวันเจ็ดคืนจึงหมด บุญท่วมท้น
สงฆ์เป็นเนื้อนาบุญของโลก ของทุกคน
มีบุญมากล้น คนมีศรัทธา 
ผู้มีศรัทธา อัศจรรย์นัก ไม่ลำบาก เหลือกินเหลือใช้ 
เกิดชาติหน้าฟ้าใหม่ ไม่ทุกข์ยาก  
เกิดมาพร้อมสมบัติสาม ไม่ลำบาก
ชอบกลนัก นี้คือหลักครองชีวิต
ผู้มีศรัทธา มีพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตรองตรึก อยู่เสมอ ไม่เผลอไผล
แม้เวลาอุทาน ตกอกตกใจ
พระรัตนตรัย ไม่ไปไหน เป็นคำอุทาน
ผู้มีศรัทธา สวดมนต์ภาวนา เป็นประจำ
กินปีติดื่มด่ำ น้ำอมฤทธิ์
สุขสมปราถนา พ้นภัยนาๆ ทุกชนิด
ใช้ชีวิต ไม่ประมาท ไม่ขาดสติ
ผู้มีศรัทธาหรือไม่ ดูได้ที่ศีลรักษา
ไม่มีโกรธา ยิ้มนำหน้า มารยาทละมุน
มีเสน่ห์ ชวนเข้าใกล้ ให้การุณ
ใจอบอุ่น ศูนย์รวมใจ ไทยสามัคคี
น่าเจ็บใจ คนส่วนใหญ่ ไม่รู้
มารปิดตาปิดหู นอนคุดคู้เป็นบ้า ฆ่าเวลา
เกิดชาติหน้าฟ้าใหม่ ไม่ต้องสงสัย ทุกข์นักหนา
วนเวียนไปมา ในวัฏฏะสงสาร
ท่านจึงว่า ศรัทธา คืออริยทรัพย์
ใครซับทราบ คุ้มกับ ได้เกิดมาเป็นมนุษย์
แสวงบุญ สร้างบารมี สุดสุด
อุตลุด ทำพระนิพพานให้แจ้ง

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563

คนมีศีลกลิ่นกายหอม (เทวดาห้อมล้อม ลงรักษา) :: ประเสริฐสุด ในมวลมนุษย์ คือผู้ทรงศีล หอมถึงถิ่น ไกลแสน แม้นชั้นฟ้า ทนไม่ไหว ลงมาไว เทวดา ปราถนา สิ่งใด เทพไท้ บันดาล

คนมีศีลกลิ่นกายหอม
(เทวดาห้อมล้อม ลงรักษา)
ประเสริฐสุด ในมวลมนุษย์ คือผู้ทรงศีล
หอมถึงถิ่น ไกลแสน แม้นชั้นฟ้า 
ทนไม่ไหว ลงมาไว เทวดา 
ปราถนา สิ่งใด เทพไท้ บันดาล
มีปัญญา จึงมีศีลา ด้วยเห็นประโยชน์
หนึ่ง เป็นที่โปรด..ปราน ของบัณฑิต
สอง เป็นที่มานอน ของสมบัติ สารพัดทิศ
สาม มีจิต..แจ่มใส เที่ยวไป ในสุคติ
ศีลรักษา หนึ่ง สมาทานวิรัติ
 การตั้งใจมั่นยืนหยัด ด้วยการสมาทาน
สอง สัมปัตตวิรัติ เว้นเฉพาะหน้า ในเหตุการณ์ 
และสาม เดิมพัน..ด้วยชีวิต เว้นเด็ดขาด สมุจเฉทวิรัติ นั่นเอง
เมื่อเว้นได้ ใจจะปีติ
เป็นความดี อันยิ่งใหญ่ ไม่ธรรมดา
จะมีสมบัติไหลมา
 หมู่พาลา และอันตราย ไม่มาใกล้
 มนุษย์มะนา ที่ไม่รักษา ศีล
เมื่อศีลสิ้น กลิ่นกาย จะเหม็น
เทวดาสุดทน หนีให้พ้น คนเวร
ความทุกข์เข็น ยากแค้น แล่นเข้ามา
ศีล เป็น เช่นกรอบ
ใครๆชอบ ชื่นชม นิยมเข้าใกล้
เป็นเสน่หา งามจับตา จับใจ
เป็นวินัย ยกคน พ้นอบาย
ศีล มาจากสิระ หรือ ประเสริฐ 
ขวนขวายเถิด มาศึกษา รักษาศีล
 ประเสริฐ เลอเลิศ เทพเดินดิน
รักษาศีล ปิ่นมนุษย์ สุดยอดคน
ศีล เป็นเบี้องต้น เป็นที่ตั้ง เป็นบ่อเกิด 
สิ่งประเสริฐ ล้วนเกิด จากศีล
คนดี อยู่ดี กินดี มีกิน
มีศีล เป็นภาชนะดี มิมีรั่ว
ศีล ประมุข กุศลกรรม 
ไม่อาจล่วงล้ำ ทำเกินดี
สะอาด ระเบียบ มารยาท ต้องมี
นอกจากนี้ ตรงเวลา และสมาธิ
สมาธิ  มีศีล เป็นฐาน
มิฉนั้น มันเป็น มิจฉาสมาธิ
ที่อาจทำร้าย ทำลาย ชีวี
สำคัญยิ่ง สัมมาสมาธิ ต้องผ่านที่ ศูนย์กลางกาย

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เมตตาเป็นอาวุธ (เลิศสุดของอาวุธที่มี) :: แปลกดี ทางสร้างบารมี มีมารขวาง จึงจงระวัง เวลาเราตั้งใจทำดี ดังนั้นเมื่อมีอุปสรรค ต้องปักขันติ ตั้งหลักให้ดี มิให้หวั่นไหว

เมตตาเป็นอาวุธ
(เลิศสุดของอาวุธที่มี)
แปลกดี ทางสร้างบารมี  มีมารขวาง
จึงจงระวัง เวลาเราตั้งใจทำดี
ดังนั้นเมื่อมีอุปสรรค ต้องปักขันติ
ตั้งหลักให้ดี มิให้หวั่นไหว
ทางความดี นี้คือทางสายสมบัติสาม
มารหวงล้ำ เป็นธรรมชาติของมาร
มารคือผู้ขวาง ทางทำดี เรารู้กัน
มารจึงเป็นสัญญาณ แห่งความสำเร็จ
อุปสรรค แปลว่า ใกล้สวรรค์
 จงฝ่าฟัน บำเพ็ญทานศีลภาวนา
เป็นอาวุธ สู้อุปสรรค และปัญหา
 ให้บำเพ็ญภาวนา กระทั่งเกิดจิตเมตตา สู้มาร
 แผ่เมตตา ปราถนาดี จากใจจริง
บารมียิ่ง บังเกิด ตะเพิดมาร
สุขสมปราถนา ทุกประการ
รวมทั้งบริวาร และมหาชน
แพ้เป็นพระ ชนะ เป็นมาร
คือไม่ดื้อด้าน ดันทุรัง
เป็นคนยอมคน ยอมอดทน เพื่อหวัง
พระโพธิญาณเป็นที่ตั้ง เป็นเป้าหมาย
ยอมคน คือยอมทน แบกภาระ
ยอมเลิกลา ไม่ว่าร้าย ไม่ทำร้าย
ยอมเสียสละ ยอมเสียเปรียบ ไม่เป็นไร
ยอมตาย รักษาธรรม ความบริสุทธิ์
 ยอมแพ้ แต่ ก็ชนะ
สมปราถนา ทั้งตน และคนอื่น
หมู่มารยอมแพ้ใจ ยอมือไหว้ สะอื้น
สติตื่น สำนึกตน
 คนเหนือฟ้า มีเมตตา เป็นอาวุธ
องค์พระพุทธ ทรงอาวุธ พุทธเมตตา
นายขมังธนู เงื้อง่า จนล้า 
ขอพระเมตตา บรรพชา ในพระองค์

;;;;;;;;;;