วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

พระธรรมกาย (ใช่ นิจจัง สุขัง อัตตา) อนิจจังทุกขังอนัตตา กฎไตรลักษณ์ ใครประจักษ์ นิพพิทา เบื่อหน่าย วิราคะ กำหนัดคลาย สว่างไสว วิสุทธิ

 พระธรรมกาย
(ใช่ นิจจัง สุขัง อัตตา)


 อนิจจังทุกขังอนัตตา กฎไตรลักษณ์
ใครประจักษ์ นิพพิทา เบื่อหน่าย
 วิราคะ กำหนัดคลาย
 สว่างไสว วิสุทธิ

สันติ นิพพาน เป็นที่สุด
 ทางของพุทธบุตร อริยะ
ทางสายสมบัติ สุขสมปราถนา
ที่สุดของชีวา สรรพสัตว์

อนิจจัง ไม่อมตะ อย่ายึดติด
 ทางผิด ทางมาร อันตรายมาก
 มิจฉาทิฏฐิ ว่ายากสอนยาก
ไม่แตกต่างจาก กาไก่

อนิจจัง ไม่ใช่นิจจัง
คนละอย่าง กับ ไม่มีนิจจัง
 อรูปพรหม ไม่ใช่รูปพรหม ก็อีกอย่าง
ไม่ใช่กับไม่มี แตกต่าง คิดให้ดี

นิจจัง มีแน่ ได้แก่ บุญบารมี
ให้สุขสมปราถนาทันที ถ้ามีบุญ
 เป็นอสาธารณะ มาค้ำ มาหนุน
ผู้มีบุญ สมปราถนา ทุกประการ

คนทั้งหลาย หลงในโลกียทรัพย์
เหมือนคนไล่จับ พยับแดดไกลๆ
ดูเหมือน สุขสมปราถนา จะได้
แต่เมื่อเข้าใกล้ ขยับไกล หนีห่าง


 สมบัติทั้งหลาย ใช่อนิจจัง
ไม่สมปราถนา ดังว่า ไม่เที่ยง
เป็นของปลอม ดูงามเงียง
มีเท่าใด ก็ไม่พอเพียง อิ่มไม่เป็น

ผู้มีปัญญา นำสมบัติมาทำบุญ
 ทวีคูณ คุณค่า เป็นอริยทรัพย์
บันดาลให้ สุขสมปราถ
น่าอนาถ ปุถุชน ไร้ปัญญา

โลกนี้ ไม่ใช่ที่อยู่ถาวร
เพียงจรมา หาสมบัติอริยะ
สร้างบารมี แสวงบุญญา
และมา ทำพระนิพพาน ให้แจ้ง

ทุกขัง ชีวิตนี้เป็นทุกข์
 ไม่ใช่สุข เพียงสนุกเท่านั้น
ดูให้ออก อย่าหลงกลมาร
ทางสายกลางเท่านั้น ทางอริยะ 

อนัตตา  มิใช่อัตตา
มิใช่ไม่มีอัตตานะ จะบอกให้
คือมัน ไม่เป็นไปตามใจ
เราควบคุมไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่อัตตา

จงรู้ว่า อัตตาแท้นั้นมีอยู่
จงรู้ ธรรมกาย คืออัตตาแท้
หมู่มารกลัวนัก ตามขัดตามแก้
แน่แท้ ธรรมกาย ชนะมาร 

ทำพระนิพพาน ให้แจ้ง
ณ ที่แหล่ง แห่งธรรมกาย
 นิจจัง สุขขัง อัตตา ก็จะได้
 เข้าถึงธรรมกาย ใช่ อุดมการณ์ชีวิต

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ปราชญ์วิปริต (ไม่ใช่บัณฑิตฝึกตน) ปราชญ์ พึงรักษาศีล ศีลไม่รักษา ปราชญ์วิปริต รู้มาก ปากเป็นพิษ ปราชญ์บัณฑิต ฝึกตน

 ปราชญ์วิปริต
(ไม่ใช่บัณฑิตฝึกตน)

ปราชญ์ พึงรักษาศีล
ศีลไม่รักษา ปราชญ์วิปริต
รู้มาก ปากเป็นพิษ
ปราชญ์บัณฑิต ฝึกตน 

ศีล เป็นที่พึ่งพื้นฐาน
เป็นมารดา ของธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุข ของธรรมน้อยใหญ่
 ฉะนั้น ควรชำระศีลให้ บริสุทธิ์
ผู้ทุศีล ย่อมได้รับความติเตียน
ชื่อเสียง ย่อมเสียหาย
ส่วนผู้มีศีล ชื่อเสียงย่อมได้
คนทั้งหลาย สรรเสริญทุกเมื่อ
ผู้ปรีชา รักษาศีลได้มั่นคง
 ย่อมสูงส่ง มีชื่อเสียงในโลกนี้
ละไปแล้ว ย่อมไปสวรรค์ทันที
 ชื่อว่าย่อมดีใจ ในที่ทั้งปวง
คนเขลา ไม่มั่นคงในศีล
 ถูกติเตียน ดีสิ้น ในโลกนี้
 ละไปแล้ว ไปสู่อบาย ทันที
 ชื่อว่า ย่อมเสียใจในที่ ทั้งปวง
ผู้ใดในโลกนี้ สำรวมกายวจี และใจ
 บาปอะไร ๆ ไม่ทำ
ไม่ถือเหตุแห่งตน พูดพล่าม
 ท่านเรียกคนอย่างนั้น ว่าผู้มีศีล
เพราะฉะนั้น หญิงและชายผู้มีศีล
 เป็นอาจิน รักษาอุโบสถได้
ทำบุญ ย่อมมีสุขเป็นกำไร
ผู้คนชื่นใจ ย่อมไปสวรรค์

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ชีวิตจริงนั้นง่ายๆ (คล้ายผงเข้าตา) จริงๆแล้ว ชีวิตนั้นง่ายๆ คล้ายผงเข้าตา ไม่ได้ทุกข์หนักหนา ดังที่ได้รู้ได้เห็น การใช้ชีวิต เป็นศิลปะ จึงจะอยู่เย็น ไม่ใช่เอาแต่เข็น เอาแต่ใช้กำลัง สุขยิ่งห่างใกล

ชีวิตจริงนั้นง่ายๆ
(คล้ายผงเข้าตา)

 ชีวิตนั้นง่ายๆ คล้ายผงเข้าตา
ไม่ไช่ดิ้นรนหา สุดชีวา ดังที่เป็น
การใช้ชีวิต เป็นศิลปะ จึงจะอยู่เย็น
เอาแต่เข็น ใช้กำลัง สุขยิ่งห่างใกล

หยุด เป็นตัวสำเร็จ
นี้เป็นเคล็ด เป็นศิลปะ

เอาใจไว้ในตน สติสัมปชัญญะ
นี่หละ 
ทางสายกลาง ทางหลุดพ้น

เอาใจไว้นอกตน นั้น
มัน ออกไปรับกรรมวิบาก
สิ่งต่างๆ ตกอยู่ในกฎไตรลักษณ์
จมปลัก กิเลสตัณหา
 
คนทั้งหลาย ไล่จับพยับแดด บนถนน
เหมือนมีตัวตน ที่จะจับ..ต้องได้
พอเข้าใกล้ ก็หาย ถอยห่างไป
คล้ายล่อให้ไล่ เกือบจะจับได้ทุกที

สุขทางโลกีย์ ในโลกนี้ ก็คล้ายกัน
เค็มๆมัน เหมือนกันกับเกาตุ่ม
ไม่เคยอิ่ม ชวนให้ลิ้ม เหมือนมีไฟสุม
ใจร้อนรุ่ม สุมทรวง ห่วงหาอาลัย

โลกียสุข เปรียบไม่ได้กับธรรมสุข
ใจที่หมดทุกข์ หยุดนิ่งในตน
 ปานพระอาทิตย์ กับหิงห้อย น้อยล้น
สุขทางธรรม สุขในตน ล้นเหลือ

สุขทางธรรม ไม่เพียงสุขอารมณ์
แต่ยังสุขสม..ปราถนา ทุกประการ
ไม่ใช่สุขลมๆแล้งๆ สุขแห้งๆอย่างนั้น
สุขดังบนสวรรค์ ที่บันดาลเอาได้


 พระพุทธศาสนา วิชชาชีวิต
 เกินคาดคิด ของมนุษย์ปุถุชน
มีศรัทธา ยากนักหนา ของคน
สอนกี่หน บอกกี่ครั้ง ก็ยังเหมือนเดิม

 เหมือน ผงเข้าตา แต่ว่าไม่สน
จึงทุกข์ทน เสียน้ำตา ยิ่งกว่ามหาสมุทร
ในอดีตกาล วนเวียนเกิดตาย อุตลุด
เหมือนปลา ที่ยังดำผุด อยู่ในน้ำ

เพียงมีกัลยาณมิตร สะกิดใจ
ใจก็จะ สว่างใสเป็นสุข
เกิดปัญญา รู้เห็นทุกข์
หมดสนุก เกิดนิพพิทา โลกโลกีย์

;;;;;;;;;;

วัฏสงสารเวียนว่าย (เกิดตายๆ ไม่รู้จักออก) วัฏสงสาร ตายเกิด ซ้ำซาก มีทุกข์หนัก ไม่รู้จัก ออก เกิดตายๆ คล้ายเล่น สัพยอก ถูกมารหลอก ด้วยเหยื่อล่อ ตะขอเบ็ด

วัฏสงสารเวียนว่าย
(เกิดตายๆ ไม่รู้จักออก)

วัฏสงสาร ตายเกิด ซ้ำซาก
มีทุกข์หนัก ไม่รู้จัก ออก
เกิดตายๆ คล้ายเล่น สัพยอก
ถูกมารหลอก ด้วยเหยื่อล่อ ตะขอเบ็ด
วนเวียนไป ในภูมิต่างๆ
ไปภูมิล่าง เกือบทั้งร้อย
 ทุกข์หนัก น้ำตานอง ซ้ำรอย
น้ำตาไม่น้อย มากล้ำกว่า น้ำสมุทร
มันเป็นกรรม จำต้องเกิด ชดใช้ 
กระทำ ดีร้าย ต้องรับ
กรรมดีมีสุข กรรมชั่วทุกข์หนัก
หนีไม่ได้ ต้องรับไว้ เป็นคล้ายเงา
ผู้มีศรัทธา มาคิดได้ 
 อดทนไป ใช้บาป สำหรับฝึก
ฝึกให้แกร่ง ให้กล้า ปานม้าศึก
ไม่มัวนึก น้อยใจ ในวาสนา
ทำบาปชั่วช้า..มา๑๐๐ปี 
 ยังมีสิทธิ์ที่ จะไปสวรรค์
 ได้สติ แสวงบุญสร้างบารมี เท่านั้น
สุดสำคัญ การทำพระนิพพานให้แจ้ง
 
   ;;;;;;;;;; 

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

วิสาขบูชา (วันมหากรุณาพระนิพพาน):: วิสาขบูชา วันมหา กุศล วันมงคล ของสรรพสัตว์

วิสาขบูชา
(วันมหากรุณาพระนิพพาน)

วิสาขบูชา วันมหากุศล
วันมหามงคล ของสรรพสัตว์
พระพุทธเจ้า ของเรา อุบัติ
ตรัสรู้ และ ปรินิพพาน
แปลกดี ที่กาลทั้งสาม
ไม่เหลื่อมล้ำ ประจำ อยู่ในวัน
 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 นั้น
โลก และสวรรค์ เหมือนกัน แสวงบุญ
ชาวสวรรค์ บูชา มหาจุฬามณี
พระเจดีย์ พระบรมสารี ริกธาตุ
องค์อินทร์ แสดงวาทะ ไม่ประมาท
เทวดาทั่วชั้นฟ้า ไม่ขาด แสวงบุญ
เหล่าเทวดา อิจฉา พวกมนุษย์
โอกาสดีสุดสุด มนุษย์ แสวงบุญได้ง่ายๆ
แต่น่าเวทนา มัวเมาหากิน กันอยู่ได้
คนทั้งหลาย บ้าหาทรัพย์ กับดักมาร
ปรโลก รอรับโชค ในวันนี้ 
ทั่วทุกที่ ยินดี ปรีดา ตั้งตาคอย
หมู่มนุษย์ เหมือนไก่ ได้พลอย
เขี่ยทิ้งจ้อย โง่หลาย ไม่รู้จักบุญ
วิสาขบูชา วันมหากรุณา พระนิพพาน 
 แผ่บุญญาใหญ่ ไพศาล กู้ธาตุธรรม
ส่ำสัตว์ ไร้ศรัทธา น่าสงสารล้ำ
  เดินตามกัน สู่คุกประหาร ไม่รู้เรื่อง

;;;;;;;;;;

พึงยกย่อง (คนที่ควรยกย่อง) พึงยกย่อง คนที่ควรยกย่อง แม้ไม่ใช่พวกพ้อง..ก็ตาม ผู้ปกครอง ต้องมีใจเป็นธรรม เว้นบาปกรรม ความลำเอียง

 พึงยกย่อง
(คนที่ควรยกย่อง)

 พึงยกย่อง คนที่ควรยกย่อง
แม้ไม่ใช่พวกพ้อง..ก็ตาม
ผู้ปกครอง ต้องมีใจเป็นธรรม
เว้นบาปกรรม ความลำเอียง


ผู้มีใจเป็นธรรม ธรรมรักษา
มีเดชศักดา อานุภาพ
ศัตรู หมู่คนพาล ก้มกราบ
ยอมศิโรราบ อย่างน่าอัศจรรย์

การยกย่องคนดีได้ ไม่ธรรมดา
จงรู้ว่า มีคุณธรรม ความเคารพ
เป็นผู้มีกายวาจา งามจบ
ทั้งสามภพ ยกย่องสรรเสริญ

ภัยใดใด ไม่อาจกลายกล้ำ
เป็นธรรมชาติ เป็นธรรมดา
เหมือนมีเกราะแก้ว รักษา
และมีปวงเทวา คุ้มครอง
 
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
เป็นไปได้ อย่างอัศจรรย์
เรื่องบุญบารมีนี้ เป็นอย่างนั้น
ปุถุชน ไม่คิดฝัน ว่ามันมีจริง

ดังนั้น เราเกิดมานี้
เพื่อที่ แสวงบุญสร้างบารมี
และทำพระนิพพานให้แจ้ง เต็มที่
นี้คือคนดี ศรีสังคม

มีชีวิต ต้องมีธรรม
ชีวิตเหมือนล้ำ เด็กทารก
ธรรมคือมาดา คอยป้องปก
ผู้มีโชค เป็นทารก มีมารดาที่ดี

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ชีวิตอันตราย (ถ้าไม่รู้เรื่องโลกและชีวิต) สิ่งที่ไม่รู้ไม่ได้ อันตรายอย่างยิ่ง นั่นคือ เรื่องจริง ของโลกและชีวิต ทำให้ไม่มัวเมา ได้คิด เดินทางถูกทางชีวิต ทางสมปราถนา

 ชีวิตอันตราย
(ถ้าไม่รู้เรื่องโลกและชีวิต)



สิ่งที่ไม่รู้ไม่ได้ อันตรายอย่างยิ่ง
นั่นคือ เรื่องจริง ของโลกและชีวิต 
 ทำให้ไม่มัวเมา ได้คิด
เดินทางถูกทางชีวิต ทางสมปราถนา

 โลก ตกอยู่ ในกฎไตรลักษณ์
เป็นสิ่งที่ไม่อาจจัก ยึดติดได้
ไม่เป็นแก่นสาร เกิดขึ้นตั้งอยู่ ดับไป
เหมือนจะจับต้องได้ คล้ายกับ พยับแดด

โลกหรือโลกียะ มาพร้อมกับตัณหา 
หมู่สัตว์กระหายนักหนา อิ่มไม่เป็น
มัวเมาหมกมุ่น บ่อเกิด ทุกข์เข็ญ
ด้วยอวิชชาพาเป็น เช่นผงเข้าตา

โลก๓ สัตวโลก สังขารโลก โอกาศโลก
สัตวโลก คือใจหรือจิต
สังขารโลก คือสรรพสัตว์ ทุกชนิด 
โอกาศโลก ที่สถิตย์ ที่อยู่ของสรรพสัตว์

สัตวโลก หรือจิตใจ มันไม่เที่ยง
มันหันเหียน เปลี่ยนแปลง ปลิ้นปล้อน
ไร้สัจจะ ไร้ความแน่นอน
ที่ทุกข์ร้อน ก็ด้วยจิตนั้น มันไม่ใช่อัตตา

สังขารโลก กายสรรพสัตว์
ไม่ขาด ดินน้ำลมไฟ
ตกอยู่ในกฎไตรลักษณ์ กฎใหญ่
ไม่มีอะไร เป็นแก่นสาร

โอกาศโลก หรือสิ่งแวดล้อม
ย่อมแน่นอน ทุกอย่างดับสูญ
ไม่มั่นคงถาวร เป็นปฏิกูล
สิ้นสูญ ย่อยยับ ไปกับเวลา

ชีวิต เป็นเรื่องใหญ่ ต้องรู้
 มีชีวิตต้องสู้ จึงจะอยู่รอด
 สู้ความทุกข์ยากลำบาก ให้ตลอด
ไม่ยอมแพ้ สู้ตลอด ไม่ทอดทิ้งความดี

มีชีวิตต้องสู้ อยู่อย่างมีอุดมการณ์ 
ด้วยกายมนุษย์นั้น สำคัญหลาย
แสวงบุญสร้างบารมี ให้สุดใจ
เป้าหมาย บรรลุให้ได้ พระรัตนตรัยในตัว

ชีวิตของคนทั่วๆไป ที่ไม่มีศรัทธา
แน่นักหนา ไปอบาย
รับกรรมวิบาก ทุกข์หนัก ปางตาย
นับกาลไม่ได้ อจินไตย เกินคิด

 แสวงบุญสร้างบารมี กรณียกิจ
ทางชีวิต ทางสายกลาง
ทานศีลภาวนา ทางสว่าง
ทางให้สุขสมหวัง มีพระรัตนตรัยอยู่ในตัว

;;;;;;;;;;