(เกิดตายๆ ไม่รู้จักออก)
วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
วัฏสงสารเวียนว่าย (เกิดตายๆ ไม่รู้จักออก) วัฏสงสาร ตายเกิด ซ้ำซาก มีทุกข์หนัก ไม่รู้จัก ออก เกิดตายๆ คล้ายเล่น สัพยอก ถูกมารหลอก ด้วยเหยื่อล่อ ตะขอเบ็ด
(เกิดตายๆ ไม่รู้จักออก)
วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567
บาปทั้งหลาย (อันตรายยิ่งกว่ายาพิษ) พึงละเว้น บาปทั้งหลาย วัฏฏะ เวียนว่าย อันตรายนัก คุกประหาร สุดโหด จงรู้จัก สัตว์โลก นักโทษประหาร วันสุดท้าย
บาปทั้งหลาย
(อันตรายยิ่งกว่ายาพิษ)
;;;;;;;;;;
วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565
บุญอาหารใจ (บันดาลให้สมปราถนา) การทำความดีแท้ ได้แก่ มิทำให้เดือดร้อนในภายหลัง สิ่งแวดล้อมทุกอย่าง ต่างอยู่ดี ทั้งดินฟ้าอากาศ คนสัตว์ สรรพสิ่งที่มี โดยเฉพาะใจเรานี้ และของสรรพสัตว์
บุญอาหารใจ
(บันดาลให้สมปราถนา)
การทำความดีแท้ ได้แก่ มิทำให้เดือดร้อนในภายหลัง
สิ่งแวดล้อมทุกอย่าง ต่างอยู่ดี
ทั้งดินฟ้าอากาศ คนสัตว์ สรรพสิ่งที่มี
โดยเฉพาะใจเรานี้ และของสรรพสัตว์
ธรรมชาติของใจ ที่ใสหรือหมองของเรานี้
กระทบธรรมชาติ เต็มที่ ทั้งสรรพสัตว์สรรพสิ่ง
การทำความดี นี้ มิง่ายเลยจริงๆ
บุญคือคำตอบอย่างยิ่ง เป็นผลของความดี
ปรากฎการณ์ภัยพิบัติ ธรรมชาติเลวร้าย
ไม่ใช่อะไร แต่เกิดจากใจของคน
ที่ผิดศีลา เข่นฆ่ากันปี้ป่น
ธรรมชาติเหลืออดเหลือทน เหลือล้น คนชั่ว
กฎแห่งกรรม ทำหน้าที่
ใครๆไม่อาจหนี กฎนี้ กฎธรรมชาติ
ยกเว้นผู้มีบารมี ที่สามารถ
เข้าถึงพระไตรรัตน์ พ้นอำนาจกฎแห่งกรรม
บุญญา คือผลานิสงส์ ของความดี
เป็นเครื่องชี้ ทำดีไม่เดือดร้อน
บาป คือผลของการทำชั่ว แน่นอน
อันจะนำความเดือดร้อน มาให้ในภายหลัง
บุญญา คืออาหาร ของใจ
เกิดความสุข อิ่มอกอิ่มใจ หายเศร้าหมอง
เกิดกำลังใจ มีความอดทน หายขุ่นข้อง
เห็นสรรพสัตว์ทั้งผอง ล้วนพี่น้องกัน
บุญเป็นธาตุอจินไตย บันดาลให้ สำเร็จและชัยชนะ
นี่หละ พระบรมครู ท่านตรัสรู้ คือทั้งรู้เห็น
เป็นสิ่งลี้ลับ ธรรมชาติ ซ่อนเล้น
ผู้มีบุญ จึงมีใจเป็น อจินไตย

ผู้มีบุญญา สุขสมปราถนา จึงมีมาเองง่ายๆ
การเข้าวัดแสวงบุญ ไม่ทำไม่ได้ มันจำเป็น
สม่ำเสมอเป็นสาย กลายเป็นบารมี ดีเด่น
หนีกรรมเวร พ้นภัยในวัฎฎะ
ใจมนุษย์ฝึกได้ ฝึกให้มีสติสัมปชัญญะ
กลายเป็นบัณฑิตา ผู้ฝึกตน คนฝึกใจ
ให้หยุดให้นิ่ง ให้ใสสว่าง อยู่ในกาย
สำคัญหลาย ได้ที่สุดของสมถะ ชนะมาร
;;;;;;;;;;
วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
ต้องเป็นนักสร้างบารมี (จึงจะหนีอบายพ้น) :: บุญให้สุขสะอาด ไม่ขาด สติ บาปไม่ดี ลืมสติ เสียพี่น้อง สนุกประเดี๋ยว ทุกข์ยาว น้ำตานอง บุญกู่ก้อง ร้องหา แต่ว่าบาปหนาเกิน
(จึงจะหนีอบายพ้น)
กิเลสหนาเกิน เพลินกินเหยื่อ
บอกเท่าใด ไม่มีเชื่อ ช่างเหลือร้าย
ต้องอุเบกขา ปล่อยวาง ให้ไปอบาย
ล้วนญาติทั้งหลายของเรา เศร้าจริงๆ
คนดี ทำดี ง่าย
ความคุ้น เป็นนิสัย ใครๆทราบ
แม้ยอมรับ แต่ก็อิดเอื้อน เชือนแช
;;;;;;;;;;
วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
บุญสิทธิธาตุ (สร้างโอกาศให้วาสนา) :: บุญ เป็นอสาธารณะ อันโจรา นำไปไม่ได้ แม้พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ หรือบุตรหลานไม่เอาไหน ก็เอาไปไม่ได้เลย
วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563
ท่อธาร:: ช่วยเหลือคน ทำตน เป็นคนดี ไม่มีสูญ เป็นบุญ อยู่ที่ใจ ถึงคราวคับขัน มีบุญ ค้ำไว้ ปรากฎขึ้นรับใช้ ได้ทัน เหตุการณ์
บุญญวาสน์ ไหลต่อ เป็นท่อธาร
วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563
ตื่นบุญคือชาวเรา (ส่วนชาวเขา ตื่นเต้น) :: พริกนั้นเผ็ด ส่วนบุญนั้นสุขสำเร็จ สมปราถนา เป็นธรรมดา ของบุญ ให้แต่คุณประโยชน์ สิ่งภายนอก ให้สุขหลอกๆ ซ่อนเร้นโทษ บาป ไม่มีประโยนชน์อันใด ให้โทษอย่างเดียว
(ส่วนชางเขา ตื่นเต้น)
ตั้งหน้าจะเอาให้ได้ ไม่กลัวภัย ในนรก
ส่งผลไม่อาจนับ แม้จะทำ เพียงนิดหน่อย
จะให้อาบน้ำเย็น เป็นตายแน่



















