วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

คนเหนือคน (ฝึกฝนสมาธิ):: คนโง่ โต เป็นควาย ไม่มีจุดหมาย อยู่ไป อย่างนั้น ออกหากิน นอน ถ่าย สืบพันธุ์ เหมือนกัน กับกาไก่ ไร้ทิศทาง

คนเหนือคน
(ฝึกฝนสมาธิ)
คนโง่ โต เป็นควาย
ไม่มีจุดหมาย อยู่ไป อย่างนั้น
ออกหากิน นอน ถ่าย สืบพันธุ์
 เหมือนกัน กับกาไก่ ไร้ทิศทาง
คนฉลาด มักพลาด ด้วยแฉลบ
แสบ ด้วยตัณหา พาฉิบหาย
หนึ่งสมอง สองมือ อันตราย
จอดตอนท้าย แพ้ภัยตน
 
 
คนมีปัญญา ศรัทธา พระพุทธองค์
 ดำรงตน บน ทางสายกลาง
 รีบรุด ทำนิพพานแจ้ง กระจ่าง
สติตั้ง อดทนสู้ หมู่มาร
คนมีปัญญา อดเปลี้ยว ไว้กินหวาน
ขยัน ประหยัด สัตย์ซื่อ
ถือสัจจะ เมตตา คนล่ำลือ
คนนับถือ ยกย่อง แซ่ซ้อง สรรเสริญ
มีปัญญา กล้าหาญ ชาญชัย
อุทิศกายใจ ให้ ส่วนรวม
ส่วนตัวปล่อยวาง ส่วนกลาง ร่วม
เป็นศูนย์รวม สร้าง ทางบารมี
คนดีมีปัญญา พัฒนาสติ เจริญภาวนา
จึงจะมีสัมมาคารวะ อ่อนน้อมถ่อมตน
มีเมตตากรุณา เหลือล้น
คนเหนือคน ฝึกฝน สมาธิ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ความเครียดโรคร้าย (ขจัดง่ายๆเพียงใช้สติ) :: การมีสติ คือมิปล่อยอารมณ์ไหล ควบคุมใจ ไม่ให้ไหล ไปตามอารมณ์ ใจเหมือนเด็กทารก ชอบสกปรก เล่นโคลนตม ใจมีอารมณ์ ชอบไหล ไปที่ต่ำ

 ความเครียดโรคร้าย
(ขจัดง่ายๆเพียงใช้สติ)
การมีสติ คือมิปล่อยอารมณ์ไหล
ควบคุมใจ ไม่ให้ไหล ไปตามอารมณ์
ใจเหมือนเด็กทารก ชอบสกปรก เล่นโคลนตม
ใจมีอารมณ์ ชอบไหล ไปที่ต่ำ
เด็กก็เป็นผู้ใหญ่ได้ ถ้ามีใจมั่นคง
 สติดำรงมั่น ขยันพัฒนาสติ
ควบคุมอารมณ์ ไม่จ่อมจม อยู่กับความคิดไม่ดี
อดทนอดกลั้นเต็มที่ เมื่อมีอารมณ์เครียด
ผู้มีสติ ขณะที่จะมีอารมณ์ร้าย
 ดับมันได้ โชคดีหลายที่สุด
ดับความเครียด ตัวเสนียดของมนุษย์
 ร้ายสุดสุด ยิ่งกว่าบุตร อกตัญญู
หยุดใจไว้ภายใน สำคัญหลาย หายเครียด
ขจัดเสนียด ได้ขันติ อนุสาวรีย์ แห่งชัยชนะ
 ใจที่มืด ค่อยๆจางจืด สว่างจ้า
 สุขสมอุรา ได้ชัยชนะและความสำเร็จ
คนทั่วไป ไม่ฝึกใจ เพิ่มพูนสติ
จึงมีความเครียดสะสม อารมณ์ เปราะบาง
ใครไม่อยากเข้าใกล้ คนอะไร ตาขุ่นขวาง 
สมบัติต่างๆ ก็ไม่อยู่ วิ่งอู้หนีหาย
รักษาสติในตน คนบัณฑิต
  มีชีวิต มุ่งสู่ทิศ พระนิพพาน
ยิ่งก้าวเดิน ยิ่งเพลิน ยิ่งชื่นบาน
ชีวิตตระการ สุขสมบูรณ์ ด้วยบุญบารมี
ทางบุญ สายกลาง ทางบัณฑิต
คนละทิศ กับพาลี มีแต่เครียด
เห็นบาปเป็นน้ำผึ้ง คิดไม่ถึง เป็นเสนียด
ดูไม่ละเอียด ด้วยความเครียด ปิดบัง
บัณฑิต ถูกทำร้าย ได้บารมี
ถือเป็นดี ยากจะมี ของพระโพธิสัตว์
เสียเลือดเนื้อ ชีวา ก็ยังว่า ดีชมัด
เป้าหมายชัด ช่วยสรรพสัตว์ หายเครียด

;;;;;;;;;;

ชีวิตนี้อันตราย (คนทั้งหลายคล้ายแมงเม่า) :: โลกปัจจุบัน นั้นไม่ใช่ที่เสวยสุข จะมัวห่วงหาสนุก นั้น มันไม่ได้ เป็นโลกแห่งการกระทำ ได้กรรมเอาไป ดีหรือชั่วใครได้เท่าใด ติดตัวไปในปรภพ

ชีวิตนี้อันตราย
(คนทั้งหลายคล้ายแมงเม่า)
โลกปัจจุบัน นั้นไม่ใช่ที่เสวยสุข
จะมัวห่วงหาสนุก นั้น มันไม่ได้
เป็นโลกแห่งการกระทำ ได้กรรมเอาไป
ดีหรือชั่วใครได้เท่าใด ติดตัวไปในปรภพ
โลกหลังตาย รับกรรมแต่ทำกรรมไม่ได้
 เสวยผลกรรมที่ทำไว้ อย่างเดียว
สุขก็สุขมาก ทุกข์ก็ทุกข์หนัก หน้าเขียว
เวลานมนานทีเดียว อจินไตย
ชีวิตมนุษย์แสนสั้น ปานสะเก็ดไฟ
แว๊ปเดียวหายไป ในห้วงจักรวาลมืดมิด
กลับมาเป็นมนุษย์ใหม่ อย่าคิด
มีสิทธิ์ น้อยยิ่งกว่าน้อย
น้ำรอดรูเข็ม จุ่มไว้ ในมหานที 
น้อยเหลือที่ แต่ว่านี้ยังมากกว่า
โอกาสเกิดเป็นมนุษย์ สุดน้อยเกินคณา
น้อยกว่าน้ำที่ว่า รอดรูเข็ม
แทบร้อยทั้งร้อย วนเวียนไป ในอบายภูมิ
ทุกข์รุม สุมใส่สุดแสนสาหัส ใครคาดไม่ถึง
เว้นไว้ศรัทธาหลาย มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
นั่นแหละจึง จะพ้นอบาย ไปสวรรค์
คนส่วนใหญ่ ไม่มีความรู้เรื่องนี้
หรือแม้รู้ดี แต่ไม่ขมีขมัน
เป็นคนประมาท ชาติแมงเม่าแมงมัน
ได้สติพลัน ก่อนจะตาย ก็สายแล้ว
โลกปัจจุบัน นั้นคือโรงละคร
 บุญบาปกำกับต้อน ให้ทุกชีวิตเล่น
หรือเป็นหุ่นกระบอก บุญบาปชักรอก ไม่เว้น
ทุกชีวิตลำเค็ญ ต้องเต้น ไปตามกรรม
นี้คือชีวิต ที่ลิขิตด้วยบุญบาป
พระผู้รู้ทรงทราบ ถึงกับอึ้ง
ตั้งปณิธานเด็ดเดี่ยว จะเป็นที่พึ่ง
จะนำพาสรรพสัตว์ให้ถึง ฝั่งพระนิพพาน
จะขอเข้านิพพานเป็นคนสุดท้าย
ปราบไอ้ดำให้ได้ ไม่ได้ไม่เลิกกัน
หลวงปู่ฯหาญกล้า ท้าพญามาร 
หลวงพ่อฯ คุณยายอาจารย์ ตามติด

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

มีสติสมบูรณ์ (อบอุ่นปลอดภัย ในโลกนี้และโลกหน้า) :: ชีวิตน่ากลัว ถ้าไม่เตรียมตัวไว้ เมื่อเจ็บป่วยไข้ ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีใครช่วย

มีสติสมบูรณ์
(อบอุ่นปลอดภัย ในโลกนี้และโลกหน้า)
ชีวิตน่ากลัว ถ้าไม่เตรียมตัวไว้
เมื่อเจ็บป่วยไข้ ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีใครช่วย
หรือเมื่อตาย อยู่ภพใหม่ ยิ่งแล้วใหญ่ มีแต่ซวย
ชีวิตจะสวย ด้วยไม่ประมาท ไม่ขาดฝึกสติ
 คนมีสติที่สมบูรณ์ แม้รู้วันตาย
 ใจอบอุ่นหลาย ด้วยอาศัยบุญญา
นึกถึงความตาย ได้ทุกขณะ
แม้จะมรณะ ก็สุขอุรา เหมือนผู้ชนะสงคราม
ส่วนนักโทษประหาร ก็รู้วันตาย
สติแตกกลัวหลาย กลัวตาย ด้วยบาป
นึกถึงความตายตลอดเวลา ไม่อาจระงับ
กินไม่ได้นอนไม่หลับ เหมือนกับผู้แพ้สงคราม
คนทั่วๆไป กิเลสหนา ปัญญาหยาบ
มัวเมาประมาท เหมือนกับ แมงเม่า
ขาดสติ มิเคยคิดถึงวันตาย ได้แต่กินบุญเก่า
เมื่อตาย ก็ไปเปล่า ล้มละลาย
ผู้มีอำนาจ บังอาจ ทุจริตผิดศีลธรรม
เบียดเบียน ล้างผลาญประจำ กรรมมาก
เมื่อหมดเวลาชีวิต น่ากลัวสุดขีด จะประจัก
เหมือนคนแพ้สงคราม ทุเรสยิ่งนัก รู้จักชีวิตเมื่อสาย
เมื่อมีสติอยู่กับตัว ไม่กลัวอะไร
กล้าหาญชาญชัย เสียสละได้ แม้ชีวิต
บุญอุเบกขา เกิดความกล้า ไม่กลัวสักนิด
ตายก่อนตาย ถอดจิต คนคิดไม่ถึง
ใจไม่อยู่กับตัว มัวเมาอยู่ภายนอก
ใจจึงถูกหลอก หลงอุปทาน ยึดมั่น จึงกลัว
เมื่อใจมีสติแจ่มใส อยู่กับตัว
ความกลัวคลาย เป็นผู้ใหญ่เสียสละ
ดังนั้น การฝึกสมาธิ เดินใน
กลางของกลาง ยิ่งเข้าไป ใจยิ่งกล้า
กระทั่ง เข้าถึงพระรัตนตรัย ธรรมกายา
นี้หละถอดจิต ที่เรียกว่า ตายก่อนตาย
คนขาดสติ นี้จะตายหลังตาย
โง่หลาย แม้ตัวตายก็ไม่รู้
ซมซานอยู่นาน ๗วันจึงค่อยรู้
ยมทูตต้องมา พาไปสู่ ยมโลก
ตายขณะตาย คือตายขณะมีสติ
รู้ดีว่าตัวกำลังจะตาย
สั่งเสีย ร่ำลา ครั้งสุดท้าย
นึกถึงบุญที่เคยทำมาได้ ไปสวรรค์
พระพุทธองค์ ทรงตรัส อย่าประมาท มัวเล่นสนุก
เตรียมตัวตาย หนีทุกข์ สนุกไม่ได้
เราเป็นนักโทษประหาร ผลาญเวลาได้ไง
สร้างที่พึ่งเข้าไว้ สุขสมใจ ภายใต้บุญบารมี

;;;;;;;;;;

ชีวิตพระภิกษุ (คือชีวิตอุดมการณ์) :: บัณฑิตมีปัญญา พิจารณาชีวิต บุญบาปตามติด ชีวิตของทุกคน บาปเหมือนสุนักล่าเนื้อ เราเป็นเหยื่อ หนีไม่พ้น ดิ้นรน หลุดพ้น สุดแสนยาก

ชีวิตพระภิกษุ
(คือชีวิตอุดมการณ์)
บัณฑิตมีปัญญา พิจารณาชีวิต
บุญบาปตามติด ชีวิตของทุกคน
บาปเหมือนสุนักล่าเนื้อ เราเป็นเหยื่อ หนีไม่พ้น
ดิ้นรน หลุดพ้น สุดแสนยาก
บุญเหมือนมารดาบิดา
เตือนเรานักหนา ให้อดทน
แต่บาป มันเอิบอาบเหลือล้น
จึงตามใจตน กลายเป็นคน อกตัญญู
 บัณฑิตรู้เช่นเห็นชาติ จึงสละเพศฆราวาส ประกาศตน
อดกลั้นอดทน ออกพ้นครัวเรือน
ออกบวช ประพฤติตามธรรมวินัย ไม่แชเชือน
ไม่เลื่อนเปื้อน กลัวหลาย ภัยกามคุณ
เหมือนคนแหกคุกประหาร
หรือเหมือนกัน กับคน ออกพ้นบ่อโคลนดูด
แล้วมองหาไม้ยาวๆ หรือเถาวัลย์ ฉุด
โน้มน้าวอุตลุด ฉุดหมู่ญาติ
มีศรัทธา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์รบเร้า ให้เรา ไม่ประมาท
ชีวิตเป็นของน้อยนิด คนไม่คิดคาด
ผู้ประมาท ทุกข์หลาย เวียนว่ายในวัฎฎะ
คนไม่รู้ ตัวเรานี้ มีกายฝัน
ซ่อนซ้อนอยู่ในนั้น กายหยาบ
เมื่อเราฝัน กายนี้นั้น ไม่ได้หลับ
เราควรทราบ กายฝันคือกายละเอียด
ยังมีกายในกายไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด
ยิ่งในยิ่งบริสุทธิ์ มีอานุภาพ
เป็นกายพระ ที่ศีรษะ มีเกศดอกบัวตูม ประดับ
งามระยับ สุดงาม อร่ามเรือง
ดังนั้นกายภายนอก เป็นกายของเรา
เป็นกายที่เน่าได้ หุ้มกายในเอาไว้
ส่วนใจ ถอดกาย เดินในเข้าไป
สวมซ้อนกายไหน เป็นอันเดียวกับกายนั้น
พระธรรมกายกายพระ เป็นอัตตา ตัวตนแท้ของเรา
กายตัวเก่า ล้วนเนาอยู่ในบรรดา สรรพสัตว์
กายหยาบ บุญบาปผสม ต่างกันชัด
แต่พระธรรมกาย ใสสะอาดบริสุทธิ์ ดุจเดียวกัน
ชีวิตพระภิกษุ คือชีวิตอุดมการณ์
เปรียบปาน แมลงภู่ มุ่งสู่สูง
ชนทั้งหลายคล้ายแมลงวัน ใฝ่ต่ำกิเลสจูง
 ชีวิตรุ่ง ชีวิตพระ ชนะมาร 

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ไม่ให้แล้วได้ไม่มี (เมื่อก่อนกี้ ได้ทำทานเอาไว้):: การหา แล้วได้มา นั้นง่ายกว่า ง่ายกว่าการรักษา สิ่งที่หามาได้ มีทรัพย์ รู้จักรักษาทรัพย์ รวยตาย ไม่รู้จักรักษา ไม่รู้จักใช้ ทรัพย์กลายเป็นวิบัติ

ไม่ให้แล้วได้ไม่มี
(เมื่อก่อนกี้ ได้ทำทานเอาไว้)
การหา แล้วได้มา นั้นง่ายกว่า
ง่ายกว่าการรักษา สิ่งที่หามาได้
มีทรัพย์ รู้จักรักษาทรัพย์ รวยตาย
ไม่รู้จักรักษา ไม่รู้จักใช้ ทรัพย์กลายเป็นวิบัติ
รู้จักให้ แล้วจึงได้มา 
เรียกว่าทานนั่นหนา ที่ว่ารู้จักให้
ให้ด้วยใจศรัทธา เปรมปรีดา ได้บุญใหญ่
รักษาทานเข้าไว้ ทรัพย์ไหลมาเอง
บุญจากทาน กุญแจไขการงานสำเร็จ
จะว่าเป็นเคล็ด ก็ได้
คนใจกว้างใจดีใจใส ธรรมชาติเป็นใจ
เทวดาไท้ ลงรักษา
คนที่ไม่ทานแล้วได้ ไม่มี
เมื่อก่อนกี้ ได้ทำทานไว้
ชาติปัจจุบัน ไม่ทานจึงได้
กฎแห่งเหตุผลยิ่งใหญ่ หรือใช่ กฎแห่งกรรม
แสวงหา แล้วได้มา ด้วยบุญเก่า
อย่าอวดตัว ว่าเจ้า  ประเสริฐศรี
อย่าประมาท ขาดสติ อวดดี
ควรที่ รู้รักษา หาบุญใหม่
สติดี  ไม่มี ประมาท
ละโลกีย์ เด็ดขาด ชาติบัณฑิต
ทานศีลภาวนา รักษา สุดชีวิต
บุญต่อบุญสุดจิต ไม่คิด กินแต่บุญเก่า
มีลูก ด้วยเคย ผูกพัน
มีไม่สำคัญ ไม่เท่า การเลี้ยง
มีสมบัติ ไม่รักษา หายเกลี้ยง
มีลูกไม่เลี้ยง เสียหาย ทำลายตระกูล
หัวใจรักษา คือความสะอาด
อย่าประมาท ฝึกตนเป็นอาจิน
 มีบุตร สอนบุตร อย่าให้แต่กิน
รักสะอาดก็คือบาท ของศีล นั่นเอง

;;;;;;;;;